การเดินทางไปดำเนินสะดวกถูกเลื่อนไปในวันต่อมาแทน ธงธรณ์เปลี่ยนจากการออกไปพร้อมสร้อยสนจากที่โรงแรมเป็นการไปรับเลขาสาวที่หน้าบ้านแทน
“จะดีเหรอคะบอส” สร้อยสนไม่แน่ใจว่าเขาควรไปรับเธอที่บ้านจริงๆ
“บ้านคุณอยู่ทางนั้นไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวผมแวะรับที่ท่าน้ำนนท์ก็ได้ไม่ต้องเอารถมาหรอก”
สร้อยสนจึงไม่ต้องขับรถไปเองในวันนั้น หญิงสาวรอเจ้านายมารับตามจุดที่นัดไว้ชายหนุ่มมาตรงเวลาเป๊ะจนเธอนึกโล่งใจที่ตนเองมาทันเจ้านาย
“บอสทานอะไรมาหรือยังคะ” ขึ้นรถได้ความเป็นเลขามืออาชีพก็มาทันที
“ผมว่าจะแวะซื้อกาแฟกลางทางแล้วคุณล่ะ”
“หนมชงกาแฟมาแล้วค่ะ เผื่อบอสด้วยแล้วนี่ขนมค่ะ” เธอชูถุงขนมเจ้าดังของท่าน้ำนนท์คือก๋วยเตี๋ยวหลอดและข้าวเกรียบปากหม้อให้เขาดู
“น่ากินดี ว่าแต่ร้านนี้รับบัตรเครดิตด้วยเหรอ” ธงธรณ์ไม่แน่ใจว่าเลขาใช้บัตรที่เขาให้ซื้อของมากน้อยแค่ไหน เพราะแทบไม่มีแจ้งเตือนการใช้จ่ายเลย
“เขาไม่รับบัตรเครดิตหรอก แต่ไม่เป็นไรเดี๋ยวหนมเบิกเป็นเงินสดได้ค่ะบอส เอาไว้เยอะๆ ก่อน” สร้อยสนไม่เดือดร้อนเรื่องนี้นัก
ในระหว่างการเดินทางไปดำเนินสะดวก สร้อยสนขอแวะเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มจึงถือโอกาสแกะขนมที่หญิงสาวซื้อมาฝากทานกับกาแฟที่เธอชงมาให้
“อร่อยไหมคะบอส เจ้านี้ดังมากเลยนะคะเคยออกทีวีด้วย คนรอนานมากนี่หนมให้คนที่บ้านไปรอต่อคิวให้ตั้งแต่เช้าเลยค่ะ”
ธงธรณ์หัวเราะเบาๆ เขายอมรับว่าขนมอร่อยตามที่เธอบอกจริง ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าเงินหยิบธนบัตรสีเทามาให้เธอ
“อันนี้ค่าขนมกับเบี้ยเลี้ยงวันนี้ของคุณ แล้วขอเลขบัญชีให้ผมด้วย”
สร้อยสนรับเงินมาเก็บไว้และบอกเลขบัญชีธนาคารอย่างงงๆ เธอเห็นเจ้านายหยิบโทรศัพท์มากดตัวเลขตามที่เธอ ครู่เดียวมีแจ้งเตือนเข้ามาที่โทรศัพท์ของเธอ ว่ามียอดเงินถูกโอนมาเป็นจำนวนสองหมื่นบาท
“บอสโอนมาทำไมคะ ค่าอะไร”
“ค่าใช้จ่ายของผมจิปาถะทุกอย่างที่ต้องจ่ายเป็นเงินสด ผมจะโอนให้ทุกเดือนเดือนละสองหมื่น ส่วนบัตรเครดิตที่เคยให้ก็เอาไว้จ่ายร้านที่รูดได้ตามเดิม”
“อ๋อ ได้ค่ะบอส งั้นหนมจะทำบัญชีให้ดูเป็นรายเดือนนะคะว่าใช้อะไรบ้าง”
ชายหนุ่มพยักหน้า
“จะไปต่อกันรึยัง”
ก่อนไปถึงดำเนินสะดวก ธงธรณ์อธิบายว่าเขาได้งานด่วนมาจากอิงควัตเรื่องจัดเทศกาลผลไม้ตามฤดูกาลอาหารสี่ภาค ที่โรงแรมฉัตรดารา โรงแรมในเครือที่จังหวัดกระบี่ซึ่งเขาจะต้องลงไปจัดการที่หน้างานเองด้วย
“ผลไม้ขึ้นชื่อของดำเนินก็เห็นมีแต่มะม่วงไหมคะบอส” สร้อยสนเปิดไอแพดหาข้อมูลเพิ่มเติม
“ใช่ อกร่องดำเนินไง มะม่วงอกร่องที่นี่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดของประเทศ เป็นมะม่วงพันธ์ที่จัดเป็นชุดข้าวเหนียวมะม่วงอร่อยที่สุด รสชาติดีกว่าน้ำดอกไม้อีก”
“ก็จริงค่ะบอส แต่ตอนแรกหนมคิดว่าบอสจะมาหาขนมให้คุณหญิงดวงรัตน์เสียอีก”
“เรื่องงานคุณหญิงก็ให้ฝ่ายออกแบบอาหารลองคิดงานออกมาก่อน ช่วงนี้เรามีงานด่วนต้องลงไปจัดการที่ฉัตรดารา”
“หมายถึงหนมต้องไปด้วยเหรอคะ” สร้อยสนถามเพื่อความแน่ใจ
“ใช่สิ คุณเป็นเลขาผมไปไหนคุณก็ต้องไปด้วย ติดอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ติดค่ะ หนมไปได้”
ทั้งสองไปถึงสวนมะม่วงอกร่องที่ดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรีในตอนก่อนเที่ยง การเจรจาซื้อขายเป็นไปอย่างเรียบร้อย สร้อยสนมีหน้าที่จดข้อมูลตัวเลขต่างๆ ที่ตกลงกันเพื่อกลับไปทำรายงานแบบเป็นทางการเสนอผู้บริหารฝ่ายอื่นๆ รับทราบ นอกจากนั้นคือการเก็บภาพและการนัดวันทำสัญญาซื้อขายกับทางโรงแรม
ช่วงบ่ายในระหว่างที่เดินทางกลับ ตอนแรกธงธรณ์จะแวะส่งสร้อยสนที่บ้านเพราะเขาตั้งใจไม่กลับเข้าโรงแรมแล้ว แต่หญิงสาวได้รับสายจากผู้ช่วยเลขาของอิงควัตจึงต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน
“บอสคะ ท่านรองให้แจ้งว่าวันนี้ท่านทูตคุณพ่อของคุณคีตยาเข้ามาที่โรงแรมท่านว่าอยากพบบอสค่ะ”
ธงธรณ์กลับเข้ามาในโรงแรมชายหนุ่มตรงไปที่ห้องทำงานของอิงควัตตามที่ผู้ช่วยเลขาเขาแจ้งไว้ ชายหนุ่มพบชายท่าทางภูมิฐานอายุราวห้าสิบเศษ
“ธงมาแล้วครับท่าน” อิงควัตพูดกับชายคนนั้นและหันมาหาน้องชายภรรยา
“ท่านอรรธ คุณพ่อของคุณคีตยาที่เราช่วยไว้วันก่อน” จากนั้นเขาแนะนำให้ชายสองคนรู้จักกันอย่างเป็นทางการ
“ท่านครับ นี่ธงธรณ์ผู้จัดการฝ่ายจัดเลี้ยงของเราเป็นคนเจอคุณคีตยาที่หน้าลิฟท์ครับ”
“สวัสดีครับท่าน” ชายหนุ่มทำความเคารพผู้สูงวัยกว่า ฝ่ายนั้นรับไหว้หลังจากที่พิจารณาชายหนุ่มอยู่ชั่วครู่
“สวัสดีคุณธงธรณ์ ผมตั้งใจมาขอบคุณที่คุณช่วยลูกสาวผมไว้ ยายคีเพิ่งมาถึงไทยไม่นาน ยังไม่รู้จักคนเท่าไหร่เลยไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นมันมีชื่อเสียงไม่ค่อยดี” คุณอรรธพูดถึงชายที่ก่อเหตุในวันนั้น
“ยินดีครับท่าน ผมดีใจที่คุณคีตยาปลอดภัยนะครับ” ชายหนุ่มพูดตามมารยาท
“ตอนนี้ยายคียังอยู่ในโรงพยาบาล ถ้าคุณพอมีเวลาไปเยี่ยมแกสักหน่อยผมจะขอบคุณมากๆ เห็นว่าแกมีอะไรอยากถามคุณด้วย”
ธงธรณ์ขยับตัวอย่างอึดอัด อิงควัตจึงพูดขึ้นเอง
“ทางเราจะไปเยี่ยมคุณคีตยาพอดี อีกอย่างถือเป็นการเยียวยาปลอบขวัญที่เธอมีเรื่องในที่ของเราด้วย เดี๋ยวธงจะเป็นคนไปเองครับท่าน”
“ไม่ต้องเยียวยาอะไรอย่างอื่น เพราะทางคุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แถมยังช่างสังเกตจนช่วยลูกผมทันเวลา แต่ถ้าคุณธงธรณ์ไปได้ด้วยตัวเองคงจะดีมากขึ้น ยังไงผมก็ขอบคุณล่วงหน้าเลยละกัน”
คุณอรรธอยู่คุยอะไรอีกสามสี่ประโยค จากนั้นเขาจึงลากลับไปโดยที่อิงควัตและธงธรณ์ลงไปส่งด้วยตัวเอง
“ว่าไงวันนี้นายไปไหนกันมา” อิงควัตถามหลังจากอยู่กันตามลำพัง
“ไปดำเนินมาครับ ไปดูหน้างานจริงของสวนมะม่วงที่เราจะเซ็นสัญญาด้วยปีนี้” ธงธรณ์ตอบ
“แล้วเลขานายล่ะ”
“ผมให้กลับบ้านไปแล้ว เพราะถึงกลับมาด้วยอีกไม่กี่นาทีก็ได้เวลาเลิกงาน” ธงธรณ์ตอบตามตรง ในส่วนงานของเขาไม่ได้จำเป็นทำงานตามเวลาเข้าออก ทุกอย่างยืดหยุ่นได้ตามเวลาทำงานจริงซึ่งสิทธิพิเศษนี้เลขาก็ได้รับไปด้วยเช่นกัน
อิงควัตพยักหน้ารับรู้
“พรุ่งนี้นายไปเยี่ยมคุณคีหน่อยละกัน พี่ให้คนสั่งกระเช้าเยี่ยมไว้แล้ว ตอนเช้าจะไปส่งที่หน้าโต๊ะคุณหนม”
“ครับพี่ อีกสองวันผมไปกระบี่นะ” ธงธรณ์เตือนพี่เขยเรื่องการไปสาขาฉัตรดารา อิงควัตพยักหน้ารับอีกครั้ง
“พี่จะให้คนเตรียมรถทางนั้นให้ จะไปเครื่องใช่ไหมแล้วเอาเลขาไปด้วยหรือเปล่า”
เขาถามเพราะเห็นระยะนี้ธงธรณ์มักมีสร้อยสนติดสอยห้อยตามไปไหนมาไหนด้วยบ่อยๆ
“ครับ” ชายหนุ่มรุ่นน้องตอบรับสั้นๆ
“จะทำอะไรก็คิดให้ดี ตกม้าตายกันมาเยอะแล้วเรื่องเจ้านายกับเลขาเนี่ย” อิงควัตเปรย
“ผมไม่ใช่พี่นะพี่อิง ผมทำอะไรก็ตรงไปตรงมาอยู่หรอก ไม่ได้มีแผนอะไรเยอะแยะ”
ธงธรณ์พาดพิงพฤติกรรมพี่เขยในอดีตก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆ และเดินหายไป ทิ้งให้อิงควัตมองตามพูดไล่หลัง
“เออ... ฉันจะคอยดู บอกทิพย์ดีไหมเนี่ยเรื่องนี้”
วันต่อมามีคนเอากระเช้าเยี่ยมไข้มาส่งที่โต๊ะทำงานของสร้อยสน หญิงสาวจึงแจ้งเจ้านายว่าของเยี่ยมไข้พร้อมแล้ว
“ผมขอเวลาสิบนาที คุณช่วยเลื่อนนัดฝ่ายช่างจากพรุ่งนี้ให้เป็นตอนเย็นด้วย” ธงธรณ์พูดโดยที่ยังก้มหน้าก้มตาดูเอกสาร
“เป็นเย็นวันนี้เหรอคะบอส” สร้อยสนทวนคำสั่งของเขา
“ใช่ พรุ่งนี้เราจะไปกระบี่กันไงคุณจองตั๋วหรือยัง”
“เรียบร้อยค่ะ จองตั๋วเครื่องบินแล้วส่วนที่พักไม่ได้จองเพราะเราจะไปพักฉัตรดาราใช่ไหมคะ”
“ถูกตรงที่ที่พักไม่ต้องจอง แต่เราจะไม่พักที่ฉัตรดาราเราจะไปที่อื่นกัน”
เขาตอบและส่งแฟ้มเอกสารคืนให้เลขาสาวส่วนตนเองลุกไปล้างมือในห้องน้ำ จากนั้นชายหนุ่มจึงหยิบกุญแจรถและกระเช้าเตรียมออกไปเยี่ยมคีตยาตามคำสั่งพี่เขย ไม่ลืมสั่งสร้อยสนไว้ก่อนไปว่า
“สั่งอาหารกลางวันเตรียมให้ผมด้วย เดี๋ยวผมกลับมาทาน”
สร้อยสนยกข้อมือดูนาฬิกาอย่างงงๆ
'ตอนนี้สิบเอ็ดโมง บอสออกไปธุระแล้วยังจะกลับมากินข้าวเที่ยงที่นี่อีกเหรอ แปลก'
เที่ยงวันนั้นสร้อยสนจัดอาหารให้เจ้านายตามปกติ ส่วนตัวเธอเองมีนัดกับเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นนัดรับประทานมื้อเที่ยงด้วยกันสองคน
“หนมที่ทำงานแกเป็นไง” รสสุคนธ์นักแปลอิสระถามเพื่อนสนิท
“ก็ดีไม่มีปัญหาอะไร” หญิงสาวทานข้าวพลางมองนาฬิกา
“แกกลับไปทันไม่ต้องห่วงเข้างานเลท เจ้านายดุเหรอ” รสสุคนธ์ถามต่อ
“เปล่า บอสเขาไม่ดุหรอก ยิ่งเขาไม่ดุยิ่งเกรงใจน่ะแล้วงานแกเป็นไงบ้างรส”
สร้อยสนเริ่มอิ่มจึงสนใจเพื่อนแทนอาหารเที่ยงที่กำลังจะหมดจาน ตั้งแต่ทำงานเธอเองไม่มีเวลานัดเจอเพื่อนๆ เลย
“ก็ดี เรื่อยๆ แกพอมีเวลาว่างไหมล่ะเผื่อจะได้แบ่งงานไปทำ”
“โห.. เอาเวลาที่ไหนว่าง นี่เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องไปตจว.กับบอส”
สร้อยสนตอบตามตรง
“อ้าวแล้วแกจะกลับมาทันมีทติ้งวันอาทิตย์นี้ไหมล่ะ”
รสสุคนธ์ถามถึงงานมีทติ้งเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่จะจัดในวันอาทิตย์ที่จะถึง และได้เห็นสร้อยสนทำสีหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก
“อ้าว ลืมเลยแต่งานมันเลี่ยงไม่ได้สิ ยังไงถ้ากลับมาทันจะพยายามนะ”
หญิงสาวตอบทั้งที่แน่ใจว่าจะกลับมาไม่ทัน เดินทางไปวันพุธเพื่อเตรียมงานเทศกาลผลไม้ตามฤดูกาลสี่ภาคซึ่งจะมีพิธีเปิดงานในวันเสาร์ ธงธรณ์สั่งว่าอย่าเพิ่งจองตั๋วเที่ยวกลับเพราะยังไม่รู้ว่าหน้างานมีปัญหาให้แก้ไขหรือเปล่า ด้วยว่างานนี้ใช้เวลาจัดยาวถึงเจ็ดวันเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ยากถึงปัญหาเฉพาะหน้าที่อาจจะเกิด
“งั้นไม่เป็นไร แกไปทำงานเถอะถ้าไปไม่ทันฉันบอกเพื่อนๆ เอง” รสสุคนธ์เป็นคนเข้าใจง่าย แต่นาทีต่อมาเธอก็ยิ้มแปลกๆ
“ว่าแต่... ไปต่างจังหวัดกับบอสตั้งหลายวัน แกจะหวั่นไหวไหมได้ยินว่าเจ้านายแกหล่อมากนี่โสดด้วย”
“หวั่นไหวอะไรแกดูละครมากไปแล้วรส แล้วแกรู้ได้ไงว่าบอสฉันหล่อ” สร้อยสนย้อนถาม เธอแน่ใจว่าไม่เคยบอกเพื่อนเลยว่าธงธรณ์หน้าตาดีและโสด
“แหม... หัดอ่านข่าวบ้าง บอสแกเป็นข่าวอยู่ที่ไปช่วยไฮโซอะไรนั่นน่ะที่ว่าเป็นลูกสาวท่านทูต พวกเพจซุบซิบเอามาลงกันโครมๆ ว่าเป็นพรหมลิขิตหรือเปล่า หนุ่มหล่อสาวสวยมาเจอกันแบบนี้ ได้ช่วยเหลือกัน พวกลูกเพจฟินกันจะตาย” รสสุคนธ์อธิบาย เธอเข้าใจดีว่าสร้อยสนไม่ตามข่าวแบบนี้หากไม่รู้ก็ไม่แปลก
“หืม... พรหมลิขิตเหรอเจอกันแบบนี้โรแมนติกตรงไหนหว่า ผีผลักสิไม่ว่า” สร้อยสนพึมพำกับตัวเอง