ตอนที่ 10 คนเดียวกัน

2090 Words
“ทำไมวันนี้กลับดึก” แอนดริวที่กำลังเดินผ่านห้องโถงมืดสนิทชะงักเท้าก่อนหันไปมองยังโซฟาจึงเห็นว่าแม่ของตนนั่งดื่มไวน์อยู่ตามลำพัง “แม่ ทำไมมานั่งมืด ๆ คนเดียวครับ” เขาไม่ตอบแต่เดินไปเปิดไฟแล้วกลับมานั่งเคียงข้างแม่ที่สีหน้าดูไม่สู้ดีเท่าไรนักราวกับมีเรื่องกลุ้มใจ “นึกยังไงดื่มไวน์ครับแม่ มีอะไรหรือเปล่า” จะว่าเป็นการฉลองก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเขายังไม่ทันจีบพริ้มพราวติด “แม่เกลียดมัน เกลียดอีสองแม่ลูกนั่นจนอยากจะฆ่าให้ตาย ทำไมพ่อต้องเข้าข้างพวกมันตลอด อะไรดี ๆ ไม่เคยตกมาถึงมือลูกของแม่เลย” พูดพลางกระดกไวน์หมดแก้ว ดวงตาวาววับสะท้อนแสงไฟดูน่ากลัว “พ่อยกอะไรให้มันอีกล่ะครับ คราวนี้หุ้นส่วนใหญ่หรือทั้งหมด” แอนดริวกัดกรามแน่น รู้ว่าพ่อก็รักตน แต่อย่างไรก็ยังน้อยกว่าลูกเมียหลวงวันยังค่ำ “เหอะ มันจะมากกว่านั้นอีก” แอนดริวเลิกคิ้วถาม คนเป็นแม่จึงกระดกไวน์หมดอีกแก้วแล้วเริ่มเล่า “พ่อของลูกหาผู้หญิงดี ๆ ให้มันน่ะสิ วันนี้เพิ่งจะไปสู่ขอกันมา อีกไม่นานก็คงหมั้นและแต่งงาน ขนาดมันมีนังรดาอะไรนั่นอยู่แล้วยังยอมเลิกเพราะผู้หญิงที่พ่อหาให้สมบูรณ์แบบอย่างที่ใครก็เทียบไม่ติด" แววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและเกลียดชังทำให้แอนดริวอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นจะสมบูรณ์แบบแค่ไหนกันเชียว จะสู้ทายาทมาเฟียที่เขากำลังตามจีบได้หรือเปล่า “ใครครับแม่ แต่ต่อให้เป็นใครแม่ก็ไม่เห็นต้องไปสนใจเลย ผมเองก็มีว่าที่ลูกสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบรอแม่อยู่แล้ว ผู้หญิงที่พ่อหาให้ยังไงก็เทียบผู้หญิงของผมไม่ได้” เอ่ยอย่างมั่นใจ แต่แววตาของแม่ก็ยังไม่คลายความเกลียดชัง “พริ้มพราว คลาร์ก คนที่พ่อของลูกไปสู่ขอให้ไอ้เอเดน” ชื่อนั้นทำแอนดริวเบิกตาตกใจ กรามแกร่งขบแน่นจนสันขึ้นนูน ทิ้งตัวพิงพนักโซฟาแล้วเสยผมหงุดหงิด “พริ้มพราว คลาร์ก คนนี้แหละครับแม่ที่ผมกำลังจะจีบ พ่อทำแบบนี้กับผมได้ยังไง” “อะไรนะ” ดวงตาที่ตกแต่งอย่างสวยงามลุกโชน มือเล็กกำแน่นจนแขนสั่น ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นคนคนเดียวกัน “แม่ฟังไม่ผิดหรอกครับ คุณพราวคนนี้นี่แหละที่จะต้องเป็นของผม” “ลูกน่าจะบอกแม่ก่อน วันนี้แม่จะได้คัดค้านพ่อได้ทัน ไม่อย่างนั้นคนที่พ่อจะไปสู่ขอพริ้มพราวให้ต้องเป็นลูกของแม่แน่” “แม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ ถ้าไอ้เอเดนมันเต็มใจหมั้น แม่คิดว่ามันจะยอมยกพราวให้ผมเหรอ แล้วแม่คิดว่าพ่อจะยอมตามใจเราสองคนหรือไง ไม่มีทาง” ความน้อยเนื้อต่ำใจพรั่งพรูออกมาไม่หยุด ดวงตาแดงก่ำวาวโรจน์ไม่อาจปิดบังความเจ็บปวดและอิจฉาพี่ชายต่างแม่ที่พ่อประเคนให้ทุกอย่าง...ให้แม้ในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นไม่ต้องการ “มันเต็มใจหมั้นแน่ ปากก็บอกว่าทำตามหน้าที่เพราะพ่อมีสัญญาหมั้นหมายพริ้มพราวไว้ให้มันตั้งแต่เด็ก ๆ ยอมทิ้งได้แม้กระทั่งผู้หญิงที่มันรัก เพราะทายาทตระกูลคลาร์กคนนี้จะทำให้มันยิ่งใหญ่อย่างที่ลูกเทียบไม่ติด” “แล้วถ้าผมไม่ยอมแพ้ล่ะครับ กว่าจะถึงวันแต่งงาน ผมจะแย่งพราวมาจากมันให้ได้” “ลูกจะทำยังไง เรื่องแบบนี้มันไม่ง่ายหรอกนะ อย่าประมาทเด็ดขาด” แม้จะมั่นใจว่าลูกชายตัวเองไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายหน้าไหน แต่ถ้าเทียบกับเอเดนก็ยังห่างไกลกันหลายขุม แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่ผู้หญิงคนนั้นยอมหมั้นหมายด้วยเพราะตกหลุมรักมาเฟียหนุ่มมากเสน่ห์อย่าง เอเดน ราล์ฟ หรือเปล่า “นั่นสิครับ มันไม่ง่ายเลย มีแค่ทางเดียวเท่านั้นคือพราวต้องตกเป็นของผมก่อนที่จะมีงานแต่งเกิดขึ้น แต่คงต้องวางแผนให้รัดกุม ต้องเข้าหาพราวอย่างแนบเนียน ทำให้พราวตกหลุมรักผมให้ได้ ขนาดแม่ยังเขี่ยป้าสิออกไปจากชีวิตพ่อไม่ได้เลย ผมเองก็จะไม่ประมาท” “เพราะพ่อแต่งงานกับนังสิแล้วต่างหาก ถ้ายังไม่แต่งหรือยังไม่มีไอ้เอเดน ยังไงพ่อก็ต้องเป็นของแม่” ถึงตอนนี้จะทำอะไรไม่ทันแล้วในเรื่องของตัวเอง แต่เรื่องของลูกชายยังทัน เธอสองคนแม่ลูกยังมีโอกาส “ผมจะทำให้ได้ แม่ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมเสียทุกอย่างไปให้ไอ้เอเดนเด็ดขาด” “ดีมากลูกแม่ อย่ายอมแพ้มันเด็ดขาด ถ้าลูกได้หนูพราวมาเป็นเมีย ทุกอย่างของอาร์เอฟกรุ๊ปต้องตกมาอยู่ในมือของลูกแน่” “ครับแม่ ผมจะทำให้เต็มที่” **************** “ไปไหนมายัยพราว กลับเสียดึก บอดี้การ์ดก็ไม่เอาไปด้วย หายออกจากบ้านไปตอนไหนไม่มีใครรู้ ทำตัวเป็นเด็ก ๆ แบบนี้มันน่ากักบริเวณนัก” พริ้มพราวชะงักกึก ค่อย ๆ หมุนตัวหันไปทางเสียงบ่นยาวเหยียดของคนเป็นพ่อก็เจอทั้งครอบครัวนั่งรอเธอในห้องนั่งเล่นด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ เธอเป็นคนชอบอิสระ ชอบไปไหนมาไหนเองคนเดียว แต่กฎเหล็กของตระกูลคลาร์กคือทุกคนต้องมีบอดี้การ์ด และเธอเองก็มีอยู่ถึงสองคนที่คอยขับรถและเดินประกบซ้ายขวาราวลูกสาวมาเฟีย ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง เพราะเธอเป็นทายาทมาเฟียตัวจริงเสียงจริง ครั้งล่าสุดที่แอบหนีออกไปเจรจาซื้อขายที่ดินโดยไม่มีบอดี้การ์ดติดตามไปด้วย เธอก็ดันขับรถชนท้ายแอนดริว ถูกพ่อและพี่ชายบ่นอยู่ข้ามวันจึงยอมให้บอดี้การ์ดตามรับส่งเหมือนเดิม แต่วันนี้หลังจากที่ส่งแขกคนสำคัญเสร็จ ก็แอบย่องขับรถออกจากบ้านไปคนเดียวเงียบ ๆ เพราะมีนัดกินมื้อเย็นกับเพื่อน แถมดันลืมชาร์จแบตโทรศัพท์ ทุกคนในครอบครัวจึงติดต่อเธอไม่ได้ “โธ่ พ่อขา นี่มันวันหยุดนะคะ พราวเองก็มีนัดกินข้าวกับเพื่อนบ้าง พราวออกไปแค่แป๊บเดียวเอง แถมยังทำหน้าที่ของตัวเองไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด พ่อยังจะมากักบริเวณพราวอีกเหรอคะ” คนตัวบางโอดครวญเรียกความยุติธรรมให้ตัวเอง “แกไม่ต้องพูดมาก ล่าสุดพี่ใช้ให้ออกไปติดต่อเรื่องที่ดินก็แอบหนีบอดี้การ์ดออกไป ขนาดสองคนนั้นมานั่งรอแกแทบตลอดเวลายังไม่ทันแกเลย ต้องให้พวกนั้นไปนอนเฝ้าหน้าประตูห้องนอนใช่ไหม” พี่ชายตีหน้ายักษ์ ที่บ่นเพราะเรื่องความปลอดภัยของเธอล้วน ๆ “แหม พี่พอร์ช ก็ไม่เห็นต้องทำขนาดนั้นเลยค่ะ พราวก็ดูแลตัวเองได้” คนมีความผิดส่งยิ้มแหย แต่ก็ยังเถียงไม่เลิก “เหอะ พี่พราวนี่หรือครับดูแลตัวเองได้ ได้ข่าวว่าวันนั้นไปสอยท้ายรถคนอื่นมานี่ครับ ดีที่รถบุบนิดเดียว ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาพี่รู้หรือเปล่าว่าใครจะเดือดร้อนบ้าง สองคนนั้นมันคงโดนปู่อุ้ม ที่ทำหน้าที่ไม่ดีพอ ปล่อยให้แก้วตาดวงใจของปู่หนีออกไปรถชน” พิธานสำทับ เป็นห่วงพี่สาวเป็นทุนเดิม แต่ที่ใส่อารมณ์กว่าทุกคนเพราะวันนี้เขามีนัดกับสาวสวย แต่ดันต้องมานั่งรอดูว่าพี่สาวจะกลับมาอย่างปลอดภัยตอนไหน “โอ๊ย พอค่ะทุกคน พราวสำนึกผิดไม่ทัน” “แกสำนึกผิดเป็นด้วยเหรอ อย่ามาพูดเอาตัวรอดดีกว่า” พิพัฒน์ยังคงบ่นไม่เลิก “พี่พอร์ช พอค่ะ พราวสำนึกผิดแล้วจริง ๆ แม่ขา ช่วยพราวด้วย” พูดพลางก้าวยาว ๆ ไปนั่งกอดมารดาอย่างออดอ้อน แต่กลับโดนแม่หยิกแขนจนต้องหดหนี เอามือลูบป้อย ๆ ด้วยความเจ็บ “โอ๊ย แม่ขา พราวเจ็บ” “ก็หยิกให้เจ็บ ต่อไปจะได้ไม่ดื้ออีก โตแล้วนะยัยพราว กฎกติกาของบ้านก็ต้องทำตาม ดูพี่ชายน้องชายเราสิ เก่งทุกอย่าง ป้องกันตัวเองก็ได้ ยังยอมมีบอดี้การ์ดเดินตามเป็นโขยง แต่เรานี่สิ ทำอะไรก็ไม่เป็น เสี่ยงกว่าทุกคน ยังจะดื้ออีก ให้แม่ฟ้องคุณย่าดีไหม” “อุ๊ย ไม่เอานะคะแม่ พราวยอมแล้วค่ะ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พราวจะเอาบอดี้การ์ดไปด้วยทุกที่ ดีไหมคะ” “ทำให้ได้อย่างที่พูด ถ้าพราวดื้ออีกแค่ครั้งเดียว แม่จะฟ้องคุณย่าให้มาจัดการพราวจริง ๆ” “ค่ะแม่ พราวสัญญาค่ะ” คนตัวบางยิ้มแหย วันนี้มันวันซวยอะไร นอกจากจะมีว่าที่คู่หมั้นแบบไม่ต้องการ ยังโดนพ่อแม่บังคับให้ขาดอิสรภาพอีก หมดกัน ชีวิตสาวโสดสุดแซ่บของพริ้มพราว “โอเค ไหน ๆ พี่พราวก็กลับบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว งั้นผมไปได้แล้วใช่ไหมครับแม่” คนหล่อที่ฉีดน้ำหอมฟุ้งลุกขึ้นยืน ยกข้อมือดูนาฬิกาแล้วอมยิ้ม พอจะมีเวลาเหลือให้ไปขึ้นสวรรค์กับสาวสวยสุดเซ็กซี่ก่อนที่เธอจะบินไปเที่ยวต่างจังหวัดในตอนเช้า “จะไปไหนเจ้าพิธ หัดอยู่บ้านบ้างนะเรา” คนเป็นแม่เอ่ยขัด ทั้งที่ปกติแทบไม่ค่อยวุ่นวายกับลูกมากนัก อาจเพราะช่วงนี้ลูกชายทั้งสองคนชอบทำตัวลอยไปลอยมา เปลี่ยนคู่นอนจนเป็นข่าวไม่เว้นวันจนเธอปวดหัวก็เป็นได้ “แม่ครับ เดี๋ยวผมก็ต้องไปเรียนต่อแล้ว ขอใช้ชีวิตอิสระอีกหน่อยไม่ได้เหรอครับ สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน รีบจบกลับมาช่วยพี่พอร์ชทำงาน นะครับแม่” พูดพลางถลาลงมานั่งกอดแม่อย่างออดอ้อน พี่สาวซึ่งนั่งอยู่อีกด้านของแม่จึงแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ “แล้วทำไมไม่เลือกคบเป็นตัวเป็นตน ทำแบบนี้มันเสี่ยง แม่ไม่ชอบเลย พวกผู้ชายเจ้าชู้เนี่ย” “โธ่ ก็ผมยังไม่เจอคนที่ชอบนี่ครับ ที่คบอยู่ก็แค่ถูกใจ ลองแล้วไปต่อไม่ได้ก็จบ วิน ๆ กันทั้งสองฝ่าย แม่อย่าคิดมากสิครับ ผมป้องกันตัวเองอย่างดี ไม่ทำใครท้องแล้วก็ไม่ติดโรคแน่นอนครับ สาบานเลย” ลูกชายคนเล็กชูนิ้วสาบาน คนเป็นแม่จึงหยิกแขนให้อีกคน แม้จะเจ็บแต่ก็ต้องอดทน เพราะเขาเป็นลูกผู้ชาย “อูย เจ็บครับแม่” “ไม่ต้องมาร้อง แม่ให้เวลาแกทำตัวเสเพลอีกไม่นานนะเจ้าพิธ แล้วก็เลือกมาสักทีว่าจะไปเรียนต่อโทที่เมืองนอกหรือเรียนไปทำงานไปที่ไทย จะได้ไม่มีเวลาว่างไปคิดฟุ้งซ่านเรื่องสาว ๆ ดีไหม” “แม่ใจร้าย พ่อดูสิครับ ทำไมวันนี้แม่ที่แสนน่ารักใจดีของพวกเราถึงได้โหดแบบนี้ล่ะครับ พ่อทำอะไรผิดหรือเปล่า หรือพ่อบกพร่องต่อหน้าที่ครับ ยังไม่แก่เลยนะ แรงอย่าตกสิครับ เอาอาหารบำรุงไหม ผมจัดให้” แม้จะมีความผิดติดตัวแต่คนเจ้าเล่ห์ก็ยังคงหาเรื่องแซวพ่อ จึงโดนแม่ฟาดแขนให้อีกครั้ง “ตาพิธ พูดจาอะไรแบบนี้ น่าอายจริง จะไปไหนก็ไปเลยนะ ไปให้ไกล ๆ แม่” เมื่อวิธีเอาตัวรอดได้ผล พิธานจึงลุกขึ้นยืนยิ้มกริ่ม หอมแก้มแม่ฟอดใหญ่แล้วเดินผิวปากออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดี “พี่พีท สั่งสอนลูกชายพี่บ้างนะคะ พูดจาอะไรลามก ถ้าพั้นช์ได้ยินอีกจะฟาดให้ทั้งพ่อทั้งลูกเลย” พูดจบก็เดินขึ้นชั้นสองด้วยความอับอาย ท่ามกลางสายตาวิบวับและรอยยิ้มล้อเลียนของลูกและสามี ไม่เว้นแม่แต่พริ้มพราว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD