เมธวินหุ้นส่วนอีกคนของสวนอาหาร เขาเป็นเพื่อนของณัฎฐ์พี่ชายนิรมล ณัฎฐ์เป็นผู้แนะนำเขามาเป็นหุ้นส่วนให้กับสามสาวหรืออีกนัยคือมาเป็นนายทุนนั่นเอง
“ผมได้ยินว่าแนนเข้าโรงพยาบาล กะว่าเย็นนี้จะชวนโบตั๋นไปเยี่ยมไม่นึกว่าแนนจะออกมาแล้ว” ชายหนุ่มพูดพร้อมเกาท้ายทอยเป็นเชิงแก้เก้อ
“แนนไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะคุณมาร์ค ขอบคุณมากนะคะ”
พริมายิ้มพลางขอบคุณชายหนุ่มตรงหน้า
“ความจริงไม่ต้องรีบมาทำงานก็ได้ น่าจะพักยาว ๆ ให้หายดีก่อน งานที่นี่ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอกครับระบบวางไว้ดีแล้ว”
“แนนดีขึ้นแล้วจริง ๆ ค่ะคุณมาร์ค”
“งั้นถ้าแนนไม่ไหวอะไรยังไงบอกได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ แล้วนี่ทานอะไรหรือยังครับ”
“ขอบคุณค่ะ แนนทานมาจากบ้านแล้ว” พริมาตอบในขณะที่นิรมลขยับตัวลุกขึ้น
“อ้าวโบตั๋นจะไปไหน กาแฟยังไม่ได้กินเลย” พริมาหันมามองไปที่กาแฟของเพื่อนสาวที่ยังไม่พร่องลงไปแม้แต่นิด
“ปวดท้องน่ะ คลื่นไส้ด้วย ไม่รู้ได้ยินอะไรเลี่ยน ๆ เอียน ๆ แล้วมันพะอืดพะอมเลยว่าจะไปเข้าห้องน้ำ”
เมธวินแสร้งทำสีหน้าตกใจ
“อย่าบอกนะว่าโบตั๋นแพ้ท้อง”
นิรมลโมโหจนควันออกหู
“นี่ใช้ปากหรืออะไรพูดเนี่ย อ้อ... ฉันน่าจะพูดผิด แบบนี้เรียกเห่าไม่ได้พูด”
หญิงสาวเดินปึงปังออกไปด้านนอก ปล่อยให้เมธวินมองตามเหมือนไม่รู้สึกอะไรที่ถูกด่าเปรียบกับสุนัข
“ผมขอตัวครับแนน วันนี้ผมมีประชุมที่บริษัท หายไว ๆ นะ”
เมธวินหันมาลาเธอทำให้พริมางงว่าแล้วเขาจะมาทำไม
คืนนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนที่พริมาเพิ่งออกจากห้องน้ำ เธอหยิบมาดูและมองมันเฉย ๆ อยู่นานจนสายตัดไปเอง แต่เพียงครึ่งนาทีมันก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
พริมากดปิดเสียงแล้วโยนโทรศัพท์ไปอีกทาง เธอเปิดไอแพดเพื่อดูแผนงานของสวนอาหารที่เมธวินเสนอเพิ่มเติมโดยที่จะมีการประชุมกันในวันรุ่งขึ้น หญิงสาวจึงจำเป็นต้องศึกษาแผนงานก่อนเข้าประชุม
หญิงสาวกลับมาทำงานหนักอีกครั้งหลังจากที่หย่ากับ
ปกปราชญ์ เธอย้ายออกจากบ้านไปพักที่ห้องชุดใกล้สำนักงานใหม่ที่อยู่เกือบชานเมืองไกลจากครอบครัวหลายสิบกิโล แต่ในวันที่ปกปราชญ์ไปรับเธอออกจากโรงพยาบาลเธอไม่ได้บอกเขาเรื่องนี้
“สวัสดีครับแม่ ผมเอาผลไม้มาฝากจำได้ว่าแม่ชอบทานสละ อันนี้มาจากจันท์แท้เลยนะครับ ส่วนเงาะกับลองกองนี่มาจากสวนที่บ้านผมเอง”
ปกปราชญ์หอบผลไม้ที่บางส่วนซื้อมา บางส่วนนำมาจากสวนที่บิดาให้คนเก็บเตรียมไว้ให้ นอกจากยางพาราแล้วครอบครัวเขายังมีสวนผลไม้ขนาดเล็กอยู่และกำลังจะเริ่มกลับมาปลูกเยอะขึ้นในช่วงที่ผลไม้ไทยกลับมาเป็นที่นิยม แทนที่ยางพาราที่กำลังราคาตก
“ขอบใจจ้ะ ทำไมมันเยอะขนาดนั้นล่ะโอม บ้านนี้อยู่กันไม่กี่คนจะกินกันทันไหม” คุณพริ้มขอบอกขอบใจอดีตลูกเขย ขณะที่ปกปราชญ์ทำหน้างง
“ทำไมอยู่กันไม่กี่คนละครับ แนนไม่ได้อยู่นี่เหรอ”
“แนนไม่ได้อยู่นี่นานแล้วจ้ะ นี่เราไม่รู้เรื่องเหรอโอมว่าแนนเขาไปอยู่คอนโดเป็นปีแล้ว ตั้งแต่ย้ายไปทำร้านใหม่ที่เปิดแถวตลิ่งชัน”
ปกปราชญ์ยืนเซ่องงเป็นไก่ตาแตก วันนั้นพริมาไม่ได้บอกอะไรและให้เขามาส่งที่นี่ตามเดิมคงเป็นเพราะเธอไม่อยากให้เขาไปหา ยิ่งกว่านั้นเขาโทรไปหลายครั้งหญิงสาวไม่เคยรับสายเลย ถ้าไม่กดตัดสายก็จะปล่อยให้สัญญาณตัดไปเอง
“ผมถามได้ไหมครับแม่ ว่าร้านใหม่ของแนนอยู่ที่ไหน”
ปกปราชญ์มองป้ายสวนอาหารชื่อดังที่กำลังเป็นหนึ่งใน
แลนด์มาร์คของย่านนี้อย่างไม่แน่ใจ เมื่อขนาดของกิจการนั้นดูใหญ่มากกว่าร้านเดิมที่พริมาเคยทำกับเพื่อนหลายเท่า
“สวัสดีค่ะ ลูกค้าได้จองโต๊ะไว้ก่อนไหมคะ” พนักงานต้อนรับรีบมารับหน้าเขาแต่ชายหนุ่มปฏิเสธทันที
“ผมมาหาคุณพริมา ไม่ทราบว่าเธอเข้ามาหรือเปล่าครับ”
พนักงานบอกให้เขารอสักครู่เธอจะไปถามข้างในให้ ไม่เกินห้านาทีพนักงานคนเดิมรีบมาแจ้งเขา
“คุณแนนอยู่ค่ะ จะให้เรียนว่าใครขอพบคะ”
“โอมครับ” เขาตอบสั้น ๆ
จากนั้นเขาจึงได้มาอยู่ในห้องทำงานของพริมา หญิงสาวจ้องเขาเขม็งในขณะที่พนักงานนำน้ำมาเสิร์ฟ ปกปราชญ์รอจนคนนอกออกไปเขาจึงเริ่มทันที
“วันนี้ผมเอาผลไม้ไปฝากคนที่บ้านแนนเลยรู้ว่าแนนไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้ว”
“ค่ะ มันไกลจากที่ทำงานน่ะ ไม่สะดวกเดินทางค่ะ” หญิงสาวตอบตามจริง
“ทำไมแนนไม่รับโทรศัพท์ผมเลย” ถึงจะตั้งใจมาว่าจะไม่ทำตัว
งี่เง่าใส่พริมาแต่เขาก็อดตัดพ้อไม่ได้ ปกปราชญ์ใจเสียเมื่อได้ยินเสียงเธอถอนหายใจคล้ายระอา
“ฉันทำงานค่ะ ไม่ได้ว่างคุยตลอดเวลา”
“ผมโทรไปตอนค่ำ ๆ แนนก็ทำงานอยู่เหรอ”
“ค่ะ เรื่องนี้คนรักงานแบบคุณน่าจะเข้าใจดีนี่คะ”
ปกปราชญ์เงียบกริบ นาทีนี้เขารู้แล้วว่าเวลาถูกคนที่แคร์มากทำท่ารำคาญนั้นรู้สึกอย่างไร
“แนนครับ ตอนนี้โอมรู้แล้วว่าแนนเคยรู้สึกยังไง โอมสำนึกผิดแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมผมขอร้องก็ได้ ให้ผมทำอะไรก็ได้”
“โอมคะ ฉันเข้าใจคุณนะ ฉันให้อภัยคุณไปตั้งนานแล้วแต่คุณต้องเข้าใจว่าเรากลับไปเหมือนเดิมไม่ได้ค่ะ” พริมาลุกขึ้นเป็นเชิงไล่
“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวค่ะมีประชุม”
หญิงสาวก้าวออกจากห้องโดยมีปกปราชญ์เดินตามมาติด ๆ
“งั้นผมรอทานมื้อกลางวันด้วยได้ไหม”
พริมายังไม่ทันตอบก็มีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเธอ
“แนนครับ โบตั๋นมาหรือยัง” เมธวินเพิ่งเข้ามาที่สำนักงานสวนอาหาร เขาติดต่อนิรมลไม่ได้จึงตรงมาถามหากับพริมา
“ยังค่ะคุณมาร์ค โบตั๋นบอกว่าปวดหัวให้ประชุมไปได้เลย เดี๋ยวเธอมาอ่านรายงานเอง วันนี้ไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องลงความเห็นใช่ไหมคะ” พริมาแจ้งเขาตามที่เพื่อนสาวฝากบอกมาส่วนปกปราชญ์จ้องผู้ชายอีกคนไม่วางตาจนเมธวินรู้สึกได้
“ถ้าแนนมีแขกอยู่ เราเลื่อนประชุมกันออกไปก่อนก็ได้นะครับ” หุ้นส่วนหนุ่มพูด
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อนแนนแค่มาเยี่ยมเฉย ๆ เขากำลังจะกลับ” พริมาพูดหน้าตาเฉยแต่ปกปราชญ์ท้วงทันที
“ผมไม่ใช่เพื่อนเฉย ๆ แต่ผมเป็นสามีแนน”
“คุณไม่ใช่สามีเฉย ๆ ค่ะ แต่คุณเป็นอดีตสามี”
เมธวินมองการโต้เถียงย่อม ๆ อย่างสนุกสนาน จนเขาอดไม่ได้ที่จะเข้าร่วมวงด้วย
“คุณโอมเป็นอดีตสามีเข้าใจตรงกันแล้ว งั้นผมก็จีบแนนต่อได้ตามเดิมใช่ไหมครับ”
สองหนุ่มสาวหันไปมองเมธวินทันที รวมถึงบุคคลที่สามที่เพิ่งเข้ามาด้วย
เสียงของตกกระทบพื้นทำให้ทุกคนหันไปมองที่มาของเสียง
พริมาจึงเห็นนิรมลที่กำลังก้มลงเก็บแฟ้มที่ทำหลุดมือหล่นลงพื้น