เสียงฮือฮาดังระงมไปทั้งห้องประชุมเมื่อผิงผิงโพล่งออกไปแบบนั้น สายตาของผู้หลักผู้ใหญ่ในบอร์ดบริหารนับสิบคู่จ้องเขม็งมาที่พนักงานตัวเล็กๆ ในชุดสูทราคาแพงที่ดูจะหลวมไปนิดเพราะเจ้าตัวกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้า
..โอ๊ยยย ยัยผิง ปากไวอีกแล้วไงแก นี่มันห้องประชุมระดับพันล้านนะโว้ย ไม่ใช่ร้านส้มตำหน้าปากซอยที่จะมาเถียงฉอดๆ ได้ แต่จะให้ทำยังไงล่ะ พ่อฉันเป็นคนซื่อๆ ขนาดกดโอนเงินในแอปธนาคารยังต้องเรียกฉันไปช่วยดูทุกที จะไปยักยอกเงินบริษัทระดับชาติได้ไง บ้าไปแล้ว..
"ใจเย็นๆ ผิง..."
คินพูดเสียงเรียบแต่มือหนาเลื่อนมาบีบมือเธอไว้ใต้โต๊ะประชุมแน่น เหมือนจะบอกว่า อยู่กับผมไม่ต้องกลัว
"เย็นไม่ลงแล้วค่ะพี่คิน ดูเขาสิคะ เอาชื่อพ่อผิงขึ้นจอตัวเบ้อเริ่มขนาดนั้น พ่อผิงชื่อนายสมชาย ไม่ใช่นายขโมยนะ"
ผิงผิงกระซิบเสียงเครือ น้ำตาเริ่มจะคลอเบ้าด้วยความโกรธ
"หึ... คินคะ พราวบอกแล้วไงว่ายัยเด็กนี่น่ะมันมีเบื้องหลัง ไม่แปลกหรอกที่คนเป็นพ่อจะร่วมมือกับคนในบริษัทเพื่อโกงเงินน่ะ"
พราวฟ้าเหยียดยิ้มสะใจพลางปัดมือไปมาเหมือนรำคาญ
"หลักฐานก็คาตาขนาดนี้ ยังจะกล้าหน้าด้านเถียงอีกเหรอคะ"
คินไม่ได้มองหน้าพราวฟ้าแม้แต่นิดเดียว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางนิ่งสงบแต่รังสีอำมหิตนี่แผ่ซ่านจนกรรมการที่นั่งใกล้ๆ ถึงกับต้องขยับเก้าอี้หนี
"คุณสมพร... หลักฐานที่คุณเอาขึ้นจอนี่ มาจากแผนกไหนครับ"
คินถามกรรมการคนที่เปิดประเด็นด้วยเสียงนิ่งๆ
"มาจาก... จากฝ่ายจัดซื้อครับคุณคิน มีลายเซ็นกำกับชัดเจนว่าเป็นนายสมชายคนนี้แหละที่เซ็นรับเงินค่าวัสดุก่อสร้างที่เกินจริงไปสิบล้าน"
คุณสมพรตอบตะกุกตะกัก
..ลายเซ็นเหรอ? พ่อฉันเขียนหนังสือยังโย้ไปเย้มายังกับลายแทงขุมทรัพย์ จะไปเซ็นเอกสารบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ได้ไงวะ..
"ขอดูเอกสารตัวจริงหน่อยค่ะ ผิงจำลายเซ็นพ่อผิงได้"
ผิงผิงฮึดสู้ ยืนขึ้นประจันหน้าบ้าง
คินมองผิงผิงแวบหนึ่งก่อนจะหันไปทางจอภาพ
"ไม่ต้องดูตัวจริงหรอกครับ... เพราะเอกสารชุดนี้มันเป็นของปลอม"
ทั้งห้องเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า พราวฟ้าหน้าเสียทันที
"คิน! คินเข้าข้างยัยนี่จนมองข้ามความถูกต้องเลยเหรอคะ"
"ผมมองเห็นสิ่งที่พวกคุณแกล้งมองไม่เห็นต่างหาก"
คินหยิบรีโมตคอนโทรลมาจิ้มที่จอภาพ
"สังเกตไหมครับว่าวันที่ในเอกสารฉบับนี้ คือวันที่ 15 เดือนที่แล้ว... ซึ่งเป็นวันที่นายสมชาย พ่อของผิงผิงโดนพวกเสี่ยเบิ้มจับตัวไปขังไว้ในโกดังร้าง แล้วเขาจะเอาเวลาที่ไหนมาเซ็นรับเงินที่นี่"
..เอ้อจริงด้วย! พี่คินความจำดีฉิบเป๋ง! ขนาดฉันยังลืมวันลืมคืนไปแล้วนะเนี่ย..
ผิงผิงแอบชูนิ้วโป้งให้พี่คินในใจ
..หล่ออย่างเดียวไม่พอ สมองยังระดับอัจฉริยะอีกนะบอสฉัน..
"เอ่อ... คือ... เรื่องนั้นอาจจะเป็นการเซ็นย้อนหลังก็ได้นะครับคุณคิน"
คุณสมพรพยายามแถแถกไปเรื่อย
"งั้นดูนี่ต่อ..."
คินเปิดคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่เขาแอบให้ภีมไปดึงมาเมื่อเช้า
"นี่คือคลิปจากห้องฝ่ายจัดซื้อในวันที่มีการออกเช็คเงินสด... คนที่เดินเข้าไปเซ็นรับไม่ใช่คนในรูป แต่เป็นพนักงานที่เพิ่งลาออกไปเมื่อวาน ซึ่งผมได้ข่าวมาว่า... เป็นคนสนิทของคุณพราวฟ้าด้วย ใช่ไหมครับ"
คราวนี้พราวฟ้าหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม
"คะ... คิน พูดอะไรคะ พราวไม่รู้เรื่อง"
"ผมยังไม่ได้บอกว่าพราวเกี่ยว... พราวจะรีบร้อนทำไมครับ"
คินพูดพลางยิ้มมุมปากที่ดูเยือกเย็น
"เรื่องนี้ผมจะให้ฝ่ายกฎหมายจัดการลากคอคนบงการมาให้ได้ภายในวันนี้ ใครที่คิดจะใช้ผิงผิงเป็นเครื่องมือเล่นงานผม... เตรียมตัวหาทนายเก่งๆ ไว้ได้เลย"
คุณหญิงนภาที่นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะมองลูกชายตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจ
"คินจัดการได้ดี... งั้นเรื่องนี้ปิดประชุมไปก่อน ส่วนใครที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เตรียมรอรับหนังสือเรียกตัวจากตำรวจได้เลย"
พอออกจากห้องประชุม ผิงผิงแทบจะเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นถ้าพี่คินไม่คว้าเอวไว้ก่อน
"พี่คิน... ขอบคุณนะคะ ผิงนึกว่าพ่อจะซวยซะแล้ว"
ผิงผิงเงยหน้ามองด้วยแววตาซาบซึ้ง
"พี่คินรู้ได้ไงคะว่าพวกนั้นจะเล่นงานผิงเรื่องนี้"
"ผมรู้ตั้งแต่วันที่ภีมบอกว่ามีคนแอบสืบประวัติครอบครัวเธอแล้ว..."
คินจูงมือเธอเดินไปที่ลิฟต์
"คนอย่างผม... ถ้าจะปกป้องใคร ผมไม่ปล่อยให้มีช่องโหว่หรอก"
..โอ้โห... คำพูดพี่แกนี่มันหล่อกระชากใจจริงๆ ว่ะ ยัยผิงเอ๊ย แกโชคดีแค่ไหนที่มีบอสหน้านิ่งแต่หัวใจนิ่งยิ่งกว่าหิน (แต่แสนดี) แบบนี้..
"แล้วพี่พราวฟ้าล่ะคะ พี่คินจะเอาผิดเขาจริงๆ เหรอ"
"ถ้าพราวทำ... พราวก็ต้องรับผิดชอบ"
คินตอบเสียงแข็ง
"ผมเตือนแล้วว่าอย่ามายุ่งกับเธอ"
พอลิฟต์ปิดลง พี่คินก็หันมามองผิงผิงที่ยังคงหน้าแดงๆ เพราะโดนเขาโอบเอวอยู่
"เป็นไง... เหนื่อยไหม"
"เหนื่อยสิคะพี่คิน! หัวใจผิงทำงานหนักยิ่งกว่าพนักงานโรงงานอีกเนี่ย วันเดียวโดนทั้งใส่ร้าย โดนทั้งเข้าประชุมบอร์ด ผิงอยากกลับไปล้างแก้วที่ร้านอุ่นไอแล้วค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ผมพาไปกินสเต๊กเจ้าอร่อยเป็นการปลอบใจ... ตกลงไหม"
"สเต๊กเหรอคะ! เอาค่ะเอา! ผิงขอสั่งแบบชิ้นใหญ่ยักษ์เลยนะพี่คิน ล้างแค้นความหิวเมื่อกี้"
ผิงผิงยิ้มร่า ..แหม มีเจ้านายเป็นสายเปย์นี่มันดีจริงๆ แฮะ ถึงจะหน้านิ่งไปนิดแต่กระเป๋าหนักแบบนี้ผิงยอมเป็นเด็กเลี้ยงตลอดไปเลยจ้า..
แต่ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินไปที่ที่จอดรถ สายตาของผิงผิงก็ไปสะดุดเข้ากับเงาตะคุ่มๆ หลังเสาไฟฟ้าหน้าตึกบริษัท...
..เอ๊ะ... นั่นมันลูกน้องเสี่ยเบิ้มคนเมื่อวานนี่นา! มันมาทำอะไรที่นี่อีกวะ? หรือว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบง่ายๆ..
ผิงผิงสะกิดแขนคินเบาๆ
"พี่คินคะ... ดูโน่นสิคะ"
คินมองตามนิ้วผิงผิงไป แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อกี้กลับมาเย็นชาทันที
"มันยังกล้ามาแถวนี้อีกเหรอ..."
เขาพึมพำ
"ผิง... ไปรอในรถ ล็อกรถให้แน่น ห้ามลงมาเด็ดขาด"
"พี่คิน! พี่จะไปบวกกับมันอีกแล้วเหรอคะ"
"ผมไม่ได้ไปบวก... ผมแค่จะไป เคลียร์ ให้จบๆ ไป"
คินดันตัวผิงผิงเข้าไปในรถ
"เชื่อใจผมนะ... แป๊บเดียว"