"มายืนนี่"
น้ำเสียงของบอสคินดุชะมัด ดุจนผิงผิงอยากจะวาร์ปกลับไปนอนมุดมุ้งที่บ้านให้รู้แล้วรู้รอด ยัยตัวแสบก้าวฉับๆ ไปยืนข้างเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางเกร็งสุดขีด ไหล่ห่อจนจะชิดหูอยู่แล้ว ในหัวนี่คิดไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้วว่า จะโดนบอสสับหัวเพราะทำน้ำตาลหกใส่ หรือจะโดนไล่ออกข้อหาทำของเสียเวลาลูกค้าสายมูเมื่อกี้กันแน่
เอาเถอะยัยผิง... ถ้าเขาจะไล่ออก ก็ขอแอบจิ๊กคุกกี้ในโหลไปกินประทังชีวิตสักชิ้นสองชิ้นแล้วกันนะ ผิงผิงแอบคิดแผนสำรองในใจอย่างเศร้าๆ
"คะบอส จะให้ผิงล้างแก้วต่อ หรือจะให้ไปถูส้วม บอสบอกมาเลย ผิงยอมหมดแล้ว แต่อย่าทำหน้านิ่งแบบนั้นใส่ผิงเลย ใจคอมันไม่ดี"
ผิงผิงรัวคำพูดออกมายังกับปืนกล พลางทำตาปริบๆ อ้อนวอนขอชีวิต คินไม่ตอบ
ก็ตามเคยนั่นแหละ เขาหยิบเหยือกสแตนเลสที่เรียกว่า พิทเชอร์ ขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วกวักมือเรียกเธอให้เข้าไปใกล้กว่าเดิม ใกล้จนผิงผิงได้กลิ่นแป้งเด็กจางๆ จากตัวเขา... เอ้า!
บอสหน้าโหดแต่ใช้แป้งเด็กเหรอเนี่ย โคตรขัดกับหน้าพี่แกเลยให้ตายเหอะ
"จะสอนเทลาเต้... ดู"
เขาพูดสั้นยังกับกลัวพิกุลจะร่วงจากปาก ก่อนจะเอื้อมมือหนาๆ มาจับหมับเข้าที่มือของผิงผิงที่กำลังถือแก้วกาแฟสีขาวสะอาดอยู่ มือบอสอุ่นชะมัด... อุ่นจนผิงผิงรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งปรี๊ดจากปลายนิ้วนำทางไปถึงขั้วหัวใจ สมองสั่งการให้กระโดดหนี แต่ขามันดันแข็งทื่อยังกับโดนกาวตราช้างหยอดไว้กลางร้านอุ่นไอ
"ถือแบบนี้... อย่าสั่น"
คินสั่งพลางโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ต้นคอของเธอ ผิงผิงรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่เกือบจะแนบชิดกับแผ่นหลังของเธออยู่แล้ว
"โอ๊ยยย บอสคะ! สั่งไม่ให้สั่นน่ะมันง่าย แต่ดูจังหวะหัวใจผิงตอนนี้ด้วย มันเต้นรัวยิ่งกว่ากลองยาววันสงกรานต์อีกนะบอส! ถ้ามันหลุดออกมานอกอกได้ มันคงวิ่งไปแจ้งความที่ป้อมตำรวจหน้าซอยแล้วว่าโดนบอสคุกคามทางใจไปแล้ว"
"ตั้งสมาธิ"
คินย้ำเสียงเข้ม
เขาเริ่มประคองมือเธอให้เอียงแก้วกาแฟ แล้วค่อยๆ เทสายน้ำนมสีขาวเนียนนุ่มลงไปในน้ำกาแฟสีเข้มอย่างช้าๆ จังหวะที่เขาขยับมือประคองเธอนั้น มันทำให้ผิงผิงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องชงกาแฟที่ครางหึ่งๆ กับเสียงหัวใจของเธอที่แข่งกันดัง
"เทสม่ำเสมอ... แล้วค่อยๆ สะบัดข้อมือ"
คินกระซิบอยู่ที่ข้างหู น้ำเสียงทุ้มๆ นั่นมันทำเอาหูผิงผิงอื้อไปหมด ลวดลายใบไม้บนฟองนมเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง แต่พอมาถึงจังหวะสุดท้ายที่บอสปล่อยให้ผิงผิงลองสะบัดมือเอง...
จึ้ก!
"อุ๊ย!"
เพราะมือน้อยๆ ดันกระตุกผิดจังหวะด้วยความประหม่า ลายใบไม้สวยๆ เลยเบี้ยวบูดกลายเป็นรูปร่างแปลกๆ ที่ดูยังไงก็เหมือน หัวใจโดนรถสิบล้อทับ มากกว่าจะเป็นงานศิลปะ
ผิงผิงรีบชักมือกลับทันทีเหมือนโดนของร้อน ใบหน้าของเธอตอนนี้ร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดได้
"แหะๆ บอสคะ... ลาย ใจร้าว ค่ะ เป็นเทรนด์ใหม่ ผิงคิดเองกะว่าจะขายให้พวกคนอกหักบ่อยๆ"
เธอยิ้มเจื่อนๆ ส่งให้เจ้านาย คินก้มมองผลงานในแก้วสลับกับหน้าพนักงานใหม่ที่ตอนนี้แดงเป็นลูกตำลึงสุก เขาไม่ได้ด่าสักคำ แต่กลับวางพิทเชอร์ลงช้าๆ แล้วถอนหายใจยาวเหยียดที่ทำเอาผิงผิงใจหายแวบ
"ไปล้างแก้วให้สะอาด... เดี๋ยวสอนใหม่ จนกว่าลายจะเป็นใบไม้ ไม่ใช่พยาธิตัวตืดแบบนี้"
"โหบอส! ใจร้ายพยาธิตัวตืดเลยเหรอคะ ผิงว่ามันออกจะอาร์ตนะ"
"พิจิตรา"
เรียกชื่อจริงทีไร แปลว่าเริ่มจะโกรธจริงแล้ว ผิงผิงรีบคว้าแก้วที่ชงเสียวิ่งแจ๋วไปที่ซิงก์ล้างจานทันที พลางบ่นงึมงำกับตัวเอง
"หน้านิ่งยังกับหินสลัก แถมยังปากคอเลาะร้ายอีกนะตานี่ สอนดีๆ ก็ไม่ได้ ต้องมาทำเป็นเข้มข่มกันอยู่ได้ ใจดำยังกับเมล็ดกาแฟไหม้เชียว"
ในระหว่างที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาถูแก้วอย่างบ้าคลั่ง สบู่ฟองฟอดเต็มมืออยู่นั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นอีกครั้ง
กรุ๊งกริ๊ง!
คราวนี้พนักงานใหม่ชะโงกหน้าออกไปดูด้วยความหวังว่าจะเป็นลูกค้าปกติๆ ที่มาสั่งชามะนาวหรือโกโก้ธรรมดาบ้าง แต่แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัว จนแก้วในมือแทบจะหลุดร่วง เมื่อคนที่เดินเข้ามาคือหนุ่มหล่อร่างสูงในชุดนักศึกษาวิศวะที่เนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาส่งยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่มาให้ผิงผิง
"ผิง! ใช่ผิงจริงๆ ด้วย พี่ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นเรา"
"อ้าว... พี่ต้น"
ผิงผิงร้องออกมาด้วยความตกใจ พี่ต้นคือรุ่นพี่ที่คณะวิศวะที่เคยตามจีบเธออยู่พักใหญ่ตอนเรียนมหาลัย พี่แกเป็นคนรวย นิสัยดี แต่ผิงผิงดันคิดกับเขาแค่พี่ชายคนหนึ่ง พอเห็นพี่ต้นเดินดุ่มๆ เข้ามาในร้านอุ่นไอแบบนี้ ผิงผิงก็ทำตัวไม่ถูกทันที มือที่ยังเปื้อนฟองสบู่เผลอไปป้ายโดนจมูกตัวเองจนดูตลก
"ผิงมาทำงานที่นี่เองเหรอ พี่ตามหาซะทั่วเลยเนี่ย"
ต้นไม่พูดเปล่า เขาเดินเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์แล้วเอื้อมมือข้ามเคาน์เตอร์มาจะคว้ามือผิงผิงไปจับ
"ไปหาข้าวกินกันไหม พี่นัดเพื่อนไว้แต่เดี๋ยวเบี้ยวได้ เพื่อผิงพี่ทำให้ได้ทุกอย่าง"
"เอ่อ... คือ... ผิงทำงานอยู่ค่ะพี่ต้น ยังเลิกไม่ได้"
ผิงผิงอึกอัก พยายามจะถอยหลังหนีแต่พี่ต้นก็ยังคงรุกหนัก สายตาของเขาดูมุ่งมั่นจนผิงผิงเริ่มอึดอัด เธอแอบเหลือบมองไปทางบอสคินที่ตอนนี้ยืนนิ่งอยู่ที่เครื่องบดกาแฟ สายตาของบอสที่มองมาทางพี่ต้นมันเย็นเฉียบจนเหมือนมีพายุน้ำแข็งพัดผ่านกลางร้านอุ่นไอ ความกดดันพุ่งสูงขึ้นทันที
เอาแล้วไงยัยผิง... ร้านอุ่นไอ แต่ทำไมตอนนี้มันหนาวสั่นไปถึงขั้วปอดขนาดนี้วะเนี่ย
คินเดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์อย่างช้าๆ ฝีเท้าของเขาดูหนักแน่นจนผิงผิงเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เขาไม่พูดกับต้นแม้แต่คำเดียว แต่กลับหันไปสั่งผิงผิงด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนน่ากลัว
"พิจิตรา... กาแฟไหม้แล้ว ไปจัดการซะ"
"คะ? กาแฟไหม้ตรงไหนคะบอส ผิงยังไม่ได้เริ่มต้มอะไรเลยนะ"
"ผมบอกว่าไหม้... ก็คือไหม้"
คินจ้องหน้าเธอเขม็ง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่มือของพี่ต้นที่พยายามจะถูกเนื้อต้องตัวพนักงานของเขา
"และที่นี่ร้านกาแฟ... ไม่ใช่สถานที่รับแขกส่วนตัว ถ้าจะคุยกันเรื่องอื่นเชิญนอกเวลาพนักงานของผมมีงานต้องทำ"
พี่ต้นขมวดคิ้วจ้องหน้าเจ้าของร้านกลับอย่างไม่ยอมกัน
"คุณเป็นเจ้าของร้านเหรอครับ ผมแค่จะมาคุยกับคนรู้จักแป๊บเดียวเอง ไม่น่าจะทำให้ธุรกิจคุณล่มละลายมั้ง"
"ผมเป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอ"
คินตอบเสียงเรียบแต่ฟังดูมีอำนาจจนคนฟังต้องสะดุด
"และตอนนี้เวลาทุกนาทีของเธอเป็นของผม... ไม่ใช่ของคุณ เชิญครับ ออเดอร์ลูกค้าคนอื่นยังค้างอยู่"
ผิงผิงยืนตัวลีบเหมือนแมวโดนน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างชายหนุ่มสองคนที่กำลังทำสงครามประสาทกันด้วยสายตา พี่ต้นดูฮึดฮัดแต่ก็ยอมถอยออกมาหนึ่งก้าว ส่วนบอสคินน่ะเหรอ... พี่แกยืนกอดอกนิ่งยังกับพระประธาน แต่รังสีอำมหิตนี่กระจายไปทั่วร้าน
"พี่รอข้างนอกก็ได้ผิง เลิกงานแล้วเจอกันนะ"
ต้นพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินสะบัดหน้าออกไป
พอประตูร้านปิดลง ผิงผิงก็เตรียมตัวจะโดนเทศน์ชุดใหญ่ แต่บอสคินกลับไม่พูดอะไรสักคำ เขาแค่หันกลับไปเช็ดเคาน์เตอร์แรงๆ เหมือนจะเอาให้ไม้มันสึกไปเลย
"บอส... โกรธผิงเหรอคะ"
ผิงผิงถามเสียงอ่อย
"บอสคะ ตอบหน่อยสิ ผิงทำอะไรผิด ผิงก็แค่คนรู้จักพี่เขาเองนะ"
คินวางผ้าเช็ดโต๊ะลงเสียงดัง 'ปึก' ก่อนจะหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่ผิงผิงไม่เคยเห็นมาก่อน มันดูเหมือนจะโกรธ... แต่ก็เหมือนจะรำคาญ และอะไรบางอย่างที่เธอเดาไม่ออก
"วันนี้... ล้างแก้วเพิ่มอีก 50 ใบ แล้วห้ามออกไปหาใครข้างนอกร้านจนกว่าผมจะอนุญาต"
"ฮะ! 50 ใบ! บอสแกล้งผิงนี่นา!"
"ผมบอกว่า 50 ใบ... ก็คือ 50 ใบ"
พูดจบเขาก็เดินหนีเข้าไปหลังร้านทิ้งให้ผิงผิงยืนอ้าปากค้างอยู่คนเดียว ยัยจอมเปิ่นกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ตาบอสหน้าตาย! แกล้งกันชัดๆ เลย ขี้งกไม่พอ ยังขี้สั่งอีกนะเนี่ย!
แต่ผิงผิงไม่มีทางรู้เลยว่า... ตอนที่คินเดินเข้าไปในห้องมืดหลังร้าน เขาลอบถอนหายใจออกมาแรงๆ มือที่กอดอกอยู่มันยังคงสั่นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ... ความรู้สึกที่เรียกว่า หวง จนอกแทบระเบิด