พอกลับมาถึงคอนโดสุดหรู บรรยากาศในลิฟต์แก้วมันช่างเงียบจนผิงผิงได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นรัวยิ่งกว่าจังหวะสามช่า พี่คินยังคงยืนนิ่งหน้านิ่งเหมือนเดิมเป๊ะ แต่ที่เปลี่ยนไปคือมือหนาที่ยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยตั้งแต่ออกจากร้าน
..อีตาพี่คินนี่กะจะล็อกตัวฉันไว้ตลอดชีวิตเลยหรือไงนะ มือเหนียวยังกับกาวตราช้าง หน้านิ่งแบบนี้ในหัวคิดแผนจะกินตับฉันอยู่หรือเปล่าวะเนี่ย! ..
"เข้าห้องไปได้แล้ว... ยืนเหม่ออะไร"
เสียงทุ้มปลุกผิงผิงออกจากภวังค์เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
"เอ่อ... พี่คินคะ ข้อมือผิงจะหลุดแล้วค่ะ ปล่อยก่อนก็ได้ ผิงไม่วิ่งหนีไปไหนหรอกน่า"
ผิงผิงพยายามสะบัดมือเบาๆ
คินยอมปล่อยมือแต่กลับเปลี่ยนมาโอบไหล่แทน
"บอกแล้วไงว่าต้องเฝ้า 24 ชั่วโมง... ห้ามห่างตัวผมเกินหนึ่งเมตร"
..หนึ่งเมตร! นี่มันระยะประชิดยิ่งกว่าพนักงานเซเว่นกับเครื่องคิดเงินอีกนะบอส! จะให้ฉันสิงร่างพี่เลยไหมล่ะ..
"โหพี่คิน... หนึ่งเมตรนี่ผิงหายใจเข้าพี่คินก็หายใจออกตามพอดีเลยนะ มันไม่อึดอัดไปหน่อยเหรอคะ"
"ผมไม่อึดอัด... ส่วนเธอก็ต้องชิน"
คินพูดเสียงเรียบพลางเดินนำเข้าไปในห้องรับแขกที่กว้างขวาง
"ไปอาบน้ำซะ... ผมสั่งอาหารมาให้แล้ว เดี๋ยวเรามีเรื่องต้องคุยกัน"
"เรื่องอะไรอีกคะ เรื่องหนี้ หรือเรื่องพราวฟ้า"
"เรื่อง... กฎ ของการเป็นเด็กเลี้ยงของผม"
คินหันมามองด้วยสายตาคมกริบที่ทำให้ผิงผิงแทบจะล้มพับลงตรงนั้น
ผิงผิงรีบวิ่งจู๊ดเข้าห้องนอนตัวเองทันที
.. กฎเหรอ กฎบ้ากฎบออะไรอีกล่ะเนี่ย หวังว่าคงไม่มีข้อห้ามใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรอกนะยัยผิงเอ๊ย...
เธอรีบอาบน้ำชำระล้างความซวยจากพวกนักเลงเมื่อตอนบ่าย พอเปิดตู้เสื้อผ้าดู ก็เห็นแต่ชุดนอนลูกไม้ที่พี่คินสั่งไว้ให้เหมือนเดิม
..เอาวะ... ชุดเป็ดเหลืองชุดเดิมก็ได้ ใครจะไปกล้าใส่ชุดซีทรูนี่กันเล่า..
ผิงผิงเดินออกมาในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นลายเป็ด เห็นพี่คินนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารหรูหรา มีอาหารญี่ปุ่นจัดเต็มวางเรียงรายอยู่ คินในชุดลำลองเสื้อยืดสีดำธรรมดา แต่มันกลับส่งเสริมให้พี่แกดูหล่อเท่ระเบิดจนผิงผิงเผลอกลืนน้ำลาย
"มากินซะ... เดี๋ยวจะเย็นหมด"
ผิงผิงนั่งลงฝั่งตรงข้าม เริ่มคีบซูชิเข้าปาก
..อื้อหือออ... ของแพงมันรสมือดีแบบนี้นี่เอง ถ้าต้องเป็นเด็กเลี้ยงแล้วได้กินของอร่อยแบบนี้ทุกวันก็น่าสนอยู่นะ..
"พี่คินไม่กินเหรอคะ? เอาแต่จ้องหน้าผิงอยู่นั่นแหละ หน้าผิงเหมือนปลาแซลมอนเหรอคะ?"
"กินไปเถอะ... ผมอิ่มแล้ว"
คินพูดพลางเท้าคางมองเธอ
"กฎข้อแรก... เธอต้องรายงานผมทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร แม้แต่จะเข้าส้วมก็ต้องส่งสติกเกอร์มาบอก"
"ฮะ! เข้าส้วมเนี่ยนะพี่คิน! บ้าไปแล้ว"
ผิงผิงสำลักโชยุจนน้ำตาไหล
"ใครเขาทำกันคะ พี่คินโรคจิตป่ะเนี่ย?"
"ผมไม่ได้โรคจิต... ผมแค่ต้องแน่ใจว่าเธอปลอดภัย"
คินยื่นทิชชู่ให้เธอ
"ข้อที่สอง... ห้ามรับสายผู้ชายคนอื่นนอกจากผม โดยเฉพาะไอ้หน้าจืดนั่น"
..พี่ต้นสินะ... โธ่เอ๊ย หึงหน้านิ่งของจริงเลยนะเนี่ยพี่คิน..
"พี่ต้นเขาก็แค่รุ่นพี่ที่หวังดีนะพี่คิน อย่าไปอคติกับเขาเลย"
"ผมสั่ง... ก็คือต้องทำ"
คินขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ขึ้น
"และข้อสุดท้าย... ข้อที่สำคัญที่สุด"
ผิงผิงกลืนซูชิคำโตลงคออย่างยากลำบาก
"ข้อ... ข้ออะไรคะ"
คินโน้มตัวลงมาหา แววตาคมกริบนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอจนผิงผิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
"ห้ามใจสั่นกับผู้ชายคนไหน... นอกจากผม"
..โอ้โห... ประโยคนี้ฆ่าคนตายชัดๆ พี่คินนนน! จะหล่อไปถึงไหนเนี่ย ใจผิงไม่รักดีแล้วนะ..
"พี่คินพูดแบบนี้... ผิงก็แย่ดิคะ ใครจะไปห้ามใจได้ล่ะ"
ผิงผิงแกล้งทำใจดีสู้เสือส่งยิ้มกวนๆ กลับไป
"ห้ามไม่ได้... ก็ต้องลองดู"
คินใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นมาเบาๆ
"เพราะถ้าผมรู้ว่าเธอแอบไปยิ้มให้คนอื่น... ผมจะหักหนี้เธอด้วยวิธีอื่นที่เธออาจจะ เหนื่อย กว่าการล้างแก้วหลายเท่า"
ผิงผิงหน้าแดงก่ำ
..วิธีอื่นเหรอ วิธีไหนล่ะพี่คิน อย่าบอกนะว่าวิธีที่ฉันคิดอยู่ในหัวตอนนี้น่ะ..
"พี่คินชอบขู่ผิงตลอดเลยนะ ใจร้ายฉิบเป๋ง"
"ผมไม่ได้ใจร้าย... ผมแค่ จริงจัง "
คินปล่อยมือจากคางเธอแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็น
"คืนนี้ผมนอนเฝ้าหน้าห้องเธอตามที่บอก... ไม่ต้องกลัว"
"พี่คินจะนอนที่โซฟาเหรอคะ มันเจ็บหลังนะพี่"
ผิงผิงถามด้วยความเป็นห่วง
"เจ็บหลังดีกว่าเสียเธอไปให้ไอ้พวกเสี่ยนั่น"
คินหันมามองด้วยสายตาที่ทำให้ผิงผิงใจละลายอีกรอบ
"ไปนอนเถอะ... พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปร้าน"
ผิงผิงเดินกลับเข้าห้องนอนด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก
..พี่คินหน้าตึงแต่ทำไมถึงได้แสนดีขนาดนี้วะเนี่ย ยัยผิงเอ๊ย... แกจะรอดพ้นเงื้อมมือมาเฟียสายละมุนคนนี้ไปได้ยังไงกัน..
เธอนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงเกือบชั่วโมง แต่ก็นอนไม่หลับเพราะภาพเหตุการณ์ที่ร้านกาแฟเมื่อกลางวันมันยังติดตา ความกังวลเรื่องเสี่ยเบิ้มและความลับของตระกูลวรโชติเมธีที่พี่คินซ่อนไว้ทำให้เธอรู้สึกกระสับกระส่าย
ผิงผิงตัดสินใจแง้มประตูห้องนอนออกมาดู เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของพี่คินนอนขดตัวอยู่บนโซฟาหน้าห้องจริงๆ
..โถ่... พี่คิน ตัวโตยังกับยักษ์แต่ต้องมานอนโซฟาตัวแค่นี้ ดูท่าทางน่าจะปวดคอน่าดู..
ผิงผิงเดินย่องเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะเอาผ้าห่มไปคลุมให้ แต่ในจังหวะที่เธอกำลังก้มลงคลุมผ้าให้เขานั่นเอง...
หมับ!
มือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ทันที! คินลืมตาขึ้นมาในความสลัว แววตาเขาดูตื่นตัวตลอดเวลาเหมือนสัญชาตญาณสัตว์ป่า
"จะทำอะไร... จะแอบลักหลับผมเหรอ"
"บ้าเหรอพี่คิน ผิงเอาผ้ามาห่มให้เฉยๆ เหอะ"
ผิงผิงหน้าแดงแป๊ด
"งั้นเหรอ..."
คินไม่ปล่อยมือแต่กลับกระชากเบาๆ จนร่างเล็กล้มลงไปทับบนอกแกร่งของเขาเต็มรัก
"ถ้าเป็นห่วงผมขนาดนั้น... ก็นอนนี่แหละ ไม่ต้องกลับห้อง"
..เฮ้ยยยย! เอาจริงดิพี่คิน นอนบนโซฟาด้วยกันเนี่ยนะ แคบขนาดนี้มันจะเหลือที่ว่างตรงไหนให้หายใจเล่า..