ตอนที่8

1456 Words
ร้านอุ่นไอตอนนี้มันช่างน่ากลัวยิ่งกว่าป่าช้าเสียอีก ผิงผิง ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น มือยังค้างอยู่ในท่าที่พยายามจะคว้าแขนบอสคินไว้ แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงกลิ่นกาแฟจางๆ และควันรถที่บอสเพิ่งเหยียบมิดไมล์ออกไปทิ้งท้ายไว้ให้ดูต่างหน้า ไปแล้ว... พี่แกไปจริงๆ ด้วย "เหอะ... ไหนบอกว่าไม่ได้อยากเป็นแค่เจ้านายไง ไหนบอกว่าไม่ได้ล้อเล่นไงวะ" ผิงผิงตะโกนก้องร้านด้วยความโมโหที่ปนมากับความน้อยใจ น้ำตาที่เพิ่งเช็ดไปเริ่มคลอเบ้าอีกรอบ ยัยตัวแสบทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นร้านอย่างหมดแรง ไม่สนแล้วว่าพื้นจะสะอาดหรือเปื้อนแค่ไหน ในหัวมีแต่คำพูดพ่นไฟของยัยคุณหนูพราวฟ้าที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์เมื่อกี้ "พนักงานส้วมอย่างแกจะไปหวังอะไรยัยผิง เขาแค่หยอดคำหวานใส่ แกก็ดันเคลิ้มจนลืมตักน้ำชะโงกดูเงาหัวตัวเองซะงั้น" เธอบ่นพึมพำพลางเอาหน้าฟุบเข่า ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยกไฟแดงมันเป็นแบบนี้นี่เอง บอสคินที่แสนจะนิ่งขรึมและดูเหมือนจะปกป้องเธอสุดชีวิตเมื่อครู่ กลับทิ้งเธอไว้ข้างหลังทันทีที่คู่หมั้นตัวจริงส่งเสียงสั่ง ในขณะที่ผิงผิงกำลังจมอยู่กับกองความเศร้า เสียงเบรกกะทันหันของรถยนต์หรูหน้าร้านก็ ดังขึ้น เอี๊ยดดดด! ตามมาด้วยเสียงประตูปิดปังใหญ่ ผิงผิงสะดุ้งสุดตัวรีบปาดน้ำตาทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมตัวรับแรงปะทะ เพราะดูทรงแล้ว... ไอ้รถสปอร์ตสีแดงเพลิงที่จอดขวางหน้าร้านอยู่นั่น ไม่ใช่รถของบอสคินแน่นอน กรุ๊งกริ๊ง! เสียงกระดิ่งร้านดังสะเทือนเลื่อนลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของผู้หญิงที่สวยราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่นชั้นนำ เธอสวมเดรสสีขาวแบรนด์เนมทั้งตัว แว่นกันแดดราคาเหยียบแสนถูกยกขึ้นไปคาดไว้บนศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างประณีต แต่แววตานั้นจิกกัดยิ่งกว่าไก่ชน "คิน! คินอยู่นี่ใช่ไหม!" หญิงสาวคนนั้นตะโกนเรียกชื่อเจ้านายเธอด้วยน้ำเสียงเอาแต่ใจสุดขีด เธอเดินนวยนาดเข้ามาในร้านพลางใช้พัดในมือพัดลมเบาๆ เหมือนร้านอุ่นไอเป็นกองขยะที่ส่งกลิ่นเหม็น "ร้านอะไรเนี่ย เล็กยังกับรังหนู แถมกลิ่นกาแฟก็น่าเวียนหัวชะมัด" ผิงผิงพยายามรวบรวมสติ เดินออกมาเผชิญหน้า "เอ่อ... คุณคือคุณพราวฟ้าใช่ไหมคะ" พราวฟ้าหยุดเดินแล้วกวาดสายตามองผิงผิงตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาที่มองมามันเต็มไปด้วยความดูถูกจนผิงผิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเศษขี้ผง "ใช่... ฉันคือพราวฟ้า คู่หมั้นของคิน แล้วเธอเป็นใคร พนักงานล้างจานเหรอ หน้าตาซื่อบื้อแบบนี้คินรับเข้ามาทำงานได้ยังไงกัน" หนอย... ยัยคุณหนูหน้าจิก! ปากดีนักนะ ผิงผิงกัดฟันกรอดแต่ก็ยังพยายามรักษามารยาท "ผิงเป็นพนักงานเสิร์ฟค่ะ และตอนนี้บอสคินไม่อยู่ค่ะ เขาเพิ่งออกไปเมื่อกี้..." "ไม่อยู่ โกหก" พราวฟ้าแผดเสียง "ฉันโทรตามเขา บอกว่าฉันรออยู่ที่หน้าบ้านเขา ถ้าเขาไม่มาฉันจะพังร้านนี้ทิ้ง เขาต้องแอบอยู่ข้างหลังแน่ๆ หลีกไปนะ ฉันจะเข้าไปดูเอง" "เข้าไม่ได้ค่ะบอสไม่อยู่จริงๆ" ผิงผิงรีบวิ่งไปขวางหน้าประตูห้องหลังร้านไว้ แต่ยัยคุณหนูพราวฟ้าก็ไม่ยอมถอย ทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์กาแฟจนข้าวของเริ่มหล่นกระจาย "ปล่อยนะยัยไพร่ แกกล้าดียังไงมาแตะตัวฉัน" พราวฟ้าผลักผิงผิงอย่างแรงจนร่างเล็กล้มลงไปกระแทกกับเคาน์เตอร์ไม้ เสียง 'ปึก' ดังลั่นจนผิงผิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่สะโพก แต่ยัยคุณหนูใจร้ายกลับไม่สน เดินสะบัดหน้าจะเข้าไปข้างในต่อ แต่ทว่า... "หยุดเดี๋ยวนี้ พราวฟ้า" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังมาจากหน้าประตูร้าน ทุกคนหันขวับไปมอง คินยืนหอบหายใจน้อยๆ อยู่ที่นั่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยหน้าตายตอนนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธจัดที่เห็นพนักงานของเขาถูกรังแก "คินคะ พราวมาตามคินไงคะ คินหายไปไหนมา พราวรอตั้งนาน" พราวฟ้ารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ่อนหวานทันที เธอวิ่งเข้าไปจะเกาะแขนคิน แต่ชายหนุ่มกลับเบี่ยงตัวหลบแล้วเดินตรงดิ่งมาหาผิงผิงที่นั่งกองอยู่ที่พื้น "เป็นอะไรไหม ผิง" คินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ คว้าไหล่เธอไปประคองไว้ แววตาของเขามันดูสั่นไหวและเต็มไปด้วยความห่วงใยจนผิงผิงลืมความโกรธเมื่อกี้ไปเกือบหมด "เจ็บสะโพกค่ะบอส... คุณพราวเขาผลักผิง" ผิงผิงฟ้องเสียงอ่อย.. คินหันไปมองหน้าคู่หมั้นตัวเองด้วยสายตาที่เย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "พราว... ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ามายุ่งกับร้านของผม และที่สำคัญ... อย่ามาแตะต้องคนของผม" "คนของคิน ยัยพนักงานหน้าตาบ้านๆ นี่เหรอคะ" พราวฟ้ากรีดร้องด้วยความริษยา "คินตาบอดไปแล้วเหรอคะถึงได้เอาผู้หญิงระดับต่ำแบบนี้มาดูแล แทนที่จะกลับไปแต่งงานกับพราว" "ผมไม่ได้ตาบอด แต่ผมแค่มีหัวใจ... หัวใจที่ไม่ได้รักคุณ" คินพูดคำที่แรงที่สุดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ เขาพยุงผิงผิงให้ลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปทางประตู "เชิญออกไปจากร้านผมได้แล้วพราว ก่อนที่ผมจะโทรเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยของตระกูลมาลากตัวคุณออกไป" "คิน! คินไล่พราวเหรอคะ" "ใช่... ผมไล่ และจำไว้ว่าถ้าคุณทำอะไรผิงอีกแม้แต่นิดเดียว ผมจะไม่เกรงใจคุณพ่อคุณอีกต่อไป" พราวฟ้ากรี๊ดออกมาด้วยความขัดใจ เธอสะบัดหน้าคว้ากระเป๋าหรูแล้วเดินกระแทกส้นสูงออกไปจากร้านทันที ทิ้งให้ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ผิงผิงที่ยืนพิงอกบอสอยู่รู้สึกเหมือนโลกมันหมุนคว้างไปหมด "บอส... เมื่อกี้บอสไปไหนมาคะ" ผิงผิงถามเสียงเบา "ผมวนรถกลับมา..." คินตอบพลางก้มมองหน้าเธอ "ผมไปไม่ถึงบ้านหรอก เพราะใจมันวุ่นวายจนขับต่อไม่ได้ ผมกลัวว่าถ้าทิ้งเธอไว้คนเดียว... ยัยบื้ออย่างเธอจะโดนรังแก" "บอส..." "ผมขอโทษนะผิงที่ทำให้ต้องเจ็บตัว" คินเลื่อนมือขึ้นมาลูบหัวเธอเบาๆ "ตั้งแต่วันนี้ไป... ผมจะไม่ไปไหนโดยไม่มีเธออีกแล้ว" ผิงผิงเงยหน้ามองบอสหน้าตายที่ตอนนี้ดูเหมือนจะ เปิดโหมดคลั่งรัก แบบเต็มสูบ หัวใจยัยพนักงานซุ่มซ่ามเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ความโกรธ ความงอนที่เคยมีหายวับไปกับตา แต่ทว่า... ความสุขมักจะแฝงไปด้วยความกังวลเสมอ "แต่บอสคะ... คุณพราวเขาเป็นคู่หมั้นบอสนะ แล้วที่บ้านบอส..." "เรื่องนั้นผมจัดการเอง" คินขัดขึ้น "แต่ตอนนี้... ผมมีเรื่องสำคัญกว่าต้องจัดการ" "เรื่องอะไรคะ" คินไม่ตอบ แต่เขากลับโน้มใบหน้าลงมาหาผิงผิงอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครมาขัดจังหวะ ไม่มีเสียงโทรศัพท์ ไม่มีเสียงกระดิ่งหน้าร้าน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่สอดประสานกัน ริมฝีปากหนาค่อยๆ แตะลงบนหน้าผากเนียนของผิงผิงอย่างแผ่วเบาและอบอุ่น "เรื่องที่ผมต้องทำให้แน่ใจ... ว่าพนักงานคนนี้จะไม่ลาออกหนีผมไปไหนอีก" ผิงผิงหน้าแดงแป๊ดถึงขั้วหัวใจ ยัยจอมเปิ่นได้แต่ยืนบิดไปมาทำตัวไม่ถูก โอ๊ยยย บอสคะ! หยอดมาแบบนี้ผิงก็ตายสิคะ ใครจะลาออกลงกันเล่า แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นจนมดจะขึ้นร้านกาแฟ เสียงข้อความในมือถือของผิงผิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอกดดูด้วยความแปลกใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นภาพที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลก... มันเป็นภาพของพ่อแม่บุญธรรมของเธอที่ถูกจับมัดไว้ในโกดังมืดๆ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจเธอแทบหยุดเต้น "ถ้าอยากให้พ่อแม่แกปลอดภัย... ขโมยข้อมูลความลับทางธุรกิจของไอ้คินมาให้พวกเราซะ"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD