ปักตะไคร้หยุดฝน

1203 Words
ท่ามกลางฝนเม็ดใหญ่ที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เหล่านักศึกษาคณะวิศวะโยธาต่างยืนเรียงแถวเป็นหน้ากระดานเพื่อหลบฝน ช่วงนี้ก้าวเข้าสู่ฤดูที่ฝนแรง แต่ดันตรงกับช่วงรับน้องใหม่ และสถานที่รับน้องของสาขานี้คือลานวิศวะ ลานคอนกรีตขนาดกว้างที่ตอนเย็นมักจะมีหนุ่ม ๆ มาเตะบอลกันที่นี่ “ตกแบบนี้ไม่หยุดแน่เลยว่ะ” เฟยหลง หนึ่งในพี่ว้ากสุดโหดหันมาออกความคิดเห็นกับเพื่อนด้วยสีหน้าหนักใจ “ตกก็ตากฝนทำกิจกรรมไป ฝนแค่นี้ไม่ตายห่าหรอก” พายุเอ่ยพร้อมกับยกแก้วเก็บความเย็นขึ้นดื่ม แก้วที่มักพกติดกายไว้ตลอด เพราะสะดวกต่อการหยิบขึ้นมาดื่มโดยไม่มีใครสังเกตว่าสิ่งที่อยู่ด้านในคือของมึนเมา “ไม่ตายเหี้ยไร ฟ้าผ่าขึ้นมาข่าวหน้าหนึ่งเลยนะเว้ย” คิมหันต์รีบแสดงความคิดเห็นอีกคน เพราะหากเกิดอะไรขึ้น คนที่จะซวยคือพวกเขาทั้งสี่คนที่เป็นเฮดว้าก “เอาไงดีวะไอ้พี่สิง” สิงขร หัวหน้าเฮดว้ากที่ถืออำนาจสูงสุดในรุ่น เพราะเป็นรุ่นพี่ที่ซิ่วมาจากคณะบริหาร ทุกคนจึงให้ความนับถือด้วยการเรียกว่าพี่ ถึงจะมีคำว่าไอ้นำหน้าก็ตาม “ต้องทำให้ฝนหยุด” “เอาจริงดิ มึงคิดว่าพวกเราเป็นเทพเจ้าเหรอ?” เฟยหลงขมวดคิ้วถามเมื่อได้ยินคำตอบที่คาดไม่ถึง “พ่อกูเคยบอกว่าเอาสาวบริสุทธิ์มาปักตะไคร้กลับหัวแล้วฝนจะหยุดตก” เขาทำหน้าครุ่นคิดพักหนึ่ง ก่อนจะหันมามองกลุ่มผู้หญิงปีหนึ่งที่มีอยู่ไม่กี่คน “เฮ้ย พวกผู้หญิงน่ะ” ทุกสายตาหันมาจ้องที่สิงขรเป็นตาเดียว พร้อมกับแสดงความหวาดกลัวจนปิดซ่อนไม่มิด จะมีก็แต่เฟียส ที่หันมองด้วยสายตานิ่ง ๆ แต่ก็แอบคาดหวังว่าเขาจะปล่อยให้กลับไปพักผ่อน เพราะวันนี้คงทำกิจกรรมต่อไม่ได้แล้ว “มีใครซิงไหม” “...” ทุกคนหยุดนิ่งไปพร้อมกันเหมือนรีโมตกดหยุดเวลา เพราะเขาเล่นถามกันตรง ๆ จนกลุ่มคนที่ถูกถามไปไม่เป็น “มันไม่ควรถามปะพี่?” เฟียสลุกขึ้นพร้อมกับจ้องหน้าอีกฝ่ายโดยไม่หลบสายตา “ทำไม” คนร่างสูงใหญ่สวมใส่เสื้อช็อปสีแดงเดินตรงเข้ามาหาด้วยแววตาที่ทรงพลัง ทำเอาทุกคนรีบถอยหลังหลีกทางให้เดินไปเผชิญหน้ากับเฟียสโดยตรง “มันเป็นเรื่องส่วนตัวไงคะ” “แต่อันนี้ถามเพื่อส่วนรวม จะเอาผู้หญิงบริสุทธิ์มาปักตะไคร้ ฝนจะได้หยุดตกสักที” ผู้คนเริ่มมองหน้ากันเชิงตั้งคำถาม ส่วนเฟียสขมวดคิ้วเหมือนตั้งคำถามในใจว่า เฮ้ยพี่... เอาจริงดิ “ว่าไง ใครซิงก็ยกมือ” ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะยกมือกันทุกคน เพราะไม่อยากถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ ว่าผ่านมือชายใด “ตลกละ มันใช่เรื่องมาเล่นไหม ใครไม่ซิงก็ไม่ต้องอาย! เอามือลง” “เกินไปปะพี่!” เฟียสเริ่มเสียงดังแข่งกับสิงขร เป็นจังหวะที่ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงเสียงดัง ผู้คนต่างยกมือขึ้นปิดหูด้วยความตกใจ จะมีก็เพียงแต่สองคนที่ยืนจ้องหน้ากันเขม็งไม่มีใครยอมใคร “กิจกรรมมันไปต่อไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืนดิ ไปรับน้องในยิม หรือที่อื่นก็ได้เปล่าวะ” สิงขรไม่ตอบ เขาเบือนหน้าหลบพลางดันลิ้นใส่กระพุ้งแก้ม เหมือนพยายามยับยั้งอารมณ์ที่กำลังก่อตัวเป็นพายุ “เอาแล้วไง กูว่างานนี้ไอ้พี่สิงของขึ้นแน่” พายุกระตุกยิ้มด้วยความสนุก เหมือนกำลังจะได้ดูมวยคู่โปรดขึ้นชก “เมื่อกี้เธอยกมือใช่ไหม?” เขาชี้หน้าคนตัวเล็กด้วยความอดทนครั้งสุดท้าย ก่อนจะฉุดกระชากลากแขนตากฝนออกไปที่ด้านหลังตึก “พี่ทำอะไรเนี่ย มันเจ็บนะ!” เฟียสโวยวาย ทั้งตัวเปียกโชกไปหมด แต่สิงขรก็ไม่สน รีบดึงแขนเธอมาก่อนจะสะบัดไปด้านหน้าจนเกือบล้มหน้าทิ่ม ผู้คนมากมายในสาขายังคงตื่นตระหนก มองมาที่เขาเป็นตาเดียวพร้อมกับเสียงฮือฮาเบา ๆ “ไอ้พี่สิงมันจะทำอะไรวะ” “เอาตะไคร้มั้ง” สิ่งที่คิมหันต์คิดถูกต้องจริง ๆ เพราะเวลาต่อมาเขาเห็นว่าสิงขรก้มลงดึงตะไคร้ออกมาถือเอาไว้ในมือเจ็ดต้น ก่อนจะหยิบมีดสั้นมาตัดใบด้านบนออก แล้วยัดมันให้กับเฟียส “ปักกลับหัวลงดิน” เขาออกคำสั่งแววตาจริงจัง “ไม่! ทำไมฉันต้องทำ” เธอไม่ชอบการถูกบังคับ ไม่ชอบการถูกกดขี่ ยิ่งเขาทำตัวกร่าง เธอก็ยิ่งต่อต้าน “อ๋ออ... ที่ไม่กล้าเพราะไม่ซิงสินะ กูว่าแล้ว แรง ๆ แบบนี้คงแรดแต่มัธยมต้น” “ว่าไงนะ?” ตะไคร้ในมือถูกกำแน่นด้วยความโกรธ เรื่องบ้าบออะไรเธอต้องมาเจอพี่ว้ากประสาทเสียแถมยังปากหมาแบบนี้ด้วย “ทำไม หรือฉันพูดอะไรผิด” เขาทำหน้ายียวนกวนประสาท ชวนให้เธอโมโหยิ่งกว่าเดิม “ผิดสิ ผิดมาก ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจแตกแต่เด็กแบบที่พี่กล่าวหา” “งั้นก็พิสูจน์สิ” เธอไม่อยากทำตามคำสั่งเลย แต่หากไม่ทำก็จะถูกมองว่าไม่กล้า สุดท้าย เฟียสจำต้องยอมก้มลงแล้วจับตะไคร้กำใหญ่ปักลงสู่ดินในลักษณะปักกลับหัว โชคดีที่ดินตรงนี้เปียกชื้น ทำให้ปักตะไคร้ไม่ยาก และทันทีที่ลุกขึ้นยืน เม็ดฝนก็เริ่มซาลงราวกับมายากล ทุกสายตาต่างจ้องไปบนท้องฟ้าที่ก่อนหน้านี้ฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่ว แต่หลังสิ้นพิธีฝนก็ค่อย ๆ หยุดตกเหลือเพียงฝนปรอย ๆ “โห น้องมันของจริงวะ” เฟยหลงหัวเราะออกมาอย่างพอใจ ยิ่งเห็นเมฆที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวออก มันยิ่งทำให้พิธีที่เพิ่งทำนั้นดูมีมนต์ขลังขึ้น “ทีนี้คงเชื่อได้แล้วเนอะ” เฟียสกอดอกจ้องหน้าพี่ว้ากที่กวาดสายตามองดูเม็ดฝนที่ค่อย ๆ ลดปริมาณลงแล้วหยุดไปในที่สุด “เรื่องบังเอิญทั้งนั้นแหละ” “...” เธออุตส่าห์พิสูจน์ตัวเองขนาดนี้ เขายังบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญอีก ทั้งที่วิธีการทั้งหมดมันเกิดจากเขายัดเยียดให้เธอไม่ใช่เหรอ? “มองทำเหี้ย! ไปตั้งแถว” สิงขรเดินกลับไปที่เดิมด้วยเนื้อตัวที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน พลันปรบมือเสียงดังเรียกรุ่นน้องให้ตั้งแถวเพื่อทำกิจกรรมต่อ “แม่งเอ๊ย ทำไมต้องมาเจอคนประสาทเสียแบบนี้ด้วยวะ” เฟียสบ่นพึมพำ แต่ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้จริง ๆ คอยดูเถอะ ถ้าเธอได้ขึ้นปีสองและได้ครองตำแหน่งพี่ว้ากเมื่อไหร่ เธอจะรื้อระบบอันเน่าเฟะนี้ออกไปให้หมด ไอ้ระบบโซตัสที่เอื้อสันดานคนบ้าอำนาจ จะล้างไม่ให้เหลือคราบเดิมเลย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD