“เป็นยังไงบ้างธงทำงานวันแรก” ทิพย์ธาราถามน้องชายทางโทรศัพท์
“ดีครับพี่ ไม่มีปัญหาอะไร” ชายหนุ่มเอนตัวพิงโซฟาในห้องพัก เขาเพิ่งเลิกงานกลับมาถึงคอนโดก่อนหน้าพี่สาวโทรมาไม่ถึงห้านาที
“ไม่มีปัญหาก็ดีแล้วพี่เป็นห่วง”
เสียงพี่สาวดังต่อมาผสมกับเสียงเด็กๆ ลอดเข้ามาในสายทำให้ธงธรณ์ยิ้มกับตัวเอง
“หลานผมกลับมากันแล้วเหรอครับ คิดถึงจังไม่ได้เจอตั้งนาน” เขาเปลี่ยนเรื่อง
“กลับมาถึงตอนกลางวันเพราะน้องรุ้งต้องไปโรงเรียน นี่พี่ให้พี่อิงพาเข้านอนก็ไม่ยอมนอนกันสักที พากันเล่นทั้งพ่อทั้งลูก”
เสียงพี่สาวบ่นมาทำให้ชายหนุ่มนึกขำ พลางคิดไปถึงพี่เขยว่าถ้าเขาไม่เห็นกับตาคงไม่อยากเชื่อว่าอิงควัตจะสลัดความจอมวายร้ายได้อย่างหมดจดแบบในวันนี้
“ผมว่าพี่คงต้องไปจัดการเองแล้วล่ะ งั้นกู๊ดไนท์นะครับวันไหนว่างผมจะเข้าไปเล่นกับหลานๆ ที่บ้าน”
“กาแฟค่ะบอส”
สองวันต่อมาสร้อยสนประเดิมหน้าที่แรกหลังจากที่รับการถ่ายทอดงานจากเกสรจนหมดแล้ว ด้วยการชงกาแฟให้เจ้านายที่มาถึงที่ทำงานก่อนเธอเสียอีก หญิงสาววางกาแฟลงบนโต๊ะได้ยินเสียงธงธรณ์พึมพำตอบมาเบาๆ ว่าขอบคุณเธอจึงถามต่อ
“บอสทานมื้อเช้ามาหรือยังคะ จะรับอะไรเพิ่มรองท้องด้วยไหม”
ธงธรณ์เงยหน้าจากคอมพิวเตอร์แลบทอป ทำสีหน้าครุ่นคิด
“ผมยังไม่ได้ทานเลย ที่ห้องแพนทรีมีขนมอะไรก็จัดมาแล้วกัน” ปกติแพนทรีของชั้นนี้จะมีอาหารว่างจัดไว้เผื่อมีแขกในแต่ละวันเสมอ ซึ่งอาหารว่างดังกล่าวจะถูกส่งมาจากครัวเบเกอรี่ด้านล่างหมุนเวียนเมนูไปแต่ละวัน
“เดี๋ยวหนมจัดมาให้ค่ะ” สร้อยสนยิ้มให้รีบออกมาดูขนมรองท้องแทนมื้อเช้าให้เจ้านาย
สิบนาทีต่อมาหญิงสาวยกถาดเข้าไปวางบนโต๊ะกลางในห้องทำงานของธงธรณ์
“เรียบร้อยแล้วค่ะบอส มาทานก่อนไหมคะ” เธอมองนาฬิกาตอนนี้เพิ่งเก้านาฬิกากับอีกห้านาที เจ้านายควรได้ทานมื้อเช้าก่อนเริ่มทำงาน
“นี่อะไรโจ๊กเหรอ” ชายหนุ่มเปิดฝาถ้วยเคลือบเห็นโจ๊กเห็ดหอมมีควันส่งกลิ่นหอมโชยมาเขาเริ่มรู้สึกหิว แต่เขาไม่เคยรู้ว่าแพนทรีมีโจ๊กหรืออาหารหนักแบบนี้ด้วย
“ค่ะ หนมแวะซื้อมาสองถุงเห็นว่าบอสยังไม่ได้ทานมื้อเช้าเลยอุ่นแบ่งมาให้ค่ะ เจ้านี้มีปาท่องโก๋กรอบตัวเล็กๆ ด้วยนะคะ รับรองอร่อยตั้งแต่ยังไม่ปรุงค่ะ ส่วนข้างๆ ของหวานค่ะ เป็นขนมถ้วยใบเตยที่บ้านหนมทำเอง” เธอผายมือย่อตัวให้เขา
“อาหารเช้าเป็นสิ่งสำคัญมากที่ไม่ควรละเลยเชิญบอสทานเลยค่ะ เดี๋ยวหนมเข้ามาเก็บนะคะ”
เลขาสาวพูดรัวเร็วจนเขาตอบไม่ทัน กว่าจะรู้ตัวเธอก็เดินออกไปแล้ว ธงธรณ์ส่ายศีรษะไปมาแต่ก็นั่งลงทานอาหารที่เธอจัดมา เพียงคำแรกที่เข้าปากเขารู้ได้ทันทีว่าทุกอย่างนั้นอร่อยสมราคาคุยของเจ้าตัว
สัปดาห์แรกของการทำงานที่ฉัตรเพชรของทั้งเจ้านายและเลขาผ่านไปแบบไม่ยากนัก ในวันทำงานสร้อยสนมีหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารทั้งสามมื้อให้ธงธรณ์ ยกเว้นถ้าหากเขามีนัดกับลูกค้าหรือไม่เข้าที่ทำงาน เรื่องอาหารจะไม่ต้องเป็นธุระของเธอในวันนั้นๆ
“หนม... คุณช่วยไปรับชุดให้ผมหน่อยที่ร้าน...” ธงธรณ์เดินมาที่โต๊ะของสร้อยสน สั่งให้เธอไปรับชุดสูทที่เขาสั่งตัดสำหรับงานเลี้ยงในคืนนี้
“ค่ะบอส” หญิงสาวละมือจากงานเตรียมลุกทันที
“แล้วคุณมีชุดหรือยัง” คำถามของธงธรณ์ทำให้หญิงสาวชี้มือเข้าหาตนเอง
“ชุดของหนม? ต้องมีด้วยเหรอคะ”
“ใช่สิ พี่สรไม่ได้บอกเหรอว่าถ้ามีงานเลี้ยงคุณต้องไปด้วย”
เพราะในงานเลี้ยงมักจะมีการคุยธุรกิจแฝงมาเสมอดังนั้นเลขาจึงจำเป็นต้องไปกับเจ้านายเพื่อช่วยจดจำและนำเสนอข้อมูลที่จำเป็นและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอื่นๆ
“ไม่ทราบเลยค่ะ งั้นช่วงบ่ายหนมลาไปหาชุดได้ไหมคะ”
'ไหนจะชุดราตรี ไหนจะเสื้อผ้าหน้าผม' หญิงสาวคิดอย่างว้าวุ่นใจ มารู้ตอนนี้เธอจะเตรียมตัวทันไหม จะว่าใครก็ไม่ได้เพราะเธอพลาดเองที่ไม่ได้ถามเขาว่าเธอต้องไปด้วยหรือเปล่า
“งั้นเดี๋ยวออกไปพร้อมผมก็ได้ ผมไปรับเสื้อของผมคุณก็ไปหาชุดแล้วแต่งหน้าทำผมที่ร้านนั้นเลย” ธงธรณ์เปลี่ยนคำสั่ง เขาไม่ตำหนิเธอเพราะถือว่ายังไม่รู้ใจกัน แต่สร้อยสนนั้นไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“หนมขอโทษนะคะบอส” เธอยกมือไหว้ขอโทษเขาเพราะรู้สึกผิดทำให้ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้อ่อนลง
“ไม่ต้องเครียดขนาดนั้น ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย เก็บของเถอะจะได้ออกไปสักทีเดี๋ยวกลับมาไม่ทัน”
คืนนั้นเป็นงานเลี้ยงของโรงแรมฉัตรเพชรเองที่จัดเพื่อขอบคุณสื่อมวลชน สำหรับการสนับสนุนในทุกโครงการของเครือฉัตรมณีด้วยดีมาตลอด ธงธรณ์ในฐานะที่ดูแลฝ่ายจัดเลี้ยงถือเป็นงานแรกที่เขาได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่
“งานคืนนี้ดีมากเลยนะธง สมกับที่ได้ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จบจากเมืองนอก” อรวลีอดีตผู้บริหารฉัตรเพชรที่ตอนนี้เธอหันไปดูแลธุรกิจสื่อสารมวลชนของสามี เธอและสามีเป็นหนึ่งในแขกสำคัญที่ได้รับเชิญมาในงานด้วย
“ขอบคุณครับพี่ลี่” ธงธรณ์คุ้นเคยกับสองสามีภรรยาคู่นี้ดี ในตอนที่เขาเรียนที่อังกฤษก็ได้รับความช่วยเหลือจากพันธกานต์และอรวลีหลายเรื่อง
“วันนี้พี่พัทไม่มาเหรอครับ” เขาถามถึงพันธกานต์
“โน่นจ้ะ พาลูกสาวไปอวดกับญาติๆ” อรวลีชี้ไปอีกมุมของงานเลี้ยง สามีเธออยู่กับลูกสาววัยรุ่นที่คุณพ่อหวงนักหนา
“บอสคะ” สร้อยสนเดินเร็วๆ มาหาเจ้านาย ชายหนุ่มหันมาหาเลขาเพิ่งนึกได้ว่าเธอหายไปไหนมา
“คุณหายไปไหนมาตั้งนาน มารู้จักคุณลิลลี่ก่อนสิเธอเป็นอดีตผู้บริหารที่นี่ ตอนนี้ก็ยังเป็นหุ้นส่วนของฉัตรเพชรด้วย”
“สวัสดีค่ะคุณอรวลี”
สร้อยสนทำการบ้านมาดีพอจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคืออรวลี ญาติคนหนึ่งของบรรดาผู้บริหารฉัตรเพชร
“พี่ลี่ครับ นี่สร้อยสนเลขาผมเอง” ธงธรณ์อยากให้เธอรู้จักแขกไว้ให้มากที่สุดเพราะดีกับตัวของเธอเองในการทำงานต่อไป
“สวัสดีจ้ะ หน้าตาน่ารักดีอายุเท่าไหร่คะนี่ทำไมดูเด็กจัง” อรวลีทักทาย
“ยี่สิบสองค่ะ หนมเพิ่งเรียนจบน่ะค่ะคุณลี่” สร้อยสนกระพุ่มมือไหว้รับคำชม ทำให้อรวลีมองอย่างเอ็นดู
“ดีจังเลย เด็กเพิ่งจบใหม่ไฟกำลังแรง ได้เจ้านายอย่างธงน่าจะยิ่งไฟดีไปกันใหญ่” หญิงสาวหัวเราะเพราะรู้ว่าธงธรณ์เองก็เป็นพวกบ้างาน
สร้อยสนยิ้มเจื่อนๆ เธอรอจนอรวลีผละไปแล้วจึงอ้อมแอ้มบอกเจ้านาย
“บอสคะ นี่จะสี่ทุ่มแล้วหนมขอกลับก่อนได้ไหมคะ”
“คุณมีธุระเหรอ” ชายหนุ่มหันมามองเลขาอย่างพิจารณาเมื่อเห็นว่าเธอสีหน้าไม่ดีนัก
“เปล่าค่ะ แต่ว่า... เอ้อ...” เธออึกอักก่อนจะบอกตามตรง
“รองเท้าคู่ใหม่มันกัดค่ะ หนมเดินไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ไปหาที่นั่งก่อน” ธงธรณ์ชี้มือไปที่โต๊ะว่างใกล้ที่สุด สร้อยสนกัดฟันเดินไปนั่งตามที่เขาบอกแล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเจ้านายหนุ่มนั่งยองๆ ยกข้อเท้าเธอขึ้นจากพื้น
“อุ๊ย บอสทำอะไรคะ”
“อยู่เฉยๆ” เขาทำเสียงเหมือนดุ ชายหนุ่มถือวิสาสะถอดรองเท้าเธอออกเห็นว่ามีรอยแดงถลอกเลือดซิบที่เห็นชัดเจนบนผิวขาวผ่อง
“ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้หรือเปลี่ยนรองเท้าล่ะหนม มันกัดแล้วจะทนใส่ทำไม” เขาพูดต่อ
“ก็คู่อื่นมันไม่เข้ากับชุดนี่คะ หนมจะเปลี่ยนใส่รองเท้าแตะบอสก็บอกเองว่าเราต้องเป็นหน้าเป็นตาให้โรงแรม” สร้อยสนเสียงอ่อยเธอพยายามชักเท้ากลับจนเขาวางฝ่าเท้าบอบบางนั้นลงกับพรมของห้องจัดเลี้ยง
“คุณนั่งรอตรงนี้อย่าไปไหน เข้าใจไหม” เขากำชับก่อนจะเดินหายไป
ธงธรณ์หายไปครู่หนึ่งเขากลับมาพร้อมกับรองเท้าแตะเปลี่ยนให้เธอใส่
“ออกไปทำแผลข้างนอกดีกว่า”
ฝ่ามือใหญ่จับที่ต้นแขนของสร้อยสนเป็นเชิงบอกให้เดินตามเขาออกไปแต่หญิงสาวขืนตัวไว้
“ไม่ต้องทำแผลก็ได้ค่ะบอส ถ้าใส่รองเท้าแตะหนมก็ไม่เป็นไรแล้วทำงานต่อได้”
“จะทำงานอะไรอีกล่ะเขาทยอยกลับกันแล้วไม่เห็นหรือ” ธงธรณ์ขัดขึ้นมาก่อนที่เขาจะชะงักเมื่อมีเสียงเรียก
“พี่ธง แต้วหาตั้งนานแน่ะ” ทักษิณาในชุดราตรีสั้นเดินมากอดแขนชายหนุ่ม
“แต่งตัวอะไรนี่แต้ว พี่ทิพย์รู้ไหม” ธงธรณ์ดันตัวน้องสาวออกเพื่อมองให้ชัด
“ก็ไม่เห็นเป็นไงนี่คะ สวยดีออก” ทักษิณาหัวเราะคิกหญิงสาวไม่เดือดร้อนว่าจะถูกอีกฝ่ายทำหน้าดุใส่ เธอเป็นนักข่าวจึงได้มางานในคืนนี้เช่นกัน
“แต้วมาบอกพี่ว่าอย่าลืมนะคะ จันทร์หน้าแต้วจะรับปริญญา” หญิงสาวมาเตือนพี่ชายในขณะที่ชายหนุ่มยกมือขึ้นจับศีรษะเธอโยกไปมา
“รู้แล้วแม่แก่ ละนี่จะกลับยังไงให้พี่ไปส่งไหม”
ทักษิณาทำหน้ามุ่ยเมื่อถูกธงธรณ์ทำให้ผมเสียทรง เธอเบี่ยงศีรษะหลบมือใหญ่นั้นแล้วรีบตอบ
“ไม่ต้องค่ะ แต้วมากับพี่ๆ ที่ทำงาน ไปนะคะบายค่า” ทักษิณาเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มเขาเร็วๆ แล้วเดินจากไป
'สงสัยจะแฟนบอส สวยจัง'
สร้อยสนมองสองหนุ่มสาวคุยกันเธอเห็นความสนิทสนมนั้นจึงคิดว่าทักษิณาเป็นคนรักของเจ้านาย
เมื่อเห็นว่าทักษิณากลับไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนแล้ว ธงธรณ์จึงหันมาหาเลขาที่รออยู่
“ไปกันคุณ ผมจะพาไปห้องพยาบาล”
ธงธรณ์พาเลขาไปทำแผลที่ห้องพยาบาลจนได้ แม้ว่าสร้อยสนจะบอกว่าแผลรองเท้ากัดมันเป็นเรื่องปกติของผู้หญิง ไม่ต้องทำอะไรก็ได้แต่เขาไม่ฟัง
เขาไปยืนดูพยาบาลล้างแผลให้เธอจนเรียบร้อยจากนั้นเดินมาส่งเธอถึงรถยนต์ที่ลานจอด
“หนมไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ รับรองว่าพรุ่งนี้มาทำงานได้ตามปกติแน่นอน” สร้อยสนย้ำให้เขามั่นใจ เธอไม่แน่ใจว่าเขารู้ตัวไหมว่าตอนนี้เขาทำตัวเหมือนเป็นบิดาหรือพี่ชายมากกว่าเป็นเจ้านายเสียอีก
“โอเค งั้นขับรถดีๆ คุณไม่ได้ดื่มมากจนไม่ไหวแน่นะ” เพราะในงานนี้มีการเสริฟเครื่องดื่มแอลกอฮอร์ด้วยและในงานมีการดื่มเพื่อมารยาทประปราย ตัวเขาเองยังต้องดื่มบ้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
สร้อยสนทำสีหน้าตกใจ
“อุ๊ย... หนมดื่มไวน์ไปแค่สองแก้วไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หญิงสาวยืนยัน
“คุณเปิดห้องนอนที่นี่ดีกว่าไหม สิทธิ์พนักงานมีนะฟรี” ธงธรณ์ไม่วางใจเท่าใดนัก
“ไม่ได้หรอกค่ะไม่ได้บอกที่บ้านไว้ หนมไปได้จริงๆ ค่ะบอสไม่ต้องเป็นห่วง” สร้อยสนโบกไม้โบกมือขณะที่สตาร์ทรถ
“ไปล่ะค่ะ พรุ่งนี้เจอกันค่ะบอส”
เธอลาเสียงใสแล้วขับรถออกไป ชายหนุ่มจึงกลับขึ้นไปบนห้องพักที่คืนนี้เขาจะนอนที่นี่เพราะไม่อยากกลับคอนโด
ครึ่งชั่วโมงต่อมาชายหนุ่มออกจากห้องน้ำ เขาขมวดคิ้วเมื่อโทรศัพท์ดังขึ้นและไม่ใช่สายของคนในครอบครัว ร่างสูงที่มีเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำสวมอยู่ก้าวยาวๆ ไปหยิบโทรศัพท์มาดูจึงเห็นว่าเป็นสร้อยสนโทรมา
“ครับ” ธงธรณ์เลื่อนหน้าจอรับสายทันที
“บอสคะ มารับหนมทีได้ไหมคะ”
“คุณอยู่ที่ไหนแล้วนี่ยังไม่ถึงบ้านเหรอ” เขาตกใจรีบเปิดตู้หาเสื้อผ้าชุดใหม่ขณะที่คุยไปพร้อมกัน
“หนมเจอด่านค่ะ เป่าละตำรวจบอกว่าแอลกอฮอล์เกินที่กฎหมายกำหนด หนมก็อธิบายว่าหนมกินไปแค่สองแก้วจะเกินได้ยังไง เขาก็หาว่าเถียงเจ้าหน้าที่อีกค่ะแล้วให้ขึ้นมารอสร่างเมากับให้คนมารับกลับบ้าน” เธอพูดรัวเร็ว ส่วนธงธรณ์แต่งตัวเสร็จพอดี
“คุณอยู่ที่สน.ไหนเดี๋ยวผมไปรับเอง” เขาถามรายละเอียดแล้วจึงวางสาย ไม่ลืมหยิบกระเป๋าเงินไปด้วยเผื่อต้องใช้บัตรประจำตัวและเงินสดในการประกันตัวเลขา
ธงธรณ์ไปคนเดียวเขาไม่ได้โทรเรียกใครไปด้วย ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงสถานีตำรวจที่อยู่ไม่ห่างจากโรงแรม เมื่อไปถึงเขาเห็นสร้อยสนนั่งรอที่เก้าอี้ด้านในสถานีตำรวจใกล้ๆ โต๊ะร้อยเวร
“เป็นยังไงบ้างคุณ” เขาทักทาย
“ก็หิวค่ะ หนมยังไม่ได้กินอะไรเลยตอนเย็น” เธอบ่นเบาๆ หน้ามุ่ยแบบไม่ปิดบัง
“รอเดี๋ยว ผมไปจัดการเรื่องให้”
ธงธรณ์ไปจัดการเรื่องประกันตัวตามกฎหมายใหม่เรื่องเมาแล้วขับให้สร้อยสน ใช้เวลาพักใหญ่กว่าเอกสารทั้งหมดจะเรียบร้อย จากนั้นเขาจึงโทรตามคนมาขับรถของสร้อยสนไปไว้ที่โรงแรม ส่วนตนเองพาหญิงสาวนั่งรถไปหยุดที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวโตรุ่งเจ้าหนึ่งมีลูกค้านั่งเต็มเกือบทุกโต๊ะ
“กินก๋วยเตี๋ยวไหม ร้านนี้อร่อยนะ”
สร้อยสนมองร้านก๋วยเตี๋ยวริมถนนอย่างแปลกใจ เธอไม่คิดว่าเจ้านายจะทานอาหารแบบนี้ได้
“บอสชอบทานก๋วยเตี๋ยวแบบนี้ด้วยเหรอคะ ไม่น่าเชื่อเลย”
“ได้สิ หรือว่าคุณทานไม่ได้ผมจะได้เปลี่ยนร้าน”
เขาทำท่าจะออกรถแต่เธอรีบห้ามไว้
“ไม่ใช่ค่ะบอส หนมน่ะทานได้ชอบด้วยแต่คิดไม่ถึงว่าบอสจะทานค่ะ งั้นลงไปเลยนะคะหิวมากในงานเลี้ยงก็ไม่ได้กินอะไรสักอย่าง”
เธอตอบแล้วเปิดประตูรถลงไปทันที
“บอสจะทานอะไรคะ” สร้อยสนหยิบสมุดฉีกเล่มเล็กบนโต๊ะมาเขียนรายการอย่างคล่องแคล่ว
“หมี่น้ำหมูรวมพิเศษลูกชิ้นหมู”
ธงธรณ์สั่งเมนูประจำของเขาทันที
“เอาอย่างอื่นด้วยไหมคะบอส น้ำอะไรดีคะ”
“หมูสะเต๊ะชุดใหญ่หนึ่ง คุณจะกินอะไรเพิ่มไหมหมี่กรอบเขาก็อร่อยนะ”
“สั่งกลับไปที่โรงแรมได้ไหมคะ เผื่อดึกๆ หิว”
สร้อยสนถาม คืนนี้หญิงสาวเปลี่ยนใจกลับมาค้างที่โรงแรมและโทรกลับไปบอกทางบ้านว่างานเลิกดึกจะนอนที่ทำงานแทน เพราะไม่อยากให้มารดาและพี่สาวเป็นกังวลว่าเธอโดนจับ