bc

สามีใหม่ขอเป็นแด๊ดดี้ไร่องุ่น

book_age18+
128
FOLLOW
1K
READ
contract marriage
family
HE
friends to lovers
arranged marriage
drama
sweet
mythology
soul-swap
rebirth/reborn
like
intro-logo
Blurb

"สิงหราช" เจ้าของไร่องุ่นวัย 42 ปี ผู้ครองตัวเป็นโสดมานาน

ต้องมาเสียอาการให้กับ "พราว" นักศึกษาฝึกงานสาวสวย

ที่ขยันยั่ว ขยันอ้อน จนเสือยิ้มยากอย่างเขา... ใจสั่นไม่เป็นจังหวะ

"หนูพราว... อย่าเล่นกับไฟ เดี๋ยวจะหาว่าคนแก่ไม่เตือน"

"พราวไม่ได้เล่นค่ะ... พราวเอาจริง"

chap-preview
Free preview
ตอนที่ 1 แตกหัก
ตอนที่ 1 แตกหัก เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างดังสนั่นหวั่นไหว แข่งกับเสียงสายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกหน้าต่างคอนโดหรูใจกลางเมือง ราวกับว่าท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับโชคชะตาที่บิดเบี้ยวของหญิงสาวผู้หนึ่ง ภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความรัก บัดนี้กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกของผู้หญิงแปลกหน้า “พราว! ฟังไทม์ก่อน!” เสียงทุ้มที่เคยพร่ำบอกรักตะโกนไล่หลังมาอย่างร้อนรน แต่ทว่าเจ้าของชื่อนั้นไม่ได้หยุดฟัง พราว หรือ พรนภัส เลิศวรินทร์ สาวสวยวัย 24 ปี ในชุดเอื้อมยีนทะมัดทะแมง ดวงหน้าเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตา ยืนตัวสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้องนอน ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยทอประกายสดใส แดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส ภาพเบื้องหน้าคือ ไทม์ หรือ ธนกฤต แฟนหนุ่มที่เธอคบหามาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ลูกชายเจ้าของไร่องุ่นชื่อดัง กำลังรีบคว้าผ้าขนหนูมาพันกายท่อนล่างอย่างลวก ๆ บนเตียงกว้างที่ยับยู่ยี่นั้น มีหญิงสาวอีกคนนั่งชันเข่ามองมาด้วยสายตาเย้ยหยันและท้าทาย “ฟังเหรอ? จะให้ฟังอะไรอีก ไทม์!” พราวตวาดกลับเสียงสั่นเครือ ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกจนแทบหายใจไม่ออก “ภาพมันฟ้องขนาดนี้ นายยังจะแก้ตัวอะไรอีก!” “มันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดนะพราว ฉันกับวิ... เราแค่...” ไทม์พยายามเดินเข้ามาจับมือเธอ แต่พราวสะบัดออกอย่างรังเกียจ “อย่ามาแตะตัวพราว!” เธอตะโกนลั่น ฝ่ามือบางฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่มฉาดใหญ่ เพี้ยะ! ใบหน้าของไทม์หันไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือห้าแถบปรากฏเด่นชัดขึ้นบนแก้มสาก เขาหันกลับมามองพราวด้วยสายตาที่ไม่เชื่อว่าผู้หญิงที่แสนเรียบร้อยและอ่อนหวานอย่างเธอจะกล้าทำร้ายเขา “เธอตบฉันเหรอพราว?” ไทม์ถามเสียงต่ำ แววตาเริ่มแข็งกร้าวขึ้น “แค่เรื่องสนุก ๆ ของผู้ชาย จะจริงจังอะไรนักหนา ไทม์ก็ยังเลือกพราวเป็นตัวจริงอยู่ดีไม่ใช่รึไง!” คำพูดที่เห็นแก่ตัวนั้นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจ พราวมองหน้าผู้ชายที่เธอเคยวาดฝันว่าจะสร้างครอบครัวด้วยความผิดหวังถึงขีดสุด “เรื่องสนุกงั้นเหรอ... ความซื่อสัตย์ของพราว ความรักของพราว มันเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับไทม์สินะ” พราวแค่นยิ้มทั้งน้ำตา รอยยิ้มนั้นขมขื่นจนน่าใจหาย “พอสักทีเถอะไทม์ เราจบกันแค่นี้!” “พราว! อย่ามางี่เง่านะ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่อง” ไทม์พยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่พราวรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายผลักอกเขาเต็มแรง ก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องนรกแห่งนั้น ทิ้งเสียงตะโกนด่าทอของไทม์ไว้เบื้องหลัง ด้านนอกสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับพายุเข้า พราววิ่งลงมาที่ลานจอดรถด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เธอพาตัวเองเข้าไปในรถคันเก่ง สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปสู่ถนนใหญ่โดยไม่คิดชีวิต น้ำตามากมายไหลพรากลงมาอาบแก้มจนภาพตรงหน้าพร่ามัว เสียงสะอื้นไห้ดังระงมแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ ‘ทำไม... ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ฉันทำอะไรผิด ฉันรักนายไม่พอเหรอไทม์’ คำถามมากมายวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเสียใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นและความน้อยเนื้อต่ำใจ พราวปาดน้ำตาออกจากใบหน้าอย่างลวก ๆ พยายามเพ่งมองถนน แต่ม่านน้ำตากลับบดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นทาง แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปบนถนนเปียกลื่น ทันใดนั้น... แสงไฟจ้าจากรถบรรทุกที่สวนเลนมาก็สาดเข้าตาทันที ปี้นนน... เสียงแตรดังลากยาวก้องกังวานไปทั่วโสตประสาท พราวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เท้าเล็กเหยียบเบรกจนมิด แต่ด้วยความเร็วของรถบวกกับถนนที่ลื่นทำให้รถเสียหลักหมุนคว้างกลางถนน “กรี๊ดดด...” โครม! เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ร่างกายของพราวถูกเหวี่ยงไปมาอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดร้าวรานแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงจมูก สติของพราวเริ่มเลือนราง ภาพสุดท้ายที่เธอเห็นคือเศษกระจกที่แตกกระจายและแสงไฟที่ค่อย ๆ ดับวูบลง พร้อมกับความหนาวเหน็บที่เริ่มกัดกินหัวใจ ‘ถ้าชาติหน้ามีจริง... ฉันจะไม่ขอรักคนใจร้ายอย่างนายอีกเลย...’ . . . “ถึงสถานีปากช่องแล้วครับ ผู้โดยสารโปรดตรวจสอบสัมภาระ...” เสียงประกาศตามสายที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ปลุกให้พราวสะดุ้งตื่นขึ้นจากภวังค์อันดำมืด เฮือก! หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ร่างกายกระตุกเกร็งด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกโพลงขึ้นท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง “แฮ่ก... แฮ่ก...” พราวยกมือขึ้นทาบอก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายตามไรผม เธอหันมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนกและมึนงง ที่นี่ไม่ใช่ซากรถที่พังยับเยิน ไม่ใช่โรงพยาบาลและไม่ใช่โลกหลังความตาย แต่เป็น... บนรถไฟ? เสียงของล้อเหล็กที่บดเบียดไปกับรางดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ลมร้อนอบอ้าวพัดผ่านหน้าต่างบานเลื่อนเข้ามาปะทะใบหน้า กลิ่นสนิมเหล็กจาง ๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นและกลิ่นไก่ย่างที่แม่ค้าหาบเร่เดินขาย เป็นกลิ่นที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด “นี่ฉัน... ยังไม่ตายเหรอ?” พราวพึมพำกับตัวเองเสียงเบาหวิว ยกสองมือขึ้นมาดู พลิกซ้ายพลิกขวา ไม่มีรอยแผล ไม่มีเลือด ร่างกายครบ 32 ทุกประการ เธอรีบคลำไปตามใบหน้าและลำตัว ทุกอย่างดูปกติ... ปกติจนน่ากลัว “หนูจ๊ะ เป็นอะไรรึเปล่า หน้าซีดเชียว” เสียงทักทายอย่างใจดีดังขึ้นจากหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ป้าคนนั้นมองพราวด้วยสายตาเป็นห่วง “เมารถไฟหรือเปล่า เอายาดมไหม?” พราวส่ายหน้าช้า ๆ พยายามรวบรวมสติ “มะ... ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะป้า” เธอรีบควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าสะพายข้างใบเก่ง นิ้วเรียวสั่นระริกขณะกดปุ่มเปิดหน้าจอ สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดกึก วันศุกร์ที่ 15 มีนาคม 2xxx ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างแทบถลน ตัวเลขปีพุทธศักราชที่ปรากฏบนหน้าจอคือปีเมื่อ... 2 ปีก่อน! “เป็นไปไม่ได้...” พราวอุทานออกมาเบา ๆ มือไม้เริ่มเย็นเฉียบ ความทรงจำมากมายหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับน้ำป่าไหลหลาก วันนี้... วันที่ 15 มีนาคมเมื่อ 2 ปีก่อน คือวันที่เธอนั่งรถไฟจากกรุงเทพฯ เพื่อเดินทางมาฝึกงานที่... ไร่ภักดีบดินทร์ ใช่... มันคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง เธอจำได้แม่นยำ วันนี้เธอจะเดินทางไปถึงสถานีปากช่อง แล้วไทม์แฟนหนุ่มที่เพิ่งคบกันได้ไม่นานจะมารับเธอที่สถานี เขาพาเธอไปที่ไร่ แนะนำให้รู้จักกับพ่อของเขา แล้วเรื่องราวความรักอันแสนหวานชื่น (จอมปลอม) ก็จะเริ่มต้นขึ้นที่นั่น พราวหลับตาลงแน่น พยายามลำดับเหตุการณ์ ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ความรู้สึกตอนที่รถหมุนคว้าง และความตายที่เยือกเย็น ทุกอย่างมันชัดเจนเกินกว่าจะเป็นแค่ความฝัน “ฉันย้อนเวลากลับมาจริง ๆ เหรอเนี้ย” ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อพึมพำออกมาแผ่วเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ไม่ใช่เย้ยหยันใคร แต่เย้ยหยันโชคชะตาที่เล่นตลกกับเธอ ให้โอกาสได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่เธอกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปสู่ขุมนรกแห่งความรักจอมปลอม พราวหันหน้าออกไปมองวิวนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์ของภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนและทุ่งหญ้าเขียวขจีที่เคลื่อนผ่านสายตาไปอย่างรวดเร็ว ช่างดูสวยงามและสงบนิ่ง ต่างจากพายุอารมณ์ที่โหมกระหน่ำอยู่ภายในใจของเธอ ในชาติที่แล้ว เธอคือผู้หญิงหัวอ่อนที่บูชาความรัก ทุ่มเททุกอย่างเพื่อไทม์ ยอมให้เขาบงการชีวิต ยอมปิดหูปิดตาเรื่องความเจ้าชู้ เพียงเพราะคำว่ารักคำเดียว จนสุดท้ายต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสมเพช แต่วันนี้... ตอนนี้... เธอคือพราวคนใหม่ แววตาที่เคยสับสนและตื่นตระหนกค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและมุ่งมั่น ดวงตาสีเทาอ่อนทอประกายวาวโรจน์ “ขอบคุณสวรรค์ที่ให้โอกาสฉันอีกครั้ง” พราวกำโทรศัพท์ในมือแน่น ก้มลงมองหน้าจออีกครั้ง ข้อความไลน์เด้งขึ้นมา ชื่อผู้ส่งคือ... Time: ถึงไหนแล้วครับคนดี ไทม์มารอรับที่สถานีแล้วนะ คิดถึงจังเลย หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงรีบตอบกลับไปด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น พิมพ์คำหวานเลี่ยนส่งกลับไปพร้อมสติ๊กเกอร์รูปหัวใจรัว ๆ แต่ตอนนี้ เมื่อได้เห็นข้อความนั้น ความรู้สึกเดียวที่เกิดขึ้นคือความขยะแขยงและคลื่นไส้ “คิดถึงเหรอ หึ! โกหกทั้งเพ” พราวแสยะยิ้มเย็นชา นิ้วเรียวสวยกดปิดหน้าจอโดยไม่คิดจะอ่านหรือตอบกลับ เธอเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แล้วหยิบตลับแป้งขึ้นมาส่องกระจก ใบหน้าในกระจกคือพราวในวัย 22 ปีที่ยังสดใส แก้มป่องนิด ๆ ผิวพรรณเปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยความเครียด ดวงตากลมโตคู่สวยที่ใคร ๆ ต่างก็หลงรัก จ้องมองกลับมา “จำความเจ็บปวดนั้นไว้ให้ดี” เธอบอกกับตัวเองในกระจก น้ำเสียงหนักแน่น “การไปที่ไร่ภักดีบดินทร์ครั้งนี้ จะต้องไม่เหมือนเดิม” เธอไม่ได้กลับไปเพื่อเป็นเหยื่อให้เสือผู้หญิงอย่างไทม์ขย้ำเล่นอีกแล้ว แต่เธอจะกลับไปในฐานะผู้ล่า และเป้าหมายของเธอในครั้งนี้ ไม่ใช่ลูกชายเจ้าของไร่ที่ไร้วุฒิภาวะคนนั้น ภาพของหนุ่มใหญ่อีกคนผุดขึ้นมาในความทรงจำ... คนที่เธอเคยกลัวและเกรงใจในชาติที่แล้ว ผู้ชายที่มีใบหน้าคมเข้ม ดุดัน แต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ ผู้ที่เป็นพ่อแท้ ๆ ของไทม์ สิงห์ หรือ สิงหราช ภักดีบดินทร์ ครั้งนั้นเธอเคยมองข้ามเขาไป เพราะมัวแต่หลงใหลในความฉาบฉวยของลูกชาย เมื่อมองย้อนกลับไป ช่วงเวลาที่เธอฝึกงาน คนที่คอยช่วยเหลือ แนะนำ และตักเตือนเธอด้วยความหวังดีเสมอมา กลับไม่ใช่แฟนหนุ่ม แต่เป็น คุณอาสิงห์ เจ้าของไร่จอมดุคนนั้นต่างหาก พราวสูดลมหายใจเข้าลึก รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก แต่งแต้มให้ใบหน้าหวานหยดนั้นดูเซ็กซี่และอันตรายขึ้นมาทันตาเห็น “รอหน่อยนะคะ คุณอาสิงห์” เธอยกมือขึ้นสางผมลอนยาวสลวยสีคาราเมลให้เข้าทรง จัดเสื้อนักศึกษาพอดีตัวให้เรียบร้อย เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ต่อจากนี้ เสียงหวูดรถไฟดังขึ้นยาวเหยียด เป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ล้อเหล็กชะลอความเร็วลง ภาพสถานีรถไฟปากช่องค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นในครรลองสายตา พราวลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ก้าวเดินไปที่ประตูทางออกด้วยท่วงท่ามั่นใจ ละครฉากใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น และครั้งนี้เธอจะเป็นคนกำหนดเส้นทางใหม่เอง “ลาก่อนนะความรักโง่ ๆ และสวัสดีชีวิตใหม่” หญิงสาวก้าวลงจากรถไฟ ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมา ราวกับสปอตไลต์ที่ส่องนำทางให้เธอก้าวเดินไปสู่เกมแก้แค้นที่เดิมพันด้วยหัวใจ... และเป้าหมายใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

editor-pick
Dreame-Editor's pick

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

Scan code to download app

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook