"ดูแล? คินพูดว่าให้ยัยพนักงานซุ่มซ่ามคนนี้มาดูแลคินแทนพราวเหรอคะ"
เสียงแหลมสูงของพราวฟ้าปรี๊ดขึ้นจนลูกค้าที่กำลังจะเดินเข้าร้านถึงกับชะงักฝีเท้าแล้วหมุนตัวกลับแทบไม่ทัน ผิงผิงยืนตัวลีบ ยิ่งกว่ามดตะนอยข้างกระสอบทราย เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของ คุณหญิงนภา แม่ของพี่คินที่จ้องมองมายังเธอเหมือนกำลังเอ็กซเรย์หาความจริงว่ายัยเด็กคนนี้มีดีอะไร
"คิน... แม่ว่าเราคงมีเรื่องต้องคุยกันยาวนะ"
คุณหญิงนภาพูดเสียงเรียบแต่ทรงพลัง ท่าทางนิ่งๆ ของท่านทำให้ผิงผิงรู้เลยว่าพี่คินได้ความหน้านิ่งมาจากใคร
"หนูชื่อผิงผิงใช่ไหม ไปชงกาแฟมาให้ฉันแก้วนึงสิ ขอแบบที่คิดว่าดีที่สุด... แล้วฉันจะตัดสินเองว่าเธอ ดูแล ลูกชายฉันได้จริงหรือเปล่า"
ผิงผิงสะดุ้ง
"คะ... ค่ะคุณหญิง ผิงจะรีบจัดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"
"โถ่เอ๊ยยย ยัยผิง มือสั่นขนาดนี้จะทำลาเต้อาร์ตออกมาเป็นรูปอะไรวะเนี่ย หรือจะเป็นรูปพยาธิแบบวันก่อนอีก"
ผิงผิงรีบกุลีกุจอไปที่เครื่องชงกาแฟ มือไม้สั่นจนเกือบจะทำก้านชงหลุดมือ พี่คินเดินตามมาติดๆ เขาไม่ได้พูดอะไร แต่แอบเอามือวางทับบนหลังมือเธอเบาๆ ตรงเคาน์เตอร์ที่แม่มองไม่เห็น
"ไม่ต้องเกร็ง... ทำเหมือนที่เคยทำให้ผมกิน"
พี่คินกระซิบเสียงเบาจนผิงผิงใจชื้นขึ้นมานิดนึง
ผิงผิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"สู้โว้ยยย เพื่อพ่อแม่ เพื่อหนี้ และเพื่อพี่คินหน้านิ่งคนนี้แหละ"
เธอเริ่มบดเมล็ดกาแฟ กลิ่นหอมกรุ่นเริ่มกระจายไปทั่วร้าน ผิงผิงตั้งใจทำทุกขั้นตอนอย่างประณีตที่สุดเท่าที่ชีวิตนี้จะทำได้ เธอเลือกเมนู อุ่นไอลาเต้ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน และจังหวะที่ต้องเทนม... เธอค่อยๆ สะบัดข้อมือจนออกมาเป็นรูปหัวใจดวงเล็กๆ ที่ดูเบี้ยวไปนิดแต่ก็ดูออกว่าเป็นหัวใจ
"กาแฟได้แล้วค่ะคุณหญิง..."
ผิงผิงยกแก้วไปวางตรงหน้าแม่ของพี่คินด้วยมือที่พยายามไม่ให้สั่นที่สุด
คุณหญิงนภาจิบกาแฟช้าๆ ท่ามกลางสายตาลุ้นระทึกของผิงผิง และสายตาจิกกัดของพราวฟ้า
"รสชาติดี... นุ่มนวล แต่ยังขาดความหนักแน่นไปนิด"
ท่านวางแก้วลงแล้วหันไปมองคิน
"คินชอบแบบนี้เหรอ แบบที่ดูอ่อนโยนจนน่าเป็นห่วงเนี่ยนะ"
"ผมไม่ได้ชอบเพราะกาแฟครับแม่... แต่ผมชอบที่คนชงเขามี หัวใจ ให้กับสิ่งที่ทำ"
พี่คินตอบกลับหน้าตาเฉย
"และเขาก็เป็นคนเดียวที่ทำให้ผมอยากกลับมาร้านนี้ทุกวัน"
พราวฟ้าแทบจะดิ้นตายอยู่ตรงนั้น
"คิน! พราวไม่ยอมนะคะ คุณแม่ขา ดูคินสิคะ พูดจาทำร้ายจิตใจพราวต่อหน้ายัยเด็กนี่ได้ยังไง"
"พราวฟ้า... เงียบก่อน"
คุณหญิงนภาสั่งเสียงเข้มก่อนจะลุกขึ้นยืน
"หนูผิงผิง... วันนี้ฉันยังไม่ตัดสินอะไรเธอหรอกนะ แต่จำไว้ว่าทางเดินของลูกชายฉันมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ถ้าเธอคิดจะอยู่ข้างเขาจริงๆ เธอก็ต้องเข้มแข็งกว่านี้"
พูดจบคุณหญิงนภาก็เดินออกจากร้านไป ทิ้งให้พราวฟ้ายืนกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ
"ฝากไว้ก่อนเถอะยัยผิง แกอย่าหวังว่าจะเสวยสุขบนกองเงินกองทองของคินได้นานนักเลย"
แล้วคุณหนูสายจิกก็สะบัดตูดเดินตามคุณหญิงไปทิ้งให้ในร้านเหลือเพียงความเงียบ
ผิงผิงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
"โอ๊ยยย พี่คิน... ผิงหัวใจจะวายตายจริงๆ แล้วนะ แม่พี่คินนี่ดุกว่าที่ผิงคิดไว้อีก"
"แม่ผมก็เป็นแบบนี้แหละ... ลึกๆ ท่านใจดี แค่ชอบลองใจคน"
คินเดินเข้ามาลูบหัวผิงผิงเบาๆ
"ขอบใจนะที่ทนเพื่อผม"
"ไม่ทนได้ไงล่ะคะ หนี้ก็ตั้งเยอะ แถมพี่คินยัง... ยังทำตัวน่ารักขนาดนี้"
ผิงผิงเงยหน้าส่งยิ้มกวนๆ ให้
"แต่เมื่อกี้พี่คินพูดจริงเหรอคะ ที่บอกว่าชอบผิงเพราะผิงมีหัวใจน่ะ"
คินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวลงมาหาจนหน้าแทบชนกัน
"ผมเคยพูดเล่นเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ"
"แหม... พี่คินหน้านิ่งแต่พ่นคำหวานไม่หยุดแบบนี้ ผิงก็ไปไม่เป็นดิ"
ผิงผิงหน้าแดงแป๊ด
"ไปทำงานต่อได้แล้วค่ะบอส เดี๋ยวลูกค้ามาแล้วไม่มีคนชงกาแฟให้นะ"
วันทั้งวันผิงผิงทำงานด้วยความรู้สึกเหมือนลอยอยู่ในเมฆ แต่เรื่องมันจะเรียบง่ายแบบนี้ได้ยังไงกัน ในช่วงบ่ายที่ลูกค้าเริ่มซาลง มีชายฉกรรจ์ในชุดดำสองสามคนเดินเข้ามาในร้าน ท่าทางไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปแน่นอน ผิงผิงจำได้ทันที... พวกมันคือลูกน้องของเสี่ยเบิ้ม เจ้าหนี้พนันของพ่อเธอ
"ว่าไงจ๊ะน้องผิง... บอสคินไปช่วยพ่อแม่แกออกมาแล้ว คิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ เหรอ"
หัวโจกคนหนึ่งพูดพลางตบโต๊ะเสียงดัง
"พวกแกมาทำไมอีก พี่คินเคลียร์หนี้ให้หมดแล้วไม่ใช่เหรอ"
ผิงผิงใจสั่นแต่ก็ยังใจดีสู้เสือ
"เคลียร์น่ะเคลียร์ไป... แต่ดอกเบี้ย นอกระบบ มันยังไม่จบนี่นา"
มันแสยะยิ้ม
"เสี่ยบอกว่าถ้าแกไม่อยากให้ร้านกาแฟนี่โดนเผาคืนนี้... ก็ตามพวกเราไปพบเสี่ยหน่อยดีไหม"
ผิงผิงหน้าซีด
"ไปพบเสี่ย ชิบหายแล้วยัยผิง งานเข้าซ้ำซ้อนยังกับละครน้ำเน่าเลย"
"พี่คินไปไหนนะ ทำไมตอนสำคัญแบบนี้ถึงไม่อยู่"
(คินเพิ่งออกไปคุยงานกับภีมเมื่อสิบนาทีก่อน)
"ไม่ไป ออกไปจากร้านเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ"
"ตำรวจเหรอ หึ... กว่าตำรวจจะมา ร้านนี้ก็น่าจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วล่ะจ้ะ"
มันคว้าข้อมือผิงผิงฉุดให้เดินตามออกไป
ผิงผิงพยายามดิ้นรนสุดชีวิต
"ปล่อยนะไอ้พวกบ้า! ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย"
ในจังหวะที่ผิงผิงกำลังจะโดนลากออกจากร้าน บานประตูร้านอุ่นไอก็ถูกถีบออกอย่างแรง! ปัง
คินยืนอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก ในมือถือถุงขนมเค้กที่เขาตั้งใจซื้อมาฝากผิงผิง แต่ตอนนี้เขาโยนมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี
"วางมือจากคนของผม... ถ้าพวกแกไม่อยากไปนอนในโลงศพแทนโกดังร้างวันก่อน"