ตอนที่6:รุกด้วยความนิ่ง...

1146 Words
หลังจากปิดร้านเสื้อผ้าแบรนด์ตัวเองเสร็จ ฉันก็บิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ วันนี้ลูกค้าเยอะจนร่างแทบพัง ยัยแนนก็ชิ่งกลับไปก่อนทิ้งให้ฉันจมกองผ้าอยู่นาน ฉันเดินมาหยุดยืนรอรถที่หน้าห้างเหมือนเดิม ใจจริงก็อยากจะจ้างรถประจำให้มันรู้แล้วรู้รอดไปนะ จะได้ไม่ต้องมาเสี่ยงดวงโบกแท็กซี่ทุกวัน แต่ก็นั่นแหละ... เห็นแบบนี้ขมิ้นงกนะจ๊ะ! บางวันไม่ได้มาทำงาน หรือติดธุระขึ้นมากลัวจะโดนกินเงินค่ารถฟรีๆ ไม่เอาหรอก ฉันต้องเก็บเงินทุกบาทเพื่ออนาคต เพื่อร้าน และเพื่อแม่! พูดถึงแม่... ฉันกะว่าพรุ่งนี้จะหาเวลาไปหาแม่ซะหน่อย ตั้งแต่เปิดร้านโหมงานหนักจนแทบไม่มีเวลาโทรหาเลย กลัวแม่จะเหงาอยู่บ้านคนเดียว คิดถึงกับข้าวรสมือแม่จะแย่อยู่แล้ว พอแท็กซี่มาส่งถึงหน้าคอนโด ท้องเจ้ากรรมก็ดันร้องประท้วงโครกคราก "ทำงานหนักเวลากินก็ขอจัดเต็มหน่อยเหอะ!" ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินตรงดิ่งไปยังร้านบะหมี่เจ้าเก่าเจ้าเดิมที่เปิดไฟสว่างไสวประดับซอย ฉันสั่งเกี๊ยวกุ้งน้ำพิเศษมานั่งกิน ระหว่างรอก็หยิบโค้กเย็นๆ มาจิบดับร้อน พลางไถโทรศัพท์เช็กยอดไลค์ในเพจไปพรางๆ "เอี๊ยดดดด" เสียงลากเก้าอี้ตรงหน้าทำเอาฉันสะดุ้งจนโทรศัพท์เกือบหลุดมือ พร้อมกับเงาทึบที่ทอดทับลงมาบนโต๊ะ ฉันรีบเงยหน้าขึ้นมองทันที... และก็ต้องตาค้าง! "พึ่งเลิกงานหรอ" พี่สิงห์! เขานั่งอยู่ตรงหน้าฉันในชุดช่างซ่อมรถที่แผงอกดูหนาแน่นกว่าเดิม มีรอยคราบน้ำมันนิดๆ ที่แขนแต่มันกลับทำให้เขาดูเถื่อนแบบเท่ๆ ยังไงไม่รู้ เขาส่งยิ้มอ่อนๆ ที่มุมปากมาให้ เป็นยิ้มที่หาดูยากสุดๆ "อะ...เอ่อ ค่ะ พี่มาได้ไงเนี่ย?" ฉันถามพลางกวาดสายตามองซ้ายมองขวา แปลกคนจริงๆ ตั้งแต่วันแรกแล้วนะ เขาชอบโผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงตลอดเลย หรือเขาเป็นนินจาปลอมตัวมาเป็นช่างซ่อมรถกันแน่! "พี่มารอ" เขาตอบสั้นๆ นิ่งๆ ตามสไตล์ "อ๋อ... ค่ะ" ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ใจก็นึกสงสัย ดึกดื่นป่านนี้มารอใครที่ร้านบะหมี่กันนะ "คงรอนัดใครไว้ล่ะมั้งคะ งั้นขมิ้นไม่กวนนะ" "ไม่อยากรู้หรอ... ว่าพี่รอใคร" สายตาคมกริบของเขาจ้องตรงมาที่ฉันจนฉันต้องหลบสายตาไปมองหลอดโค้กแทน "ไม่ค่ะๆ เรื่องส่วนตัวของพี่ ขมิ้นไม่กล้ายุ่งหรอกค่ะ" ฉันปฏิเสธรัวๆ พยายามทำตัวปกติที่สุด ไม่ให้ดูเหมือนแอบสนใจเขาเกินเหตุ "พี่มารอขมิ้น" คำตอบสั้นๆ แต่ทำเอาฉันไปไม่เป็นเลยทีเดียว ฉันทำหน้าเหวอ ปากอ้าค้างจนเกือบจะมองเห็นลิ้นไก่ "ระ...รอทำไมคะ?" "เป็นห่วง" อกอีแป้นจะแตกกกกกก! คำพูดเขามันช่างนิ่งสนิท แต่ความหมายมันยิ่งใหญ่ระดับพายุทอร์นาโดถล่มใจขมิ้นมากค่ะพี่สิงห์! คำสั้นๆ แต่ทำเอาหน้าฉันเห่อร้อนเหมือนคนเป็นไข้ฉับพลัน ดีนะที่ป้าเอาเกี๊ยวมาเสิร์ฟพอดี ฉันเลยรีบคว้าเครื่องปรุงมาเทสาดลงไปแก้เขิน "เขินหรอ" ยัง! ยังไม่หยุดอีก! พี่แกยังจะถามย้ำพร้อมจ้องหน้าฉันด้วยสายตานิ่งๆ เหมือนจะจับผิด โอ๊ยยย พี่คะ หน้าพี่นิ่งแต่คำถามพี่นี่ทำใจขมิ้นจะพังแล้วนะ! "ขะ...ขะ...เขินอะไรเล่า! ขมิ้นหิวแล้วเนี่ย" ฉันรีบยัดเกี๊ยวเข้าปาก ลิ้นเจ้ากรรมดันพันกันจนแทบจะกลืนคำพูดเข้าไปด้วย "หึๆ งั้นต่อไปเวลาเลิกงาน... พี่มารอนะ" "อ๊ะ! รอทำไมคะ ขมิ้นอยู่คนเดียวได้ กลับเองได้ชินแล้วค่ะ" ฉันประท้วงทั้งที่เกี๊ยวยังเต็มปาก "จะอยู่คนเดียวไปตลอดรึไงล่ะ... พี่จีบขมิ้นอยู่นะ" ตรง! ตรงกว่าเข็มทิศก็พี่สิงห์นี่แหละ! อะไรจะตรงปานนั้นนนน ฉันแทบสำลักน้ำซุป "จะจีบ... จริงๆ หรอคะ?" ฉันถามออกไปแบบงงๆ เพราะคิดว่าที่เขาทำดีด้วยเมื่อวานอาจจะแค่แกล้งเล่นหรือเช็กเรตติ้ง "อืม พี่จริงจังนะ" คราวนี้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปจริงๆ แววตาที่เคยดูนิ่งขรึมดูมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าเดิมจนฉันต้องก้มหน้าก้มตากินเกี๊ยวต่อแบบไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาอีกเลย ส่วนเขาน่ะเหรอ... ก็นั่งจ้องฉันกินอย่างกับกล้องวงจรปิดคุณภาพสูงปรี๊ด! สักพักเขาก็เริ่มหาเรื่องคุย ถามโน่นถามนี่เหมือนกับพี่พายุเป๊ะ แต่ต่างกันตรงที่คำถามพี่พายุจะยาวเป็นกิโล แต่พี่สิงห์นี่... สั้นจนนึกว่าพี่เขาประหยัดคำพูดช่วยชาติ! "อายุ" เขาถามพร้อมเอามือเท้าคางจ้องหน้าฉัน "25 ค่ะ พึ่งเรียนจบแล้วก็ออกมาเปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง ยุ่งมากกกเลยช่วงนี้" ฉันตอบยาวเหยียดแบบอธิบายไปถึงต้นตระกูล ดูเหมือนเขาจะชวนคุยไม่เก่งจริงๆ นั่นแหละ ฉันเลยต้องเป็นฝ่ายสาธยายซะไกล "แล้วพี่ล่ะคะ?" ฉันถามกลับบ้าง "27 เปิดอู่ซ่อมรถตรงข้ามนี่ไง" โหหหห จะเข้าเลขสามแล้วหรอเนี่ย หน้าเขายังดูหนุ่มแน่น กล้ามแขนนี่แน่นเปรี๊ยะกว่าเด็กวัยรุ่นบางคนซะอีกนะเนี่ย เหมาะกับงานลุยๆ ของเขาจริงๆ ระหว่างกินไปเราก็คุยกันไปเรื่อยๆ (ส่วนใหญ่เป็นฉันที่โม้เรื่องที่ร้านให้เขาฟัง) พี่สิงห์เป็นผู้ฟังที่ดีมาก เขานิ่งฟังและพยักหน้าเป็นพักๆ จนกระทั่งฉันกินเสร็จ เขาก็อาสาเดินไปส่งที่หน้าประตูคอนโด "ฝันดีนะ... ฝันถึงพี่ด้วย" คำพูดทิ้งท้ายนิ่งๆ แต่ความนัยทำเอาใจฉันสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ตลอดเวลาที่เดินขึ้นห้อง ปกติเจอแต่คนรุกแรงแบบพี่พายุ พอมาเจอสายขรึมแต่หนักแน่นแบบพี่สิงห์นี่ไปไม่เป็นเลยจริงๆ ฉันทิ้งตัวลงบนเตียง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เช้าเจอคนนึง ค่ำเจอคนนึง ใครเห็นเขาจะเข้าใจผิดว่าขมิ้นมีผัวสองคนไหมเนี่ย!" แต่ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น เมื่อโทรศัพท์สั่นครืดๆ พร้อมชื่อ 'พี่แทน' โผล่ขึ้นมา พี่แทนโทรมาบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปเลี้ยงชาบูเพื่อฉลองที่ฉันเปิดร้านได้สวย แต่ฉันจำใจปฏิเสธไปเพราะจะกลับบ้านไปหาแม่ พี่แทนเลยอาสาจะขับรถไปส่งเอง เพราะเขาเองก็อยากไปสวัสดีแม่ฉันเหมือนกันเนื่องจากไม่ได้เจอกันนาน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD