สร้อยสนกลับเข้ามาทำงานตอนบ่าย ได้เจอธงธรณ์ที่เพิ่งทานอาหารกลางวันเสร็จ หญิงสาวจึงแจ้งงานของเขาที่จะต้องจัดการให้เสร็จก่อนเดินทางพรุ่งนี้
“ฝ่ายช่างจะเข้ามาคุยเรื่องเซ็ทติ้งงานของคุณหญิงดวงรัตน์ตอนบ่ายสองนะคะบอส ส่วนสามโมงมีนัดกับฝ่ายการเงินค่ะจะเข้ามาคุยเรื่องงบจัดงาน”
“โอเคแล้วงานคุณเคลียร์ให้เรียบร้อยหมดหรือยัง เราน่าจะต้องไปกันหลายวันถ้ายังไงก็จ่ายงานอื่นที่ไม่ด่วนให้ผู้ช่วยคุณไว้ก็ได้นะ”
“เรียบร้อยค่ะบอส เอกสารที่บอสต้องเซ็นด่วนหนมจัดไว้ให้ในแฟ้มแล้ว นอกนั้นก็ตอบจดหมายทั่วไปให้ผู้ช่วยทำได้หนมร่างไว้หมดแล้วค่ะ” เธอรายงาน
หญิงสาวเริ่มงานของตัวเองที่ยังเหลือไม่มากได้ไม่นานนัก เธอก็ได้รับสายจากทางบ้านว่าพี่สาวเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน เธอร้อนใจเพราะไม่เคยรู้ว่าพี่สาวมีโรคประจำตัวอะไร
“บอสคะ หนมขอลาช่วงบ่ายได้ไหมคะ พี่สาวเข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“พี่สาวเป็นอะไรมากไหม แล้วคุณขับรถได้แน่นะ”
“ยังไม่แน่ใจค่ะว่าพี่แนนเป็นอะไร คุณแม่โทรมาว่าพี่สาวเป็นลมที่ทำงานแล้วตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล งั้นหนมออกไปเลยนะคะบอสพรุ่งนี้เจอกันที่สนามบิน ขอบคุณมากค่ะ”
สร้อยสนต้องไปเอาของที่บ้านมาให้มารดาที่ไปหาพี่สาวก่อนหน้านั้นแล้วที่โรงพยาบาล หญิงสาวแวะกลับเข้าบ้านเพื่อไปจัดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของคุณพริ้มสำหรับการอยู่เฝ้าไข้ เมื่อลงมาด้านล่างเธอได้พบกับอดีตพี่เขยที่หย่าร้างไปกับพี่สาวได้หลายปีแล้วพอดี ฝ่ายนั้นจึงขอตามไปเยี่ยมคนป่วยด้วยท่ามกลางความหงุดหงิดของเธอ
เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหญิงสาวอยู่คุยกับมารดาเรื่องอาการป่วยของพี่สาว จนกระทั่งประมาณสิบแปดนาฬิกาธงธรณ์โทรมาหาเธอถามว่าอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สร้อยสนบอกไปตามความจริงและอีกประมาณสองชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็มาถึง
“บอสมาทำไมคะ มาเยี่ยมใครเหรอ” หญิงสาวถาม เธอถูกเขาโทรศัพท์ตามให้ลงมาที่ชั้นล่างของโรงพยาบาล
“ผมมาหาคุณแม่คุณ” เขาตอบสั้นๆ พลางให้เธอเดินนำหน้าไปยังห้องพักคนไข้ที่พี่สาวและแม่อยู่
“มาหาแม่ มาทำไมคะบอส” หญิงสาวไม่ยอมเดิน จู่ๆ เจ้านายจะมาหาแม่ด้วยเหตุผลอะไร
“ต้องมาสิ ก็พรุ่งนี้เราต้องไปทำงานด้วยกันที่กระบี่ อยู่ๆ ผมจะพาลูกสาวคุณแม่คุณไปไหนตั้งหลายวันโดยที่ไม่ไปบอกผู้ใหญ่ได้ยังไง” เขาทำหน้าเหมือนว่าทำไมเรื่องแค่นี้เธอไม่เข้าใจ
“ก็ไม่เห็นต้องมาเจอแม่เลยนี่คะบอส หนมก็ไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ไม่เห็นเป็นไรเลย”
“นั่นมันคุณไปเที่ยว แต่ผมเป็นผู้ใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ไม่อยากให้ใครไม่สบายใจหรือว่ากันตามหลัง ตกลงพี่สาวคุณอยู่ชั้นไหน”
เขาก้าวเข้าไปในลิฟท์เร็วจนเธอเดินตามแทบไม่ทัน สร้อยสนจำต้องกดหมายเลขชั้นที่พักอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่อไปถึงชั้นสิบเอ็ดที่เป็นห้องพักพิเศษ สร้อยสนเดินนำเขาไปแบบมึนงงเธอไม่คิดว่าธงธรณ์จะต้องมาเจอมารดา จนถึงตอนนี้หญิงสาวก็ยังคิดว่ามันไม่เห็นจะเข้าท่า
“ห้องนี้ค่ะบอส พี่แนนพี่สาวหนมน่ะค่ะเขาเป็นเนื้องอกในมดลูก แต่ไม่ใช่เนื้อร้ายตอนนี้น่าจะหลับอยู่ส่วนแม่อยู่ข้างในค่ะ คืนนี้แม่จะนอนเฝ้าเอง”
เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง คุณพริ้มเงยหน้ามองลูกสาวเธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีในเสื้อผ้าราคาแพงก้าวเข้ามาก็แปลกใจ เพราะจำไม่ได้ว่าลูกสาวมีเพื่อนผู้ชายลักษณะนี้ด้วยหรือไม่
“แม่คะ บอสค่ะคุณธงเขาอยากมาหาแม่” หญิงสาวแนะนำให้มารดาและเจ้านายรู้จักกัน
“สวัสดีครับคุณน้า ผมเป็นเจ้านายของคุณสร้อยสนจะมาขอคุยเรื่องงานที่ต้องให้คุณหนมเขาไปด้วยกันพรุ่งนี้ครับ”
คุณพริ้มรับไหว้ นางยิ้มให้แล้วขยับตัวลุกขึ้นทันที
“อ๋อค่ะคุณธง งั้นเชิญด้านในนะคะเราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่า หนมดูพี่แนนเขาก่อนนะลูก”
ท่านหันมาบอกลูกสาวก่อนจะพยักหน้าเรียกให้ชายหนุ่มไปคุยกันในห้องด้านในซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติที่มาเฝ้าไข้ได้ทำธุระต่างๆ เช่นทานข้าวหรือพักผ่อน
หญิงสาวไม่ได้ยินว่าธงธรณ์คุยอะไรกับมารดา จนเมื่อคนทั้งสองเดินออกมาจากในห้อง ชายหนุ่มดูเวลาตอนนี้มันค่ำมากแล้ว
“เอ่อ.. คุณ ผมว่าให้พี่เขยคุณช่วยดูพี่สาวหรือว่าจ้างพยาบาลพิเศษดีไหม ถ้าวันนี้คุณยังไม่กลับบ้านเดี๋ยวพรุ่งนี้เราตกเครื่องนะ”
“นั่นสิ หนมต้องไปทำงานพรุ่งนี้แต่เช้า งั้นกลับไปเถอะลูกแม่อยู่กับพี่แนนเขาเอง” คุณพริ้มเห็นด้วยกับเจ้านายลูกสาวคนเล็ก ท่านหันมาคุยกับชายหนุ่มอีกครั้ง
“แม่ฝากยายหนมด้วยนะคะคุณธง ขอให้งานราบรื่นค่ะ”
วันรุ่งขึ้นสร้อยสนตื่นแต่เช้ามืดเพราะเครื่องจะออกตอนแปดนาฬิกา หญิงสาวเช็คอินตั๋วออนไลน์ก่อนไปถึงสนามบินดอนเมืองจึงไม่เสียเวลากับขั้นตอนต่างๆ มากนัก ก่อนเครื่องออกเจ้านายและเลขาจึงพอมีเวลาสำหรับจิบกาแฟได้ราวๆ สี่สิบนาที
“คุณกินกาแฟดำเหรอ” ธงธรณ์เพิ่งสังเกตุว่าเลขาสาวเลือกเมนูเอสเปรสโซ่ ในขณะที่เขาสั่งมอคค่าร้อน
“เฉพาะวันที่รู้สึกว่าง่วงค่ะบอส” เธอตอบพร้อมกับใช้ช้อนคนให้กาแฟในแก้วช็อตลดอุณหภูมิลงและดื่มทีเดียวหมดแก้ว
“ง่วงก็นอน พอมีเวลาบนเครื่องเป็นชั่วโมงอยู่หรอก จะกินกาแฟเข้มๆ ทำไมบ่อย”
สร้อยสนเหลือบตามองมอคค่าร้อนของเจ้านายที่เขาละเลียดจิบไม่หมดสักที พลางนึกอะไรออกขึ้นมา
“ทำไมเหรอคะบอส หรือว่ากินเอสบ่อยมันเข้มไปแล้วจะหน้าแก่ใช่ไหมคะ ต้องใช่แน่ๆ เลยเพราะวันนี้บอสสั่งมอคค่า ลืมไปเลยค่ะทีหลังหนมกินแบบบอสบ้างดีกว่า”
หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือในขณะที่ธงธรณ์ส่ายหน้าไปมา รู้สึกว่าสร้อยสนจะขยันคิดอะไรไปไกลเกินเสมอ
'แต่ก็ดูซื่อๆ น่ารักดีเหมือนกัน' เขาคิดในใจ
สองหนุ่มสาวไปถึงโรงแรมฉัตรดารา จังหวัดกระบี่หรือชื่อเดิมคือภูริดารีสอร์ทซึ่งเคยเป็นกิจการของครอบครัวทิพย์ธารา แต่ต่อมาเครือฉัตรมณีเข้ามาซื้อหุ้นจำนวนเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์และถูกปรับปรุงให้กลายเป็นโรงแรมห้าดาว เป็นโรงแรมหนึ่งในเครือฉัตรมณีที่มีสาขาทั่วประเทศ
“ทางนี้เลยครับท่าน คุณอรุณประภารออยู่ที่ห้องแล้ว” พนักงานโรงแรมที่เป็นคนไปรับธงธรณ์และสร้อยสนรายงาน
“สวัสดีครับพี่พิณ” ธงธรณ์ทักทายน้องสาวของพี่เขย เขาคุ้นเคยกับทุกคนในตระกูลฉัตรมณีดีและทุกคนก็เอ็นดูเขาเหมือนกับเป็นน้องชายคนหนึ่งจริงๆ
“จ้ะ แหม..หล่อขึ้นเยอะเลยนะเรา”
“นี่สร้อยสน เลขาผมครับพี่” ชายหนุ่มแนะนำเลขานุการให้อีกฝ่ายรู้จัก สร้อยสนรีบค้อมศีรษะทำความเคารพทันที
“สวัสดีค่ะท่าน”
“เรียกชื่อฉันปกติแบบธงก็ได้จ้ะ เดินทางเหนื่อยกันไหมพักกินน้ำก่อน”