“แอนดริว วันนี้เราไปกินมื้อเช้าบ้านพ่อกันนะจ๊ะ”
เขมมิกาตรงเข้าหาลูกชายทันทีที่เขาลงจากชั้นสอง วันนี้เธอตื่นแต่เช้าเพื่อทำยำปลาสลิดทอดกรอบแบบที่สามีชอบเพราะสืบจากแม่ครัวบ้านใหญ่มาว่าเช้านี้มีข้าวต้มกุ๊ยขึ้นโต๊ะ แต่ลูกชายกลับส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ดีกว่าครับแม่ วันนี้ผมนัดลูกค้าไว้ ช่วงบ่ายก็มีประชุมอีก ต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวรถจะติด”
แอนดริวได้รับมอบหมายจากบิดาดูแลสายการบินภายในประเทศและต่างประเทศในแถบเอเชีย วันนี้มีบริษัททัวร์ยักษ์ใหญ่นัดคุย ถ้าเขาปิดดีลให้บริษัทนั้นมาใช้บริการสายการบินของเขาได้ก็จะทำให้เขามีผลงานเป็นที่ประจักษ์
ต่างจากเอเดนที่ได้รับความไว้วางใจจากบิดาและบอร์ดบริหารให้ดูแลสายการบินที่เหลือทั้งหมด รวมถึงโลจิสติกส์ทั้งในและต่างประเทศด้วย ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ด้านการขนส่งไม่ค่อยจะราบรื่นนัก
“เหรอ เสียดาย แม่ว่าลูกควรไปให้พ่อเห็นหน้าบ้าง รายงานเรื่องผลประกอบการของลูกให้พ่อได้รู้ก็ยังดี อย่าปล่อยให้ไอ้เอเดนมันทำคะแนนอยู่ฝ่ายเดียวสิ”
“เหอะ พ่อรู้อยู่แล้วครับแม่ว่าผมทำอะไรได้บ้าง อีกอย่างไอ้ลูกชายสุดที่รักของพ่อมันก็กำลังแย่ แม่คอยดูเถอะครับ มันนั่งเชิดหน้าอยู่ในตำแหน่งประธานได้อีกไม่นานหรอก ลูกของแม่ต้องโค่นมันลงมาให้ได้”
“มีอะไรเหรอลูก” เขมมิกาเลิกคิ้วแปลกใจ แต่แววตากลับเปล่งประกายความหวัง
“ก็มีปัญหาเรื่องการขนส่งนิดหน่อยครับ พอดีมันไม่ค่อยราบรื่น” พูดพลางยกยิ้มร้ายทำให้คนเป็นแม่รู้ได้ในทันทีว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวกับลูกชายของตนไม่มากก็น้อย
“ลูกทำเหรอ เก่งจริงลูกแม่ แต่ไม่เห็นมาปรึกษาแม่ก่อนอย่างที่แม่สั่งเลย ต่อไปจะทำอะไรต้องบอกแม่ก่อน แม่จะช่วยจัดการ”
“เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำสักหน่อย พนักงานมันทุจริตเอง แต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่ครับ” เขาไม่ได้โกหก เพราะเขาไม่ได้ลงมือทำเรื่องนี้จริง ๆ
“ดี แต่จะทำอะไรต้องระมัดระวังให้มาก ไอ้เอเดนมันเป็นคนฉลาด และมันไม่เคยไว้ใจพวกเรา ยังไงมันก็ต้องคอยจับตาดูลูกอยู่แน่ แม่เองก็พอมีเส้นสายและรู้ว่าใครใช้งานได้ แม่จะช่วยลูกเอง ขอแค่ลูกเชื่อและทำตามที่แม่บอกก็พอ” ดวงตากลมวาวโรจน์น่าขนลุก
“ใจเย็นครับแม่ จะเล่นงานคนอย่างมันให้จอดในหมัดเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่าย บางทีแค่ผมคนเดียวมันอาจไม่พอ แม่เองก็ต้องใจเย็น ๆ นะครับ ยังไงลูกแม่คนนี้ก็ต้องได้ครอบครองทุกอย่างของพ่อแน่ ๆ”
เขมมิกายิ้มร้าย พยักหน้าช้า ๆ แววตาลุกโชนไปด้วยไฟริษยา เมื่อใดที่ลูกชายของเธอได้ครอบครองทุกอย่าง เธอจะเขี่ยสองแม่ลูกนั่นให้กระเด็นออกจากตระกูลให้ดู
“ดีมาก ลูกต้องจำเอาไว้นะแอนดริว ว่าอย่าใจอ่อนให้สองแม่ลูกนั่นเด็ดขาด ที่ลูกกลายมาเป็นลูกเมียน้อยให้ทุกคนดูถูกเหมือนทุกวันนี้ก็เพราะนังสิริมาแม่ไอ้เอเดน แม่กับพ่อเรารักกันมาก่อน เราคบกันอยู่ดี ๆ อยู่ ๆ นังสิริมาก็ใช้ความเป็นลูกสาวเศรษฐีมาแย่งพ่อไปจากแม่ มันตามมาเยาะเย้ยแม่ถึงที่ แถมจะไล่แม่ออกจากงาน ดีที่พ่อปกป้องแม่อยู่บ้าง แม่เลยยังมีงานให้ทำ ไม่อย่างนั้นแม่คงหอบท้องพาลูกออกมาลำบาก อีกอย่างเพราะมีลูกเกิดมา พ่อเลยขัดใจนังนั่นได้ ตอนนั้นมันอาละวาดเหมือนคนบ้าจนแม่เกือบแท้ง พ่อเลยต้องสร้างบ้านให้เราอยู่อีกหลังหนึ่งไง แล้วที่พ่อไม่ค่อยได้มาหาเราก็เพราะมัน ลูกอย่าไปเชื่อภาพลักษณ์แม่พระที่มันสร้างมาหลอกทุกคนนะ ลับหลังทุกคน มันร้ายกับแม่มาก ถ้ามันฆ่าเราสองแม่ลูกได้ มันก็คงทำไปแล้ว”
เรื่องโกหกหลอกลวงที่แอนดริวได้ฟังมาตั้งแต่จำความได้ถูกนำมาพูดอีกครั้ง ดวงตาคมกริบวาบขึ้นราวมีลูกไฟอยู่ในนั้น นึกเจ็บใจที่แม่ของเขาไม่ได้เกิดในตระกูลเศรษฐี ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครพรากพ่อแม่เขาออกจากกันได้และเขาคงไม่ต้องเกิดมาเป็นลูกเมียน้อยให้ใครตราหน้าแบบนี้
“ผมจะไม่มีวันลืมครับ ว่าป้าสิทำอะไรกับแม่ไว้บ้าง แม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
นอกจากพูดให้แม่สบายใจแล้วก็ยังเป็นการเตือนสติตัวเองไม่ให้หลงไปกับความเมตตาจอมปลอมที่ผู้หญิงคนนั้นมอบให้ หลายครั้งที่เขาเกือบเคลิ้มไปกับความใจดีและแววตาอบอุ่นคู่นั้นเหมือนกัน แต่ก็ยังดึงสติตัวเองกลับมาได้
“ถ้าลูกพูดอย่างนี้ แม่ก็สบายใจ งั้นก็ไปทำงานเถอะจ้ะ เดี๋ยวแม่จะเกริ่น ๆ เรื่องลูกมีผู้หญิงที่คู่ควรในชีวิตด้วยนะจ๊ะ พ่อจะได้ยิ่งรู้สึกโกรธไอ้เอเดนที่มันคว้าลูกศัตรูมาทำเมีย”
เขมมิกายิ้มหยัน อย่างไรเอเดนก็คงต้องแต่งงานกับทายาทตระกูลสมิธ ต่างจากลูกชายเธอที่กำลังจะสานสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ลูกชายบอกว่าคู่ควรที่สุด
“ครับแม่ ยังไงคนนี้ผมก็ไม่พลาดแน่ ผมสู้ขาดใจ ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือแน่นอนครับ”
***************
เมื่อแยกย้ายกับลูกชาย เขมมิกาก็สั่งให้เด็กรับใช้ยกจานยำปลาสลิดทอดกรอบมาเสิร์ฟถึงโต๊ะอาหารบ้านใหญ่ เจ้ากี้เจ้าการสั่งแม่บ้านจัดโต๊ะวุ่นวาย ไม่นานทุกคนก็เข้ามาในห้องอาหาร
“อ้าว เข็ม ทำไมวันนี้มาถึงนี่” แอรอนเอ่ยทักทายอดีตเลขานุการหน้าห้องที่ใช้เต้าไต่จนได้เป็นเมียคนที่สอง
“เข็มมากินข้าวด้วยค่ะ เราไม่ได้เจอหน้ากันหลายวันแล้ว เข็มคิดถึง” เอ่ยออดอ้อนพร้อมเดินไปกอดแขนพาเขาไปนั่งประจำที่
เอเดนยกมือไหว้เมียอีกคนของพ่อด้วยใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์เช่นเดิม เขมมิการับไหว้ด้วยรอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่ามีแต่ความเสแสร้ง ก่อนเขาจะประคองแม่ตัวเองไปนั่งประจำที่แล้วนั่งลงข้างกันเพราะตอนนี้ที่ของเขาโดนเมียน้อยพ่อยึดไปเสียแล้ว
“วันนี้เข็มทำยำปลาสลิดทอดกรอบที่คุณชอบมาให้ด้วยนะคะ” พูดพลางตักใส่ถ้วยข้าวต้มให้อย่างเอาใจ
“ขอบใจ แล้วนี่แอนดริวล่ะ ไม่มาด้วยเหรอ”
“ดีใจจังที่คุณถามถึงลูก วันนี้ลูกของเรามีนัดกับเจ้าของบริษัททัวร์ค่ะ บริษัทใหญ่เลยนะคะ เห็นว่าดีลกันเรื่องจะใช้สายการบินเรากับทัวร์ของบริษัทเขายาว ๆ ลูกเรานี่ไม่ธรรมดานะคะ เข็มว่าต้องเรียบร้อยแน่ ๆ” พูดยกยอลูกชายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เหลือบมองสิริมาที่อมยิ้มภูมิใจในตัวลูกชายคนอื่นก็ยิ่งนึกหมั่นไส้
“อืม แอนดริวทำได้อยู่แล้ว” แอรอนพูดแค่นั้นก็ตักอาหารเข้าปาก
“แล้วนี่คุณแต่งตัวเสียเต็มยศเลย คุณสิก็ด้วย จะไปไหนกันคะ” เอ่ยถามสิริมาบ้าง เดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่มีมารยาท
“จะไปสู่ขอผู้หญิงให้เอเดนค่ะ”
สิริมาพูดพร้อมรอยยิ้มละมุน ละมือมากุมมือลูกชายเอาไว้ เขาจึงหันมายิ้มให้แม่ด้วยแววตาอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยมีใครในบ้านได้รับนอกจากสิริมาคนเดียวเท่านั้น
“ตายจริง จะไปสู่ขอกันแล้วหรือคะ นี่คุณทำใจได้แล้วเหรอ แต่อย่างว่านะคะ ยังไงคุณก็ตามใจเอเดนที่สุดอยู่แล้ว แต่แหม...น้าไม่คิดเลยนะเอเดน ว่าสุดท้ายหลานก็จะขัดใจพ่อ เอาลูกสาวตระกูลศัตรูมาเป็นภรรยาจนได้ แต่ไม่เป็นไรนะคะคุณ ถึงสะใภ้คนแรกจะไม่ถูกใจ แต่สะใภ้คนที่สองถูกใจแน่นอนค่ะ ตอนนี้แอนดริวกำลังสานสัมพันธ์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ลูกบอกว่าทั้งสวย การศึกษาดี ชาติตระกูลเทียบเท่าพวกเราเลย เหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้คุณแน่นอนค่ะ”
คำพูดพร้อมรอยยิ้มภาคภูมิใจทำแอรอนเลิกคิ้วแปลกใจ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าลูกชายคนเล็กกำลังจะมีแฟน
“แอนดริวมีแฟนเหรอ ใคร ทำไมผมไม่รู้ แกรู้เรื่องของน้องหรือเปล่าเอเดน”
เอเดนที่พยายามสะกดจิตตัวเองไม่ให้ลุกไปจากตรงนี้ถอนใจพรืด วางช้อนลงแล้วเหลือบตามองเมียน้อยพ่อที่มองเขาด้วยแววตาติดจะเย้ยหยัน
“ไม่รู้ครับ พ่อก็รู้ว่าผมกับน้องไม่ค่อยได้คุยกัน”
ที่จริงต้องพูดว่าไม่คุยกันเลยจะถูกเสียกว่า เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องงาน เขาสองคนพี่น้องแทบจะไม่เสวนากันเลยด้วยซ้ำ แม้ว่าเขาเองจะไม่ได้เกลียดคนสายเลือดเดียวกันขนาดนั้น แต่เหมือนว่าระหว่างเขาสองคนมีปัญหาครอบครัวมากั้นกลางจนไม่สนิทใจต่อกันทั้งสองฝ่าย กลายเป็นห่างเหิน ตัวใครตัวมัน ชิงดีชิงเด่นและไม่ลงรอยกันเสมอมา
จะว่าเขาตั้งใจชิงดีชิงเด่นกับน้องชายก็คงไม่ถูกนัก เพราะที่เขาตั้งใจทำทั้งหมดไม่ว่าจะเรื่องเรียนหรือเรื่องการทำงาน เขาทำเพื่อปกป้องแม่เป็นสำคัญ
ซึ่งถ้าเขาจะปกป้องแม่ได้ เขาต้องเก่งที่สุด ฉลาดที่สุด แกร่งที่สุด และมีอำนาจชี้เป็นชี้ตายทุกคนเท่านั้น
“ไม่มีใครรู้หรอกค่ะคุณ เข็มก็ยังไม่รู้เลย ลูกขออุบไว้ก่อน แต่ลูกยืนยันหนักแน่นว่าคนนี้เหมาะสมคู่ควรจริง ๆ ไม่งั้นไม่เดินหน้าจีบหรอกค่ะ คุณก็รู้ว่าลูกเราให้ความสำคัญเรื่องเลือกเฟ้นมาดามราล์ฟมากแค่ไหน” พูดพร้อมปรายหางตามองหยันเอเดน เขาทำเพียงกระตุกยิ้มมุมปากแล้วก้มหน้ากินข้าวต้มในชามต่อเท่านั้น
“อืม ดี ยังไงก็ให้แอนดริวพามาให้ครอบครัวรู้จักบ้าง จะได้ช่วยกันดู”
“ค่ะ ไม่ต้องกังวลนะคะ แต่ถ้าคุณว่าไม่เหมาะ ยังไงลูกก็พร้อมตามใจคุณอยู่แล้วค่ะ เข็มเลี้ยงมาเองกับมือ เชื่อเข็มได้ค่ะ”
เอเดนแค่นหยิ้มหยัน ก่อนตักผัดผักบุ้งไฟแดงใส่ถ้วยข้าวต้มให้คนเป็นแม่
“แม่กินเยอะ ๆ นะครับ ข้าวต้มมันไม่อยู่ท้อง เดี๋ยวจะหิวก่อนมื้อเที่ยงนะ”
“จ้ะ แม่จะกินเยอะ ๆ เกิดไปท้องร้องตอนกำลังเจรจาสู่ขอหนูพราวให้ลูกคงได้อับอายขายหน้าเขาตาย” สิริมาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนตักอาหารใส่ถ้วยให้ลูกชายบ้าง
“เอ๊ะ หนูพราวนี่ใครคะ คุณสิพูดชื่อลูกสะใภ้ผิดหรือเปล่าคะ แฟนเอเดนชื่อรดาไม่ใช่เหรอ” เขมมิกาเลิกคิ้ว มองหน้าคนโน้นทีคนนี้ที
“ไม่ผิดหรอกครับ ผมกับรดาเลิกกันแล้ว”
เอเดนพูดแค่นั้นเพราะตอนนี้คนสอดรู้อย่างเขมมิกาทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกจนเขาอดที่จะสะใจไม่ได้
“ยังไงกันคะคุณ” เมื่อไม่มีคำตอบเพิ่มเติมจึงหันไปถามสามี
“ผมไม่ได้ไปสู่ขอรดาให้เอเดนหรอก แต่กำลังจะไปสู่ขอหนูพราว พริ้มพราว คลาร์ก ลูกสาวนายพีท คุณก็รู้จักนี่ นายพีทมาเยี่ยมผมที่บ้านออกบ่อย”
พริ้มพราว คลาร์ก...นั่นทายาทมาเฟียที่ทั้งทรงอำนาจและร่ำรวยมหาศาลอย่างที่ใครก็เทียบไม่ติด มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร ลูกชายของสิริมาจะได้เมียที่ดีกว่าลูกชายของเธอไม่ได้