“อ้าว ไหนว่าไม่สบาย” เธอตรงเข้าไปหาเพื่อนสาว
“ฮื่อ... พอดีลืมว่าวันนี้มีนัดคุยกับคุณฉางน่ะ” นิรมลตอบพลางเดินเข้ามาในสำนักงาน เธอมองปกปราชญ์และเมธวินสลับกันไปมา
ปีเตอร์ ฉางเป็นนักธุรกิจท่องเที่ยว เขามาติดต่อเรื่องจะพาทัวร์จีนมารับประทานอาหารและซื้อของที่ระลึกที่นี่ ตามแผนงานที่เคยเสนอมาและใกล้ได้เซ็นสัญญาในเร็ว ๆ นี้เหลือเพียงการปรับแก้ตัวเลขนิดหน่อยเท่านั้นเกี่ยวกับผลประโยชน์ตอบแทน
“เรื่องคุณฉางผมคุยเองก็ได้” เมธวินหันไปทางนิรมล
“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องนี้ฉันคุยกับเขามาตั้งแต่ต้นแล้ว” นิรมลไม่ยินยอมทำให้เมธวินทำหน้าขัดใจ
“เอ้อ... เดี๋ยวแนนไปรอในห้องประชุมนะคะ ส่วนคุณกลับไปได้แล้วโอม”
พริมาพูดแล้วปลีกตัวออกมาจากสถานการณ์นั้น ปล่อยให้เพื่อนอยู่กับเมธวิน ส่วนปกปราชญ์จำใจบอกลาเมื่อเห็นว่าเธอมีงานต้องทำจริง ๆ
ปกปราชญ์ได้รับโทรศัพท์จากเจ้านายบอกให้ไปรับประทานอาหารด้วยกันที่บ้าน เพื่อคุยกันก่อนที่เขาจะกลับเข้าทำงานและรับตำแหน่งใหม่อย่างเป็นทางการที่สำนักงานใหญ่
ในมื้อนั้นวาลิกาบุตรสาวของเจ้านายที่ร่วมโต๊ะอาหารด้วยแทบจะเป็นผู้ผูกขาดการสนทนาจนชายหนุ่มอึดอัด
“พี่โอมไปอยู่นู่นมีสาว ๆ มาจีบไหมคะ”
“เอ่อ ไม่มีหรอกครับ”
วาลิกายิ้มกว้างอย่างพอใจกับคำตอบ หญิงสาวตักกับข้าวให้เขา
"นี่ค่ะ ทอดมันปลากรายทรายสั่งให้แม่ครัวทำให้พี่โอมโดยเฉพาะเลย”
ปกปราชญ์ลอบถอนใจ
“ขอบคุณครับคุณทราย”
“เรากินเองบ้างเถอะยายทราย มัวแต่ไปยุ่งอะไรกับพี่เขา”
คุณวฤทธิ์บิดาของเธอและเป็นเจ้านายสายตรงของปกปราชญ์ดูออกว่าลูกน้องค่อนข้างอึดอัดใจจึงช่วยปรามลูกสาว
“แหม... คุณพ่อคะ ทรายแค่อยากช่วยคุณพ่อดูแลแขกเท่านั้นเองค่ะ”
วาลิกาหันไปยิ้มประจบบิดา
“ทานเถอะคุณโอม แล้วเราจะได้ไปคุยกันต่อที่ห้องทำงาน” คุณวฤทธิ์ตัดบท
ถึงกำหนดที่ปกปราชญ์ต้องไปเริ่มงานในตำแหน่งใหม่คือผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด ซึ่งเขาถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีอายุน้อยสุดตามนโยบายการผลักดันคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทำงานของบริษัท ทำให้เขาเป็นที่สนใจของเพื่อนร่วมงานไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องในแผนกตนเองหรืออื่น ๆ รวมถึงบรรดาผู้บริหารส่วนงานอื่นด้วยเช่นกัน
คุณวฤทธิ์ที่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพ่วงด้วยตำแหน่งผู้ถือหุ้นฝ่ายไทยในสัดส่วนห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ จึงถือว่าเขาค่อนข้างมีอิทธิพลมากพอที่จะชี้ชะตาพนักงานในบริษัทได้ทุกคน และจากการที่เขาผลักดันปกปราชญ์ขึ้นรับตำแหน่งสำคัญโดยที่ได้รับการสนับสนุนอีกทางจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น ย่อมส่งนัยยะบางอย่างต่อการเปลี่ยนแปลงการบริหารในอนาคต
ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งที่ค่อนข้างต่อต้านการเข้ามาของ
ปกปราชญ์เพราะเกรงว่าตนเองจะเสียผลประโยชน์ที่เคยได้ ชายหนุ่มรู้เรื่องนี้ดีแต่ความเป็นคนตรงไปตรงมาทำให้เขาตัดสินใจเดินหน้าต่อไปและหวังว่าเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เองว่าเขามีความสามารถพอหรือไม่
“พี่โอม...” วาลิกาส่งเสียงมาก่อนตัว หญิงสาวถือวิสาสะเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาโดยที่ไม่รอให้เลขาแจ้งเขาก่อน
“ไปทานข้าวเที่ยงกันค่ะ”
“ผมมีธุระต้องทำครับ ขอโทษทีที่ไม่สะดวก” ชายหนุ่มลุกขึ้นทันทีไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายซักถาม
“เอ่อ... ขอโทษค่ะที่ทรายไม่ได้นัดก่อน งั้นเอาไว้วันหน้านะคะ” วาลิกายอมเดินออกไปเมื่อเจ้าของห้องทำท่าจะออกไปแล้ว
ปกปราชญ์ส่ายศีรษะไปมา เขาไม่อยากให้วาลิกาแสดงความสนิทสนมเกินเพื่อนร่วมงาน เพราะมันไม่ดีต่อใครเลยไม่ว่าจะตัวเธอหรือตัวเขาเอง ชายหนุ่มออกจากที่ทำงานและตรงไปยังสวนอาหารพบเพื่อนของพริมา
ชายหนุ่มไปสั่งอาหารตามปกติเหมือนลูกค้าทั่วไปตามที่จองโต๊ะไว้ ครู่เดียวนิรมลก็มาหาเขาที่โต๊ะ
“สวัสดีค่ะคุณโอม”
“ครับ โบตั๋นมีอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ แค่มาทักทายอดีตเพื่อนเขยตั้งแต่กลับมาจากญี่ปุ่นเรายังไม่ได้ทักกันเลยนะคะ”
“ครับ”
ปกปราชญ์ตอบอย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าเพื่อนของพริมาจะมาพูดอะไรแต่ไม่น่าเป็นเรื่องดี
“ไปญี่ปุ่นโอเคไหมคะ ที่นั่นอยู่สบายไหม อากาศดีไหม”
“เอ่อ... ก็ดีครับ อยู่สบาย อากาศก็ดี” ปกปราชญ์ตอบตามจริง
“แล้วกลับมาทำไมคะ”
นิรมลยิ้มแต่รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา เธอรู้สึกโกรธแทนพริมาตั้งแต่สามปีก่อน ก่อนสองคนนี่หย่ากันด้วยซ้ำในโทษฐานที่ปกปราชญ์ละเลยเพื่อนรักของเธอ
ชายหนุ่มพูดไม่ออก เขาได้แต่ฟังเธอพูดต่อ
“ถ้ามีความสุขโดยที่ไม่ต้องมียายแนนก็ดีแล้ว ตอนนี้คุณจะกลับมาทำให้ชีวิตมันสับสนทำไม ในเมื่อต่างคนต่างไปแล้วก็ไม่ควรจะมายุ่งเกี่ยวกันอีก”
“แต่แนนเป็นเมียผม เรื่องบางเรื่องผมว่าคนนอกก็ไม่เข้าใจหรอก”
ปกปราชญ์โกรธขึ้นมาบ้าง เมื่อไม่มีใครคิดจะฟังเหตุผลของเขา
“เออ ฉันไม่เข้าใจหรอก แต่ฉันเห็น... ฉันเห็นไอ้แนนมันทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อไม่ให้ตัวเองว่างมีเวลาคิดถึงผู้ชายแบบคุณ ในขณะที่คุณบอกว่ามีความสุขดีที่ไม่มีมัน”
นิรมลพูดเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ จนหลายคนมองมา
“โบตั๋นพอ พอแล้ว”
ทานตะวันเพิ่งรู้จากพนักงานว่านิรมลทำท่าจะมาหาเรื่องลูกค้า หญิงสาวจึงรีบออกมาดูและได้เห็นเพื่อนกำลังจะวีนใส่ปกปราชญ์จึงรีบมาห้าม
ทานตะวันดึงเพื่อนให้ใจเย็นลง ส่วนเจ้าตัวยังฮึดฮัดอยู่
“ผมรู้ว่าผมผิด ผมกำลังแก้ไขมันอยู่ ให้โอกาสผมสักครั้งได้ไหม”
“นั่นคุณต้องไปถามแนนเองค่ะ พวกเราเป็นเพื่อนจริงแต่ก็คิดแทนไม่ได้”
ทานตะวันตอบและรีบพูดต่อ
“ขอโทษแทนโบตั๋นด้วยนะคะ ถึงยังไงมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคุณกับแนน คนอื่นไม่ควรไปว่าหรือแทรกแซง”