แม้ไม่อยากแต่ง แต่ไอรินก็ไม่ได้มีสิทธิ์มีเสียงมากขนาดนั้น เธอไม่รู้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ราชันย์กลับลำง่าย ๆ แบบนี้ แต่สำหรับเธอ เหตุผลข้อเดียวที่ยอมก็คือยาย... ผู้เป็นดวงใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต
เธอคิดว่าหากแต่งงานกับราชันย์ ยายอาจได้รับการรักษาที่ดี และสามารถรักษาหายได้ แม้มันจะมีโอกาสเพียงน้อยนิด แต่มันคงดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างสลายหายไป โดยที่เธอไม่แม้แต่จะทำอะไรเลย...
“ว้าววว เจ้าสาวแสนสวย”
เสียงทักจากคนที่โผล่หน้าเข้ามาในห้องทำเอาไอรินสะดุ้งรีบหันขวับไปมอง ถึงได้เห็นว่าเป็นลิสาที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสุดหวาน
“นึกว่าจะไม่มาแล้ว”
ทันทีที่เห็นเพื่อนรักโผล่หน้ามา ความกดดันที่แบกเอาไว้ก็พังทลายลง เธอเบ้หน้าเหมือนจะร้องไห้พร้อมกับอ้าแขนกอดเพื่อนพลางหลับตาพริ้ม
“ไม่มาได้ไง นี่งานสำคัญที่สุดในชีวิตแกเลยนะ”
ลิสาผละออกหลังจากกอดเสร็จ เมื่อเห็นหน้าไอรินเคล้าไปด้วยน้ำตา เธอถึงได้รีบหยิบทิชชูขึ้นมาซับให้
“ห้ามร้องไห้เด็ดขาดเลยนะ อุตส่าห์แต่งหน้าสวย ๆ เดี๋ยวพังหมด”
“ไม่แต่งแล้วได้ไหม...”
ไอรินงอแงเป็นเด็กอย่างที่ไม่เคยทำ ก่อนจะโดนลิสาดุเข้าให้
“จะบ้าหรือไงฮะ มาถึงขั้นนี้แล้ว”
ไอรินหน้าหงอยทันที เพราะเธอไม่คิดว่าจะสามารถทำแบบนั้นได้อยู่แล้ว
“เอาน่า... ชีวิตหลังแต่งงานมันอาจจะดีก็ได้นะ คุณราชันย์เขาก็อาจจะใจเย็นกับแกมากขึ้น แกก็อาจจะตกหลุมรักเขา...”
“ฉันจะไม่มีวันตกหลุมรักผู้ชายเลวทรามคนนั้นอีกเด็ดขาด”
เธอรีบแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทั้งที่ลิสายังพูดไม่ทันจบด้วยซ้ำ
“ถามจริงนะ อะไรที่ทำให้แกเกลียดคุณราชันย์ขนาดนี้”
คนถูกถามนิ่งงันไปชั่วขณะ เพราะสิ่งที่เธอถูกกระทำ มันช่างน่าขายหน้าและเสียศักดิ์ศรี เธอไม่อยากพูดถึงและรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก
เมื่อไอรินเอาแต่นิ่งเงียบ ลิสาก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่พร้อมตอบ จึงเปลี่ยนคำถามอย่างรวดเร็ว
“งั้นฉันถามใหม่ ทำไมคุณราชันย์เขาถึงได้เกลียดแกนัก”
“ฉันเคยตบหน้าเขาตอนออกค่ายต่อหน้าคนทั้งสาขา มันคงทำให้เขารู้สึกขายหน้ามากมั้ง”
เธอคาดเดาเอาเอง เพราะไม่เคยรู้สาเหตุที่แท้จริงมาก่อน และไม่เคยเอ่ยปากถามอีกฝ่ายด้วย
“หรือไม่ก็คงรังเกียจที่ฉันเป็นแค่หลานคนใช้ แต่ดันได้เป็นคนโปรดของคุณลดา ได้ถูกเลี้ยงดูอย่างดี แถมยังได้เรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำแบบเขาด้วย”
“มันก็แค่เรื่องในอดีตทั้งนั้น ลืม ๆ มันไปจะได้เริ่มต้นใหม่ไม่ได้เหรอ”
พูดมันง่ายเสมอ แต่การกระทำนี่สิที่ยาก ไอรินถอนหายใจออกมายาว ๆ ก่อนจะเดินลากกระโปรงสีขาวฟูฟ่องไปนั่งบนเก้าอี้
“แล้วแกล่ะ กับคุณเหมันต์เป็นไงบ้าง เขาขอแกแต่งงานบ้างยัง”
“ตะ แต่งงานอะไรกันเล่า ทุกวันนี้ทำงานแทบไม่พัก ไม่รู้เขาจะเร่งงานไปไหน”
ลิสาบ่นอุบไปตามประสา โดยไม่รู้เลยว่าเหมันต์มีแผนขอแต่งงานเธอ ในพิธีโยนช่อดอกไม้ของไอริน
“แล้วถ้าเขาขอแกแต่งงาน แกจะแต่งไหม?”
“แกว่าฉันควรแต่งไหม?”
คำถามถูกส่งกลับมา แทนที่เธอจะตัดสินใจและตอบออกมาเอง
“เอ้า ชีวิตแกนะ จะมาถามฉันทำไมเล่า”
“ก็ฉันไม่แน่ใจ ตามที่แกเห็นมาตลอดตอนเรียนมหาลัย หรือแม้แต่ตอนที่เขาไปหาคุณราชันย์บ่อย ๆ แกว่า... เขาพอจะเป็นพ่อของลูกฉันได้หรือเปล่า”
“ในบรรดาลูกไอโซนิสัยเสีย แฟนแกน่ะนิสัยดีสุดแล้ว”
ไอรินว่าขำ ๆ และยังไม่ทันได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ ทีมงานก็เข้ามาเรียกตัวไปเสียก่อน
ทั้งคู่รีบออกมายังจุดทำพิธี จึงเห็นว่ายายวันกำลังยืนรออยู่
“โห สวยอย่างกับนางฟ้าแน่ะ”
“พูดอย่างกับเคยเห็นนางฟังเลยนะยาย”
เธอเอ่ยแซวไม่จริงจัง ก่อนจะรีบประคองยายที่ยกมือขึ้นมาปิดปากไออย่างหนัก
“ยาย... ไหวหรือเปล่า”
ยายวันไม่ตอบอะไร เธอเพียงส่ายหน้าที่ซีดเซียวพร้อมกับโบกไม้โบกมือ
“ไม่ต้องห่วงหรอก ยังแข็งแรงดี”
ไอรินรู้อยู่เต็มอก ว่ายายเพียงแค่พูดให้เธอสบายใจเท่านั้น เพราะเวลาเพียงไม่กี่วันยายทรุดลงไปมาก ร่างกายก็โทรมอย่างรวดเร็ว
“ปะ ทีมงานเรียกแล้ว”
ยายวันพยักหน้าพร้อมคล้องแขนหลานสาวเดินเข้ามาในงานที่เต็มไปด้วยแขกมากมาย มีทั้งผู้หลักผู้ใหญ่มีหน้าตาทางสังคม และนักข่าวหนาแน่นไปหมด
“ยิ้มเยอะ ๆ นะ จะได้สวย”
ยายวันหันมาบอกไอรินที่เอาแต่ทำหน้านิ่งไร้ความรู้สึก เช่นเดียวกับเจ้าบ่าวที่ยืนรออยู่กลางทาง
อีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีความยินดียินร้ายใด ๆ ในดวงตาคู่นี้ จนกระทั่งยายพาไอรินเดินมาส่งถึงตัวเขา
คนตัวเล็กคลายแขนออกจากยาย เพื่อหันไปคล้องแขนกับราชันย์แทน ก่อนทั้งคู่จะเดินควงกันขึ้นมาบนเวที เสียงปรบมือและกลีบกุหลาบสีแดงโปรยไปทั่วบริเวณ ภาพทุกอย่างสวยงามจนนึกว่าภาพฝัน ทว่ามันกลับสร้างความอึดอัดใจให้ไอรินจนแสร้งยิ้มไม่ออก
“ยินดีด้วยนะ ที่จับฉันเป็นผัวได้สำเร็จ”
ระหว่างที่คุณหญิงลดาเดินขึ้นมาบนเวที และพูดคุยกับแขกที่มาร่วมงาน ราชันย์จึงใช้จังหวะนี้ที่ทุกคนไม่ทันได้สนใจ หันไปกระซิบเหน็บแนมไอริน
“ขอบคุณ... ยังไงก็รีบตายไว ๆ ล่ะ มรดกของนาย จะได้ตกเป็นของฉัน”
“หน้าเงิน”
เขาสวนออกมาแทบจะทันที พร้อมกับแววตาที่ดุดันยิ่งขึ้น
“ในสายตานาย ฉันมันเป็นผู้หญิงประเภทนี้อยู่แล้วนี่ เพราะฉะนั้น... ถ้าต่อไปฉันทำอะไรที่มันทุเรศ ๆ ก็ให้ถือว่านายได้เตรียมใจมาก่อนหน้านี้แล้วกันนะ”
“ไอริน!”
เขาอยากกระชากแขนเธอขึ้นมาประจันหน้า ทว่าไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม จึงทำได้แค่มองอีกฝ่ายด้วยแววตาโรจน์ความโกรธ ทั้งที่ตัวเขาเองเป็นฝ่ายเริ่มยั่วยุเธอก่อน