"พี่เอง... สิงห์"
คำพูดสั้นๆ จากปากชายร่างสูงตรงหน้าทำให้ฉันที่กำลังขวัญเสียใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนร้าย (แม้ว่าใบหน้าคมเข้มกับนัยน์ตาดุๆ นั่นจะดูเหมือนพร้อมจะมีเรื่องตลอดเวลาก็เถอะ) เขาค่อยๆ ปล่อยมือออกจากต้นแขนฉันอย่างสุภาพ ฉันเลยรีบจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นถาม
"มีอะไรหรือเปล่าคะพี่สิงห์? ตามขมิ้นมาถึงคอนโดเลย"
"ขอไลน์หน่อย"
เขาพูดออกมาหน้านิ่งๆ นิ่งจนฉันแอบอึ้ง นี่พี่แกจะนิ่งไปถึงไหนเนี่ยพ่อคุณ! มายืนรอสาวหน้าคอนโดตอนมืดๆ ค่ำๆ เพื่อขอไลน์ แต่กลับทำหน้าราวกับมาทวงหนี้ ฉันยืนอ้ำอึ้งมองหน้าเขาอยู่นานจนบรรยากาศเริ่มเดดแอร์
"...อะ..."
"ไม่ให้ก็ไม่เป็นไร... ไปละ"
ยังไม่ทันที่ฉันจะปฎิเสธหรือตกลง พี่สิงห์ก็ตัดบทดื้อๆ แถมยังหันหลังเดินหนีไปทางรถกระบะคันโตของเขาด้วยสีหน้าที่ดูเจื่อนลงไปถนัดตา นี่ฉันจ้องเขานานไปจนเขาคิดว่าฉันรังเกียจหรือไงนะ?
"เดี๋ยวค่ะพี่สิงห์!" ฉันรีบเรียกไว้ ทำเอาเขาชะงักแล้วหันมามองด้วยความงง "จะขอโทรศัพท์น่ะค่ะ ไม่ได้จะปฏิเสธซะหน่อย แค่ตกใจเฉยๆ"
ฉันคลี่ยิ้มแหยๆ ให้เขา พี่สิงห์มองหน้าฉันนิ่งๆ อีกอึดใจ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มนิดเดียว... นิดเดียวจริงๆ จนถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น เขาล้วงหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่พึ่งเปิดตัวใหม่ออกมายื่นให้ฉัน รวยจริงแฮะ... ฉันแอบคิดในใจขณะกดพิมพ์ไอดีไลน์ลงไป
"นี่ค่ะ ได้แล้ว... ขมิ้นขอตัวก่อนนะคะ"
ฉันส่งโทรศัพท์คืนพลางส่งยิ้มหวานปิดท้าย ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าคอนโดไป ทิ้งให้ชายร่างบึกบึนยืนมองตามแผ่นหลังฉันอยู่เงียบๆ
หลังจากอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าและกินมื้อดึกง่ายๆ เสร็จ ฉันก็จัดการประทินผิวเตรียมเข้านอน พรุ่งนี้มีงานใหญ่ต้องลุยแต่เช้า แต่ก่อนจะหลับ ฉันก็ไม่ลืมหน้าที่แม่ค้าออนไลน์มือโปร คว้าโทรศัพท์มาเซลฟี่รูปตัวเองในชุดนอนน่ารักๆ (แต่ดูดี) อัพลงเพจเพื่อทักทายลูกเพจสักหน่อย
แคปชั่น: #แม่ค้านอนแล้วนะคะ ฝันดีค่ะลูกค้าที่น่ารักทุกคน ❤️
โพสต์ไปไม่ถึงสามนาที ยอดไลค์ยอดแชร์ก็เด้งรัวจนโทรศัพท์แทบค้าง ฉันยิ้มกริ่มอย่างพอใจกะจะวางมือถือแล้วข่มตาหลับ แต่ทว่า... หน้าจอกลับสว่างวับพร้อมสายเรียกเข้าจากแอพพลิเคชั่นไลน์!
[ สิงห์ : Voice Call ]
ฉันสะดุ้งรีบกดรับสายทันที "ว่าไงคะพี่สิงห์?"
"คือว่า..." เสียงทุ้มต่ำปลายสายดูอึกอักเหมือนคนพูดไม่เก่ง
"คะ? ว่าไงคะ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า?" ฉันถามพลางดึงผ้าห่มมาคลุมกาย
"ฝันดีนะ"
ตื๊ด! เขาพูดแค่นั้นแล้ววางสายไปเลย! ทิ้งให้ฉันนอนตาค้างอยู่บนเตียง หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวเป็นกลองรบเพียงเพราะคำบอกฝันดีสั้นๆ จากผู้ชายหน้านิ่งคนนั้น "บ้าหน่าขมิ้น... แค่บอกฝันดีเองนะ ใจเย็นๆ สิลู๊กกกก!" ฉันพึมพำกับตัวเองก่อนจะพยายามหลับตาลงจนเข้าสู่ห้วงนิทรา
08.00 น.
เสียงนาฬิกาปลุกแผดลั่นห้อง ฉันรีบดีดตัวตื่นไปอาบน้ำเตรียมตัวไปร้าน วันนี้ต้องเข้าไวหน่อยเพราะเมื่อวานเบี้ยวงานไปเกือบทั้งวันจนยัยแนนบ่นอุบ ฉันลงมาที่ร้านอาหารเจ้าเดิมใต้คอนโด กวาดสายตามองรอบๆ อย่างระแวง แต่พอเห็นว่าลูกค้าเยอะและดูปกติ ฉันจึงเลือกที่นั่งมุมหนึ่งแล้วสั่งข้าว
สายตาฉันพลันไปเห็นผู้ชายร่างบึกบึนคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน พร้อมกล่องเครื่องมือช่างขนาดใหญ่ในมือ ฉันรีบหยิบหนังสือพิมพ์แถวๆ นั้นมาบังหน้าไว้ทันที พี่สิงห์! เขามาทำอะไรที่นี่ตอนนี้เนี่ย?
"มาแล้วเหรอไอ้หนุ่ม นู่นเลยๆ ก๊อกน้ำหลังร้านมันเสียสองรอบแล้วเดือนนี้ ซ่อมให้ป้าที" ป้าเจ้าของร้านบ่นอุบพลางชี้ทาง พี่สิงห์พยักหน้ารับนิ่งๆ แล้วเดินผ่านโต๊ะฉันไปซ่อมก๊อกโดยไม่สังเกตเห็นฉันที่หลบอยู่หลังกระดาษหนังสือพิมพ์
ฉันรีบก้มหน้าก้มตายัดข้าวหมูกรอบเข้าปากอย่างเร่งรีบ กะว่าพอเขาเผลอจะรีบชิ่งออกไปทันที
"เดี๋ยวก็ติดคอ..."
"แค่ก! แค่กๆๆ!"
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นข้างหูทำเอาฉันตกใจจนสำลักข้าวพรวดพราด พี่สิงห์ที่ตอนไหนไม่รู้เดินมาหยุดอยู่ข้างโต๊ะยื่นแก้วน้ำให้ฉันพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่ดูใจดีผิดกับลุคโหดๆ ของเขา
"อะ น้ำ... กลัวพี่หรือไง?"
"ขะ...ขอบคุณค่ะ" ฉันรับน้ำมาดื่มรวดเดียว "เปล่าค่ะ คือขมิ้นแค่... แค่รีบน่ะค่ะ"
"ช่างเถอะ ชื่ออะไรล่ะ? เมื่อวานพี่ยังไม่ได้ถามชื่อเราเลย" เขาถามพลางพิงขอบโต๊ะมองฉันนิ่งๆ
"ขมิ้นค่ะ"
"น่ารักดี..." คำชมสั้นๆ ห้วนๆ แต่กลับทำให้หน้าฉันร้อนฉ่าขึ้นมาทันที พี่แกจะมาไม้ไหนเนี่ย!
"อะ...เอ่อ ขอบคุณค่ะ คือขมิ้นต้องไปทำงานแล้วนะคะ สายแล้วจริงๆ" ฉันรีบเก็บของเตรียมลุก
"แทนตัวเองว่าขมิ้นก็น่ารักอีกแบบนะ" พี่สิงห์พูดทิ้งท้าย "พี่ทำงานอยู่ที่อู่รถแถวๆ นี้แหละ มีอะไรก็ไปหาได้"
ทำไมฉันต้องไปหาเขาที่อู่รถล่ะ? ฉันแอบคิด แต่จะว่าไปลุคช่างซ่อมรถกล้ามแน่นๆ แบบเขาก็ดูเข้ากับหน้าตาเถื่อนๆ แต่หล่อเหลานั่นดีเหมือนกันนะ
ฉันจ่ายเงินแล้วรีบเดินออกมาหน้าคอนโดเพื่อยืนรอแท็กซี่ พลางกดโทรศัพท์เช็กข้อความจากยัยแนน
[ แป๊นๆๆๆๆ!! ]
เสียงแตรดังกัมปนาทจนฉันสะดุ้งจนโทรศัพท์เกือบหลุดมือ "บีบทำไมเนี่ย! ยืนชิดขอบทางขนาดนี้แล้วนะ!" ฉันบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย แต่แล้วรถยนต์คันหรูเงาวับก็แล่นมาจอดพรืดบังหน้าฉันจนมิด ฟิล์มกระจกมืดตื๋อจนมองไม่เห็นคนข้างใน
จนกระทั่งกระจกไฟฟ้าค่อยๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาสไตล์แบดบอยที่คุ้นตา พร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่ทำให้ฉันจำได้ทันที
"คนสวย... พี่ไปส่งนะจ๊ะ"