คืนนั้นเลขาและเจ้านายแยกย้ายกันเข้าห้องพักในตอนหลังเที่ยงคืนไปแล้ว โชคดีที่สร้อยสนมีเสื้อผ้าติดอยู่ท้ายรถหญิงสาวจึงมีชุดเปลี่ยนสำหรับวันรุ่งขึ้น
“สวัสดีค่ะบอส วันนี้บอสมีนัดกับคุณหญิงดวงรัตน์นะคะ” หญิงสาวแจ้งตารางงานของเจ้านายให้เขาทราบ
“อืม... เช้านี้ผมอยากกินโจ๊กร้านที่คุณเคยซื้อมา คุณซื้อมาจากไหนนะเดี๋ยวผมให้พนักงานไปซื้อ”
“ถ้าบอสอยากทานเดี๋ยวหนมสั่งให้เดลิเวอรี่มาส่งได้นะคะ” หญิงสาวพูดถึงธุรกิจส่งอาหารถึงที่ซึ่งมีหลายเจ้าที่เปิดบริการ
ธงธรณ์พยักหน้ารับ เขาส่งบัตรเครดิตให้เธอหนึ่งใบ
“ใบนี้เก็บเอาไว้ที่คุณเลย เอาไว้จัดการเรื่องค่าใช้จ่ายของผมที่คุณต้องเป็นคนจ่าย” เขาหมายถึงค่าอาหาร ค่าใช้จ่ายจิปาถะอื่นในส่วนที่เลขาเป็นคนดูแล
“ค่ะบอส” สร้อยสนรับมา
“แล้วก็คุณจะทานอะไรก็สั่งมาด้วย ใช้บัตรนี้จ่ายได้ถือเป็นสวัสดิการ” ธงธรณ์เข้าใจดีว่าเงินเดือนของพนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นคงไม่สูงนัก พอจ่ายแต่คงไม่พอให้ฟุ่มเฟือยหากสร้อยสนทำงานกับเขา เรื่องแค่นี้เขาจ่ายให้ได้ไม่ใช่ปัญหา
“ขอบคุณค่ะบอสงั้นหนมไม่เกรงใจนะคะ” สร้อยสนยิ้มแก้มปริ นี่คืออานิสงค์ของการตั้งใจทำงานชัดๆ เธอคิดในใจ อิ่มจังตังอยู่ครบ
“พี่อยากได้ห้องวาดจันทร์ไม่ทราบว่าว่างไหมคะคุณน้องธง” คุณหญิงดวงรัตน์แขกคนสำคัญของโรงแรมบอกความต้องการ ว่าเธอต้องการห้องวาดจันทร์ซึ่งเป็นห้องประชุมที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของฉัตรเพชรเป็นห้องจัดเลี้ยงงานวันคล้ายวันเกิดของเธอเองที่จะมาถึงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
ชายหนุ่มเปิดไอแพดเช็คข้อมูลก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองแขกสำคัญ
“วันที่ยี่สิบห้าห้องวาดจันทร์ไม่ว่างครับ มีห้องพันดาราว่างจะได้ไหมครับคุณหญิง”
คุณหญิงดวงรัตน์ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ หากแต่เมื่อธงธรณ์พูดต่อเธอก็เปลี่ยนใจ
“ห้องพันดาราเป็นห้องที่สวยไม่แพ้กัน ตกแต่งในแนวเจ้าหญิงที่แม้จะมีดวงดาวนับพันก็งามสู้เธอไม่ได้ ผมว่ามันบอกถึงตัวตนของคุณหญิงได้ด้วยนะครับ”
“จริงเหรอคะ แหม..งั้นใช้ห้องพันดาราก็ได้ค่ะ พี่เชื่อใจเทสต์ของคุณธง”
สร้อยสนลอบทำสีหน้าแสนเซ็งเมื่อเห็นลูกค้าซุปเปอร์วีไอพีเปลี่ยนทีท่าฉับพลัน หลังจากที่เจ้านายของเธอทำการเสนอขายอีกห้องหนึ่ง
'ถ้าไม่ได้ยินกับหูจะไม่เชื่อเลยว่าบอสขายเก่งขนาดนี้' เธอแอบนินทาเจ้านายในใจก่อนจะสะดุ้งเมื่อถูกเรียก
“คุณเลขาเช็คอาหารหวานให้ที คุณหญิงต้องการขนมที่หากินยาก มีราคาแพงและอร่อยมากๆ จนแขกประทับใจเป็นทอล์คออฟเดอะทาว”
“ขนมที่หากินยาก แพงและอร่อยมากๆ จนเป็นทอล์คออฟเดอะทาวเหรอคะ” หญิงสาวทวนพลางคิดอย่างรวดเร็ว
“ใช่ คนอย่างฉันจะจัดปาร์ตี้ทั้งทีไม่เอาอะไรที่มีทั่วไปหรอก” คุณหญิงพยักหน้ารับ
“ถ้าหายากแล้วมันจะหาได้เหรอคะคุณหญิง” สร้อยสนถามซื่อๆ ทำหน้าบ้องแบ๊วสุดขีด
“งั้นก็เอาที่เธอพอคิดเมนูแล้วหาได้มาแล้วกัน” คุณหญิงเสียงขุ่นผิดกับที่คุยกับชายหนุ่ม
ธงธรณ์คุยรายละเอียดอื่นๆ ของงานจนครบแล้วจึงเตรียมตัวตัดบท
“งั้นถ้าทางเราสงสัยอะไรหรือมีข้อติดขัดผมจะติดต่อไปทางเลขาของคุณหญิงนะครับ”
เขาถือว่าเจ้าของงานได้บอกความต้องการครบถ้วนแล้ว ที่เหลือน่าจะเป็นการประสานงานกันระหว่างคนทำงานด้วยกันได้ แต่คุณหญิงรีบร้องขึ้นมา
“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ามีปัญหาอะไรทางโรงแรมแจ้งพี่โดยตรงดีกว่า เลขาก็ตัดสินใจแทนไม่ได้หรอก”
ธงธรณ์ก้มศีรษะให้อีกฝ่ายเป็นเชิงตอบรับ จากนั้นจึงรีบอ้างว่ามีประชุมแล้วขอตัวลาทันที
“บอสคะ ออฟฟิศของคอนโดบอสโทรมาถามว่าจะให้แม่บ้านเข้าไปเก็บผ้าซักวันไหนคะ”
“ไม่ต้องหรอก ผมทำเองได้” แค่งานซักรีดเขาทำได้เองจนชิน ส่วนเสื้อผ้าเฉพาะอย่างเสื้อนอกต่างๆ เขาส่งซักแห้งของโรงแรมอยู่แล้ว
“หา... บอสซักผ้าเองเหรอคะ” สร้อยสนเสียงสูง
“ทำไมเสียงดังขนาดนั้นมันแปลกตรงไหน” ชายหนุ่มถามกลับ
“แปลกค่ะ แปลกมากด้วยหนมไม่คิดว่าบอสจะซักผ้ารีดผ้าเป็น”
“แค่ซักผ้ารีดผ้ายากอะไร งานบ้านอื่นๆ กับข้าวผมก็ทำได้”
ธงธรณ์นึกถึงอดีตสมัยที่เขาอยู่กระบี่ ทำโฮมสเตย์กับพี่สาวหลังจากที่แม่บุญธรรมหรือมารดาของทิพย์ธาราเสียชีวิตไป ความเป็นผู้ชายคนเดียวของบ้าน เขาจึงต้องเป็นกำลังหลักของครอบครัวแค่งานบ้านนั้นธรรมดามากสำหรับคนอย่างเขา
“โห อยากเห็นเป็นบุญตาเลยค่ะ ว่าบ้านบอสจะสะอาดเอี่ยมขนาดไหน”
“ไปดูไหมล่ะแต่บ้านผมไม่มีแมวให้ดูหรอกนะ”
สร้อยสนมีอันต้องได้ไปที่ห้องพักของเจ้านายจริงๆ ในอีกสองวันต่อมา เพราะธงธรณ์ลางานช่วงบ่ายแต่เขาลืมเอกสารไว้ที่ห้องพักเธอจึงจำเป็นต้องไปนำเอกสารจากห้องพักของเขามาส่งให้ฝ่ายเตรียมการ
“คะบอส” เธอรับสายธงธรณ์ในบ่ายวันจันทร์ ซึ่งวันนั้นชายหนุ่มไปงานรับปริญญาของทักษิณา มีดอกไม้จากร้านช่อใหญ่มาส่งให้ชายหนุ่มก่อนที่เขาจะถือมันออกไปจากที่ทำงานก่อนเที่ยง
“ผมลืมโน้ตงานของคุณหญิงดวงรัตน์ไว้ที่ห้องพัก คุณช่วยไปเอามาแล้วพิมพ์ส่งให้ฝ่ายเตรียมงานกับการเงินที ไปรับคีย์การ์ดสำรองที่สำนักงานชั้นล่างแล้วขึ้นไปได้เลยผมวางไว้ที่ห้องนั่งเล่น”
ชายหนุ่มบอกรายละเอียดคร่าวๆ สร้อยสนจึงต้องออกจากโรงแรมตรงไปที่คอนโดหรูและไปตามที่เขาบอก เธอรับคีย์การ์ดสำรองตามที่เขาโทรมาแจ้งสำนักงานคอนโดไว้และขึ้นไปยังห้องพักของเขา
'หรูมาก บอสอยู่ห้องหรูขนาดนี้แต่ทำไมติดดินจัง' เธอคิดในใจหลังจากที่เข้าไปในห้องพักของเขาแล้วยืนงง ไม่รู้จะไปทางไหนต่อ ละไหนคือห้องนั่งเล่น
แต่ละห้องที่เธอเดินผ่านระบบไฟฟ้าทำงานอัตโนมัติจนหญิงสาวนึกทึ่ง เธอเดินไปอีกห้องหนึ่งเห็นมีจอโทรทัศน์ติดผนังขนาดใหญ่ มีชุดเก้าอี้จึงคิดว่านี่น่าจะเป็นห้องนั่งเล่นที่เขาว่า
'ไม่มีฝุ่นเลย บอสเป็นคนเนี้ยบขนาดนี้เลยเหรอ'
ทุกอย่างในห้องเป็นระเบียบเรียบร้อยเกินคาด หญิงสาวเจอบันทึกที่เขาพูดถึงบนโต๊ะกลางหน้าโทรทัศน์จึงหยิบมาเตรียมจะกลับออกไป แต่อดไม่ได้ที่จะแวะไปดูครัวของเจ้านายเพราะเห็นเขาบอกว่าเขาทำอาหารทานเอง
สร้อยสนถึงกับตาค้างเมื่อเห็นครัวของเขาที่มีทุกอย่างครบครันไม่ว่าจะเตาไฟฟ้า เตาอบ เครื่องดูดควัน เครื่องล้างจาน บรรดาเครื่องปรุงและอุปกรณ์การทำอาหารอัดแน่นทั้งในและนอกตู้เย็น
แถมเธอยังเห็นเครื่องซักผ้า อบผ้าอีกด้วยในห้องข้างๆ สร้อยสนจึงเชื่อว่าเขาทำทุกอย่างได้เองจริงตามที่เขาบอก
'อิจฉาแฟนบอสจัง ใครได้เป็นแฟนบอสน่าจะสบาย' เธอคิดถึงหญิงสาวสวยจัดที่เคยเจอในงานเลี้ยง และรู้ว่าวันนี้เจ้านายไปร่วมงานรับปริญญาของเธอ ก็ได้คำตอบว่าสวยหล่อสมกันทุกอย่าง
'ต้องทำบุญด้วยอะไร ถึงจะโชคดีแบบผู้หญิงคนนั้นนะเรา ถ้ารู้จะรีบไปทำเดี๋ยวนี้เลยแต่เอทำบุญคงไม่ทันแล้ว ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้เราขอสวยชาตินี้ดีกว่า'
หญิงสาวหัวเราะกับตัวเองในตอนที่ออกจากคอนโดเจ้านาย รีบกลับไปทำงานตามหน้าที่ก่อนจะหมดเวลาทำงาน
พิมพ์เอกสารแล้วสร้อยสนต้องนำมันไปให้ธงธรณ์เซ็น ซึ่งเธอได้รับคำสั่งให้ไปหาเจ้านายที่บ้านท่านรองอิงควัต
“สวัสดีค่ะ หนูมาหาบอสเอ่อ.. คุณธงธรณ์ค่ะ” เธอลดกระจกแจ้งให้ยามหน้าประตูทราบว่ามาหาใคร ก่อนที่ยามจะเปิดประตูรั้วให้เธอเข้าไปภายในบ้านหลังใหญ่
ธงธรณ์ลุกจากโต๊ะทันทีที่แม่บ้านเข้ามาแจ้งว่าเลขามาขอพบ
“ก็ให้เขาเข้ามาข้างในก็ได้นี่ พี่ยังไม่เคยเจอเลขาเราเลย” ทิพย์ธาราพูดขึ้นมาและบอกให้สาวใช้ไปเชิญสร้อยสนเข้ามาในห้องอาหาร
จากนั้นไม่นานหญิงสาวเดินเข้ามาจึงเห็นว่าครอบครัวของท่านรองอยู่กันพร้อมหน้า เธอทำความเคารพทุกคนรอบห้องด้วยความตื่นเต้น
“สวัสดีค่ะท่านรอง สวัสดีค่ะคุณทิพย์”
“ทำตัวตามสบายจ้ะ อยู่ทานอะไรด้วยกันก่อนไหม” ทิพย์ธาราชวนสาวรุ่นน้อง เข้าใจว่าเลขาของน้องชายคงไม่ทันตั้งตัวว่าจะมาเจอคนมากขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะคุณทิพย์ แต่อยู่ไม่ได้ค่ะหนมต้องเอาเอกสารไปให้ฝ่ายการเงินค่ะ”
เธออธิบายมองเห็นบัณฑิตสาวที่ตอนนี้ถอดชุดครุยแล้วนั่งอยู่ระหว่างผู้หญิงอีกสองคน ซึ่งน่าจะเป็นพี่น้องกันแล้วก็งง ทำไมแฟนบอสจึงไปนั่งกับกลุ่มพี่น้องบอส ทำไมไม่นั่งกับแฟนตัวเองหรือว่าเธอเขิน
“ไม่เป็นไร เอกสารให้คนขับรถเอาไปส่งได้ เราเป็นเลขาเจ้าธงอยู่ร่วมงานก็ดี จะได้รู้จักพี่ๆ น้องๆ ของบอสตัวเองจะได้ทักทายกันถูกว่าใครเป็นใคร” อิงควัตพูดขึ้น
“เป็นอะไรคุณ” ธงธรณ์เซ็นเอกสารแล้วเงยหน้ามองเลขาเห็นความสงสัยที่ปิดบังไม่มิดในนั้น
“ยังไงนะคะ นี่พี่น้องบอสหมดเลยเหรอคะ” สร้อยสนกระซิบถามเสียงเบากลัวว่าจะเสียมารยาท
“ใช่ พี่ทิพย์เป็นพี่สาวผม ส่วนคนที่รับปริญญาเป็นน้องสาวคนโต อีกสองคนนั่นคือน้องคนที่สองสามตามลำดับ”
“อ้าว คุณคนสวยไม่ใช่แฟนบอสเหรอคะ”