“ได้ยินว่าคุณจะมาซื้อมะพร้าวน้ำหอม ต้องการเท่าไหร่ครับ” เศรษฐกรถามลูกค้าที่มาถึงสวนพลางนึกแปลกใจว่าใครแนะนำเธอมา
“ต้องการหมดตัวและหัวใจเลยค้า... โอ๊ยพ่อค้าหล่อเกิน หล่อวัวตายควายล้ม หล่อไม่ปรึกษาเพื่อนบ้าน” ตุ้มพูดเหมือนเพ้อ ตายังมองชายหนุ่มตรงหน้าตาปรอยจนพริมาต้องแอบหยิกแรง ๆ ด้วยความหมั่นไส้
“ตุ้ม แกอย่าทำเจ้ขายหน้าสิ” เธอกระซิบกับลูกน้องก่อนจะหันไปคุยกับพ่อค้าหนุ่ม
“วันนี้เราอยากได้แบบด่วน ๆ สักสองหรือสามทะลายพอมีไหมคะคือว่าหาซื้อที่ตลาดไม่ได้เลยค่ะ คุณป้าแม่ค้าเลยแนะนำให้มาที่นี่”
เศรษฐกรพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
“ปกติสวนผมไม่ได้ส่งขายตลาดทั่วไปครับ จะเน้นส่งออก ส่งห้างเป็นเกรดพรีเมี่ยมกับอีกที่ก็คือคุณแม่เอาไปนั่งขายเอง” เขาถึงบางอ้อว่าเธอมาถึงที่นี่ได้เพราะมารดาตนเอง
“หา... คุณป้าที่เขียนแผนที่ให้ที่ตลาด เป็นเจ้าของสวนนี้เหรอฮะ” ตุ้มทำเสียงตกใจ
“ไหนครับแผนที่ ผมขอดูหน่อย”
ตุ้มส่งแผนที่ให้ทันที ชายหนุ่มเห็นลายมือปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมารดาตัวเองจริง ๆ ที่ให้หญิงสาวตรงหน้ามาถึงนี่ทั้งที่โทรบอกคนงานให้เอามะพร้าวอ่อนไปส่งที่ตลาดก็ได้
"ครับนั่นล่ะแม่ผมเอง ท่านชอบไปขายของแก้เบื่อบอกว่าได้เจอคนเยอะดี"
พริมาและตุ้มหัวเราะเมื่อได้ยินคำตอบของเขา
“มะพร้าวอยากได้เนื้อขนาดไหนครับ จะเอาไปทำอะไร” ชายหนุ่มถามรายละเอียด
“ทำขนมค่ะ อยากได้เนื้อชั้นครึ่งถึงสองชั้น” พริมารีบแจ้ง เธอดูเวลาเพราะกลัวกลับไปไม่ทันทำขนมให้เมธวิน
“รอสักครู่ครับ” เศรษฐกรเดินหายเข้าไปในสวนที่อยู่ด้านข้างของตัวบ้าน มีตุ้มชะเง้อคอมองตามอย่างสนอกสนใจ
ราวสิบห้านาทีเขากลับมาพร้อมกับที่คนงานแบกมะพร้าวมาสามทะลาย ในมือเขามีมะพร้าวอ่อนที่ผ่าแล้วให้เธอดูเนื้อเพื่อความแน่ใจ ชายหนุ่มส่งให้พริมาและตุ้มคนละลูก
“หวานดีค่ะ หวานมากเลย” พริมาชิมน้ำมะพร้าวแล้วชม มันหวานจริงและเนื้อที่ได้ก็กำลังดีมาก
“ที่ผมให้คนงานตัดให้จะเนื้อแบบนี้ทั้งสามทะลายเลยนะครับ ถ้าโอเคจะให้คนงานยกขึ้นรถให้เลย”
พริมาตกลงราคาและจ่ายเงิน และพูดคุยถึงการซื้อขายในรอบหน้า ขณะนั้นเองมีรถตู้หรูคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดในสวน
“นายครับ คนจากห้างมาแล้ว” เด็กหนุ่มคนเดิมวิ่งมาหาเศรษฐกร
ชายหนุ่มเจ้าของสวนนัดคุยกับคนของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งไว้ เพราะทางนั้นต้องการให้เขานำผลผลิตไปวางขายที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนั้น เขาเหลือบมองรถตู้คันนั้นก่อนจะพยักหน้ารับ ทำให้พริมามองตามและเธอต้องตกใจเมื่อเห็นปกปราชญ์ลงมาจากรถคันนั้น
เขาไม่ได้มาคนเดียว แต่มีหญิงสาวหน้าตาสวยจัดเกาะแขนลงมาด้วย
“พี่โอมคะ เราจะซื้อมะพร้าวจากที่นี่ไปจัดเทศกาลจริง ๆ เหรอ ทรายไม่ค่อยแน่ใจว่าคุณภาพมันจะดีพอไหม”
ปกปราชญ์ปลดมือของวาลิกาออกจากแขนแล้วตรงมาหาเศรษฐกร เขาชะงักเมื่อเห็นพริมายืนอยู่ตรงนั้น
“แนน”
“แนนมาซื้อมะพร้าวเหรอ เมื่อกลางวันผมไปทานข้าวที่ร้านแต่ไม่เจอ” เขาก้าวเร็ว ๆ มาหาพริมาแต่หญิงสาวถอยหนีทันที
“มาซื้อของค่ะต้องรีบใช้ ขอตัวก่อนนะคะเดี๋ยวไม่ทัน”
สองมือของปกปราชญ์ตกลงข้างตัวเมื่อเห็นกริยาของพริมา เขาหันไปมองเศรษฐกรและวาลิกาที่มองอย่างสงสัยแล้วถอนใจยาว พลางนึกในใจว่าเจอปัญหาอีกแล้ว พริมาจะเข้าใจเรื่องวาลิกาผิดหรือเปล่า
“งั้นเดี๋ยวผมขอไปหาแนนที่ร้านนะเย็นวันนี้ตอนเลิกงาน ถ้าตอนนี้แนนรีบก็ไปเถอะ ขับรถดี ๆ ครับ”
พริมาไม่รับปาก เธอไม่พูดอะไรอีกรีบขึ้นรถ ตุ้มเองรีบยกมือไหว้ลาอดีตสามีของเจ้านายแล้วรีบตามขึ้นรถเช่นกัน ปกปราชญ์มองท้ายรถของเธอไปจนลับตาแล้วจึงหันกลับมาคุยกับเศรษฐกร
“ขอโทษครับ พอดีเจอภรรยา... เอ่อ อดีตภรรยาน่ะ ผมกำลังง้อเธออยู่” ปกปราชญ์อธิบายเหตุการณ์
เศรษฐกรทำสีหน้าถึงบางอ้อ
“อ้อ... ครับผมเอาใจช่วยนะ ขอให้ดีกันไว ๆ ”
เจ้าของสวนหนุ่มพูดตามมารยาท ขณะที่วาลิกาเหวี่ยงสายตามองเศรษฐกรอย่างไม่พอใจกับคำอวยพร และเธอไม่กล้าโวยวายกับ
ปกปราชญ์เพราะรู้ว่าชายหนุ่มวางตัวห่างเหินสม่ำเสมอมาตลอด
ชายหนุ่มทั้งสองเริ่มต้นคุยรายละเอียดเรื่องงานกัน ทั้งประเภทสินค้าที่ปกปราชญ์ต้องการและระยะเวลา รวมถึงรูปแบบการจัดการ ส่วนวาลิกาขอตัวไปนั่งรอบนรถเมื่อเธอเห็นว่าการขอตามมาในฐานะผู้จัดการฝ่ายสินค้าตามฤดูกาล ไม่ได้ทำให้ปกปราชญ์สนใจเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“ชิ นึกว่าจะมีโอกาสได้อยู่กับพี่โอมสองต่อสอง ดันมาเจอเมียเก่าอีก เสียบรรยากาศหมด” เธอบ่นกับตัวเอง
ปกปราชญ์ใช้เวลาคุยกับเศรษฐกรราวหนึ่งชม. รวมถึงการชมสวนเกษตรของเขาด้วย เขามองวาลิกาอย่างตำหนิเมื่อเขาขอตัวลาจากเจ้าของสวนหนุ่มและกลับขึ้นรถ
“ผมว่าทีหลังคุณทรายให้เลขามาจะดีกว่านะ ถ้าไม่อยากลงไปทำงาน”
งานของวาลิกาจำเป็นต้องเก็บข้อมูลคู่ค้าของห้าง ไม่ใช่รอให้ทางเขาซึ่งเป็นฝ่ายวางแผนทำงานแทนทุกอย่างเช่นนี้ ปกปราชญ์นึกหงุดหงิดและจากการที่เป็นคนตรงไปตรงมาทำให้เขาตำหนิเนื้องานของเธอแบบไม่เกรงใจว่าเธอเป็นบุตรสาวของท่านประธาน
“ทรายขอโทษค่ะ พอดีเมื่อคืนนอนน้อยไม่คิดด้วยว่าที่สวนจะร้อนขนาดนี้ เอาไว้ทรายแก้ตัวใหม่นะคะ”
หญิงสาวหน้าเสียเมื่อถูกว่าตรง ๆ ความที่เป็นเธอทำให้ไม่ว่าจะทำงานแบบไหนไม่เคยมีใครกล้าว่าเธอเลย ยกเว้นปกปราชญ์ที่เพิ่งมาทำงานด้วยกันแบบจริงจัง
วาลิการู้จักกับปกปราชญ์ในตอนที่เธอติดตามบิดาไปตรวจงานที่สาขาอื่น ตอนนั้นเขาเป็นผู้จัดการสาขาดังกล่าวด้วยผลประกอบการที่ดีเยี่ยมทำให้วฤทธิ์ค่อนข้างชอบในฝีมือการทำงานของเขา กอปรกับความหน้าตาดีของเขาทำให้วาลิกานึกชอบจนสนับสนุนอีกทาง ทำให้ปกปราชญ์ได้ไปญี่ปุ่นในสามปีก่อนทั้งที่คนที่ถูกวางตัวไว้แต่แรกไม่ใช่เขา
'ทรายไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ ถึงยังไงพี่ก็หย่ากับเมียแล้วทรายไม่ยอมให้พี่กลับไปหายายนั่นแน่' หญิงสาวคิดในใจ พลางหาวิธีเดินหน้ารุกความสัมพันธ์ให้เขายอมคบกับเธอเสียที
พริมาไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่เธอกลับออกมาจากสวนเศรษฐกร เธอขับรถตรงกลับร้านทันทีเพราะกลัวกลับมาทำขนมไม่ทัน
“ให้คนงานมาช่วยปอกมะพร้าวเลยนะตุ้ม ละเราเข้าไปดูเตรียมของในครัวให้พร้อม เดี๋ยวพี่ตามไปจ้ะ” พริมาสั่งงานตุ้มแล้วแยกเข้าห้องทำงาน
การได้พบปกปราชญ์กับผู้หญิงที่เธอไม่รู้จักในวันนี้ หากบอกว่าเธอไม่รู้สึกอะไรก็คงโกหก พริมานึกถึงเรื่องที่นิรมลเคยพูดเมื่อสามปีก่อนว่าเคยพบปกปราชญ์ทานข้าวกับผู้หญิงคนหนึ่ง และเธอคนนั้นเคยพูดว่าเป็นคนสนับสนุนให้เขาได้ไปญี่ปุ่น
'สงสัยจะเป็นผู้หญิงคนนั้น แต่ถึงจะใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา'
พริมาพยายามปัดเรื่องนี้ออกจากสมองด้วยการบอกว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอ หญิงสาวนั่งสงบสติเรียกสมาธิก่อนจะลุกไปในครัวของหวานเพื่อควบคุมการทำเมนูพิเศษให้แขกของเมธวิน