คืนนั้นญาณินคุยกับเพื่อนๆ ของชานนท์อย่างถูกคอ เธอดื่มและร่วมวงสนทนากับเพื่อนในโต๊ะได้อย่างไม่ติดขัด ส่วนชานนท์พูดน้อยจนเกือบจะเป็นไม่พูดทั้งที่เขาเป็นฝ่ายชวนเธอมา ชายหนุ่มนั่งตาขวางคอยมองคนนั้นคนนี้ที่มาคุยกับญาณิน นึกหงุดหงิดที่วันนี้เธอเลือกสวมชุดที่เปิดไหล่ขนาดนี้
“ถ้าน้องนินอยากกลับมารับงานออกแบบอีกเมื่อไหร่ก็บอกพี่ๆ ได้เลยนะ” ตุลาพูดขึ้นมาตอนนั้นดึกมากแล้ว และดูว่าหญิงสาวเองก็เริ่มเมาเธอเอนตัวพิงชานนท์เต็มที่
“นินเขาไม่ว่างหรอก งานเขายุ่ง” ชานนท์ตอบแทนและพาญาณินลุกขึ้นจะแยกตัวกลับ
“ฝากลงบัญชีก่อนนะเฮีย เดี๋ยวผมโอนให้” ชานนท์ประคองญาณินดูท่าทางเธอจะเมามากแล้วจริง
“ไม่ต้องหรอกวันนี้เฮียเลี้ยง” สมิติตอบยิ้มๆ
“ขอบคุณนะเฮียงั้นผมไปก่อน นินเมาแล้ว”
คล้อยหลังชานนท์พาญาณินออกไป ทั้งกลุ่มพากันหัวเราะ อัครวัฒน์พูดขึ้นว่า
“เพราะมึงเลยไอ้เรทำให้กูเกือบโดนตีนไอ้นนท์ แม่งให้กูไปขอมันจีบน้องนิน”
“มันตอบมึงว่าไงวะ” คนต้นคิดถาม
“มันบอกว่าถ้าอยากแดกตีนก็ลองจีบเมียมันดู” อัครวัฒน์ตอบพลางยกแก้วขึ้นจิบ
“กูก็แค่อยากส่งเพื่อนเข้าหอลงโรงผิดตรงไหนวะ แม่งปากแข็งดีนักต้องเจอปั่น” เรวัตตอบ
##################
“นิน นินไหวไหม” ชานนท์ขับรถไปถึงคอนโดฯ ของญาณิน หันมามองเธอยังคงหลับตาพริ้ม เขาใช้ฝ่ามือตบแก้มใสเบาๆ เพื่อปลุกเธอ
“อย่ายุ่ง” เธอปัดมือเขาออกแล้วหันหน้าหนี ทำท่าจะหลับต่อนี่เธอคงคิดว่ากำลังอยู่บนที่นอน ชานนท์คิด
“นินเดินไหวไหมให้นนท์ขึ้นไปส่งนะ” เขาเปิดประตูรถฝั่งเธอแล้วถามอีกที หญิงสาวพยักหน้ารับส่งเสียงอืออาในคอฟังไม่รู้เรื่อง
เขาพาเธอลงมาจากรถแล้วมองคนที่ทำท่าจะยืนไม่อยู่ 'ทำไมเมาขนาดนี้ ตอนออกมาก็รู้สึกตัวดีกว่านี้นี่นา' ชานนท์คิดในใจ
ญาณินทิ้งน้ำหนักตัวไปทางเขาทั้งหมดจนประคองไม่ได้ ชายหนุ่มตัดสินใจอุ้มเธอทั้งตัว แขนข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ข้อพับเข่าอีกข้างช้อนใต้แผ่นหลัง
“นินเอาคีย์การ์ดเปิดประตูที” เขาสั่งแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่รู้เรื่อง รปภ.ที่อยู่หน้าประตูต้องมาช่วย
“วันนี้พี่นินเมาหนักเลยเหรอพี่” หนุ่มรปภ.คุ้นเคยกับสองหนุ่มสาวดี ชานนท์พยักหน้า
“ฮื่อ สงสัยฉลองหนักไปหน่อยขอบใจนะ” เขาผ่านประตูหน้าเข้าไปที่หน้าลิฟต์
“นินกดลิฟต์ที” คราวนี้หญิงสาวผงกหัวขึ้นดู สองมือที่กอดคอเขาอยู่ละไปกดลิฟต์ พร้อมกับหัวเราะ
“กดแล้ว มาเซ่...” เธอกดซ้ำๆ หลายครั้ง ไม่ได้ดังใจที่ลิฟต์มาช้า
“พอแล้วนินลิฟต์มาแล้ว” ชายหนุ่มปราม เขาก้าวเข้าไปในลิฟต์ ตอนนี้เกือบเที่ยงคืนไม่มีลูกบ้านคนไหนเลยนอกจากเขาและเธอ
เมื่อเข้ามาในลิฟต์หญิงสาวดิ้นจะลงชานนท์ปล่อยเธอลงยืนและกดเลขตามชั้นที่จะไป ญาณินยืนโงนเงนเขาจับตัวเธอให้พิงร่างตัวเอง เธอกอดเอวเขาแน่นซบหน้าลงกับบ่า เนื้อตัวบดเบียดกันทุกส่วนจนชานนท์เริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม สองสัปดาห์ที่ไม่พบกันมันทำให้เขาเหมือนคนหิวโหย
“ยืนดีๆ สินิน” เขาจับมือเธอที่กำลังป่ายเปะปะ
“ทำมายยย.. กอดไม่ได้เหรอ” เธอถามเสียงยานคาง
ลิฟต์เปิดออก เขารวบตัวเธอพาดบ่าก้าวยาวๆ เพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าห้องเธอ ชานนท์ล้วงเอาคีย์การ์ดมาเปิดประตูออกอย่างเร่งรีบ
“นินเธอเมาแล้ว รู้ตัวไหมนี่” เขาวางตัวเธอลงบนโซฟาเบด หญิงสาวทิ้งตัวนอนกับเบาะหายใจแรงจนหน้าอกกระเพื่อม
“ใครเมา เธอนั่นล่ะเมา” เธอตอบกลับมา
โทรศัพท์ของเธอที่เขาหย่อนใส่กระเป๋ากางเกงสั่น ชายหนุ่มล้วงมาดูเห็นว่าเป็นข้อความเข้าจากกรุ๊ปไลน์ที่มีชื่อว่า Mom&Dad แค่เห็นชื่อกรุ๊ปก็รู้แล้วว่าใครใหญ่ชานนท์คิดอย่างขบขัน มารดาของเธอส่งข้อความมาสั้นๆ
“นิน พรุ่งนี้พ่อแม่มีงานต้องบินกลับด่วน แต่จะเข้าไปหาหนูที่ห้องก่อนไปสนามบินนะ ตอนเช้า”
ชานนท์วางโทรศัพท์เธอลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด บิดามารดาของเธอเขารู้จักดี เพราะพ่อแม่ทั้งสองก็รู้จักกันมานานมีธุรกิจในวงการก่อสร้างเหมือนกัน และแม่เธอเองนั่นล่ะที่ฝากฝังลูกสาวกับเขาในตอนที่เธอมาเรียนคลาสเดียวกันในระดับปริญญาโท
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเล็กข้างโซฟา หันไปอีกทีญาณินกำลังถอดชุดเดรสออกจากตัว
“เฮ้ย..” นี่เธอต้องเมาขนาดหนักแล้ว อยู่กันมาเกือบปีญาณินไม่เคยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเขาแบบนี้ ชานนท์มองตาค้างเห็นเธอลุกเดินผ่านเขาเข้าห้องน้ำเหมือนเขาไม่มีตัวตน
ญาณินทำกิจวัตรตามความเคยชิน เธอนอนไม่ได้ถ้าไม่ได้อาบน้ำ หญิงสาวไม่รู้ว่าตอนนี้ชานนท์ยังอยู่ในห้องเธอจึงทำทุกอย่างเหมือนอยู่คนเดียว เธอเข้าไปอาบน้ำกำลังจะล้างตัวก็ต้องตกใจเมื่อชานนท์ตามเข้าไป
“เธอมาได้ยังไง”
“ก็เธอชวนฉันมา” ชานนท์พูดปดหน้าตาเฉย ญาณินทำท่าคิดแต่ตอนนี้สมองเธอไม่แล่นเอาเสียเลย เธอพยายามนึกว่าชวนเขามาห้องตอนไหน แล้วก็พบว่าเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าออกจากร้านเฮียหมิงได้ยังไง
ในขณะที่เธอใช้ความคิดชานนท์ก้าวเข้ามายืนใต้ฝักบัว สอดแขนเข้ากอดรอบเอวเล็กดึงร่างเธอมาใกล้ หญิงสาวหลุบตาลงมองอะไรที่ดุนดันที่หน้าท้องแล้วทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออกเมื่อถูกเชยคางขึ้นรับจูบร้อนแรงใต้สายน้ำ
################
เสียงเคาะประตูห้องดังในตอนเช้ารัวเร็ว ญาณินตกใจตื่นเมื่อได้ยินเสียงมารดาที่หน้าห้องนอน
“นินตื่นรึยังลูก เปิดประตูให้แม่ที”
เธอตกใจหนักไปอีกเมื่อเห็นชานนท์นอนเคียงข้างกัน เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เธอก้มลงมองตัวเองแล้วร้องกรี๊ดเมื่อเห็นว่าบนร่างกายไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น เธอวิ่งลงจากที่นอนหยิบเสื้อคลุมมาสวมลวกๆ พอดีกับที่มารดาได้ยินเสียงเธอร้องกรี๊ดจึงตัดสินใจใช้กุญแจสำรองไขเข้ามา
“หนูเป็นอะไรลูก...” มารดาถามทันทีที่ผลักประตูเปิดออก เธออ้าปากค้างเมื่อมารดาพรวดพราดเข้ามาในห้อง นางวิริญจ์เองก็ตกใจจนพูดไม่ออกเช่นกัน เมื่อเห็นสภาพลูกชายเพื่อนและลูกสาวตนเองอยู่ด้วยกันแบบนั้น
“ยายนิน” เสียงบิดาที่ตามหลังแม่มาตกใจไม่แพ้กัน ในขณะที่ทุกคนช็อกไปหลายนาที เดเมียนตั้งสติได้ก่อนเขาพูดออกมาว่า
“นินกับนนท์แต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วออกไปคุยกันด้านนอก”
ประตูปิดลงญาณินเงยหน้ามองชานนท์ตาเขียวปั๊ด
“เธอทำแบบนี้ได้ยังไงนนท์”
“เมื่อคืนเธอชวนฉันอยู่เป็นเพื่อนเองนะนิน แล้วเธอก็เมามาก เธอยังไปกดลิฟต์เล่นเหมือนเด็กน่ะจำได้ไหม ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามยามได้” ชานนท์ตอบ เขาลุกขึ้นเดินโทงๆ เข้าห้องน้ำ
“เดี๋ยว” ญาณินวิ่งตามไปเหนี่ยวแขนก่อนที่เขาจะเข้าห้องน้ำ เธอรีบถามสิ่งที่คาใจ
“เมื่อคืนเธอป้องกันรึเปล่า”
ชานนท์ส่ายหน้า “มันกะทันหัน เราก็ไม่มีอะไรกันมาตั้งสองอาทิตย์แล้วฉันก็ไม่ได้ซื้อเตรียมไว้ ฉันไปอาบน้ำก่อนนะหรือว่าเธอจะอาบพร้อมกันเลยไหม เดี๋ยวพ่อแม่รอนาน”
################
ด้านนอก วิริญจ์แม่ของญาณินมีสีหน้าตื่นเต้นจนปิดบังไม่มิด
“คุณ...เห็นไหมฉันว่าแล้วว่าลูกเรากับตานนท์น่ะยังไงๆ กันอยู่ เราเตรียมงานแต่งเลยดีไหม เดี๋ยวฉันต้องรีบโทรหาแม่ตานนท์” เธอเตรียมวางแผนเกี่ยวกับงานแต่งลูกสาว จินตนาการบรรเจิดไปไกล
“ผมว่าถามเด็กๆ ก่อนดีกว่า” เดเมียนบิดาของญาณินเป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน เขาค่อนข้างหัวสมัยใหม่พอที่จะยอมรับความสัมพันธ์แบบอิสระได้
“แล้วนี่เราต้องรีบบิน เรามีเวลาคุยกับลูกได้ไม่นานนะ เรื่องจัดงานเอาไว้ก่อนเถอะ” เขาพูดต่อ