กฤติกาขนของกลับมาอยู่ที่บ้านเช่า หญิงสาวบอกตัวเองว่าเธอโชคดีที่ยังมีน้องๆ เธอบอกน้องๆ ว่าเธอเลิกทำอาชีพพิเศษแล้ว เกศราและก้องเกียรติดีใจกับพี่สาว
“เดี๋ยวนัทจะรีบเรียนให้จบแล้วเลี้ยงพี่ไก่เอง” เด็กหนุ่มบอก
“หน่อยด้วยค่ะ รอคลอดแล้วหน่อยจะไปลงเรียนรามฯ เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย” กฤติกาได้แต่ยิ้ม อย่างน้อยเธอก็มีครอบครัว
เวลาผ่านไปสองเดือนเธอไม่ได้พบสมิติและไม่ได้ข่าวของเขาอีก จิตใจของเธอได้รับการเยียวยาจนเกือบจะเป็นปกติ จนในวันหนึ่งเจ้านายของเธอเรียกพบเธอคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการแจ้งผลทดลองงานของเธอ
“ไก่ทำงานที่นี่สามเดือนแล้ว ความจริงผลงานของเราดีมากเลยนะ” เจ้านายของเธอเกริ่น
“ขอบคุณค่ะพี่” เธอพนมมือไหว้
“พี่ก็อยากได้ไก่มาทำงานด้วย แต่..” เขาหยุดพูดไปแล้วมองเธอนิ่งนาน กฤติกาเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจ
“มีอะไรเหรอคะพี่”
“ไก่เคยมีปัญหาอะไรกับเอสเอ็มกรุ๊ปรึเปล่า ในเรซูเม่ลงไว้ว่าไก่ฝึกงานที่นี่ใช่ไหม”
“ใช่ค่ะพี่ ไก่ฝึกงานที่นั่นแต่ไม่เคยมีปัญหาอะไรนะคะ” กฤติกางงงันเมื่อเจ้านายพูดแบบนั้น
เจ้านายหนุ่มถอนใจ ก่อนที่เขาจะพูดตรงๆ
“เอสเอ็มเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของเราด้วย ตอนนี้เขาส่งหนังสือมาแจ้งว่าไม่ควรให้ไก่ทำงานที่นี่ หรือในวงการสถาปนิกอีกต่อไป”
หา...กฤติกาช็อกไปชั่วขณะ เอสเอ็มกรุ๊ปบริษัทของสมิติ เขาจะทำแบบนั้นกับเธอทำไม
“แล้ว..” เธอพูดได้แค่นั้น เจ้านายเธอพยักหน้าเป็นเชิงรู้กัน
“พี่คงให้ไก่ผ่านทดลองงานไม่ได้” เขาพูด
“พี่คะ ไก่ขอดูหนังสือฉบับนั้นได้ไหมคะ” เธอขอร้องแต่เจ้านายปฏิเสธ
“ตามมารยาทพี่ให้ดูไม่ได้ พี่บอกได้แค่ว่าถ้าไก่มีปัญหาอะไรไปเคลียร์กับเขาดีกว่า เอสเอ็มเป็นบริษัทใหญ่ลงว่าเขาส่งหนังสือเวียนมาตามบริษัทอื่นๆ แบบนี้ไม่มีใครกล้างัดข้อกับทางนั้นหรอก”
เธอเก็บของออกจากบริษัทนั้นอย่างคนที่มึนงง ไม่อยากเชื่อว่าสมิติจะทำแบบนั้นไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เขาจะต้องทำร้ายเธอ หลังจากที่เขาบอกเลิกหญิงสาวไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับเขาอีก ไม่มีการยื้อหรือติดต่อขอความช่วยเหลือใดๆ
กฤติกามองของที่ท้ายรถ เธอซื้อรถมือสองคันเล็กด้วยเหตุผลเผื่อว่าเกศราเจ็บท้องหรือมีเหตุฉุกเฉินจะได้ไปไม่ลำบาก เธอตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าห้างสรรพสินค้า ตั้งใจว่าอยากไปหาร้านกาแฟเพื่อสงบสติอารมณ์และคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไป
“ไก่ นั่นเธอรึเปล่า” เธอเงยหน้ามองเมื่อมีเสียงเรียก
“นาเดีย” เธอคราง นาเดียคือคนที่แนะนำให้เธอรู้จักสมิติ เธอเป็นเด็กที่เพื่อนของสมิติเลี้ยงดูเหมือนกันในตอนนั้น เธอเป็นเพื่อนจากที่บ้านเกิด ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพราะชีวิตของนาเดียต้องดิ้นรนปากกัดตีนถีบมากกว่าเธอ
“ไก่เป็นไงบ้างไม่ได้เจอตั้งนาน” นาเดียมีท่าทางดีใจเมื่อพบเพื่อนเก่า
“ก็เรื่อยๆ แล้วเดียเป็นไง”
“ก็สบายดีตอนนี้เราเปิดร้านเสริมสวยในห้างนี้แหล่ะ ถ้าจะไปทำผมก็ไปได้เลยนะ ช่างที่ร้านเราได้รางวัลมาทั้งนั้น”
พวกเธอสองคนคุยกันโดยที่ไม่รื้อฟื้นเรื่องเก่า กฤติกาสบายใจเมื่อได้พบเพื่อนสมัยยังเด็ก พวกเธอคุยกันถึงเย็นจึงแยกย้ายกลับบ้าน