ตอนที่ 13: เปิดประวัติของสองเสือ

1047 Words
ก่อนจะไปดูเหตุการณ์เดือดๆ เรามาทำความรู้จักกับ "ผู้ชายของขมิ้น" ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่าทำไมคนหนึ่งถึงนิ่งเป็นภูเขา อีกคนถึงร้ายเหมือนพายุสมชื่อ! ทำความรู้จัก: สิงค์ สิงค์ขร หรือที่ขมิ้นเรียกว่า "พี่สิงค์" ชื่อของเขาแปลว่า "ภูเขา" ซึ่งมันช่างสอดคล้องกับบุคลิกและรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างที่สุด สิงค์เป็นชายหนุ่มวัย 27 ปี ที่มีรูปร่างสูงใหญ่ กำยำ ผิวเข้มจากการทำงานหนัก นิสัยส่วนตัวเป็นคนเงียบขรึมประดุจหินผา ไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใครถ้าไม่จำเป็น และที่สำคัญคือ "พูดน้อยแต่ต่อยหนัก" เขาไม่ชอบการป่าวประกาศ แต่ถ้าเขาถูกใจใคร เขาจะเข้าหาด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด สิงค์มีความหลงใหลในเครื่องยนต์กลไกจนเปิดอู่ซ่อมรถเป็นของตัวเองตั้งแต่ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ พ่อแม่ของเขารู้ดีว่าลูกชายคนนี้รักอิสระและมีความคิดเป็นของตัวเองอย่างแรงกล้า จึงไม่เคยเข้ามายุ่มย่ามหรือบงการชีวิต ทำให้เขากลายเป็นผู้ชายที่พึ่งพาตัวเองได้ 100% และมีความมั่นคงในอารมณ์สูงมาก (ยกเว้นเวลาที่ "ขมิ้น" มาอยู่ใกล้ๆ นั่นแหละ!) ทำความรู้จัก: พายุ กิตติพัฒน์ หรือ "พี่พายุ" ชายหนุ่มวัยเดียวกับสิงค์ แต่บุคลิกต่างกันคนละขั้ว พายุเป็นคนอารมณ์ร้อน ปากร้ายในบางครั้ง และที่สำคัญคือ "กะล่อนและเจ้าชู้ยักษ์" เขาเติบโตมาในครอบครัวฐานะร่ำรวย ทำกิจการอสังหาริมทรัพย์ ปล่อยเช่าตึก คอนโด และพื้นที่ขายของทั่วกรุงเทพฯ ในอดีตพายุเคยดื้อรั้นถึงขั้นหนีออกจากบ้านเพราะรำคาญที่พ่อแม่จู้จี้ จนครอบครัวต้องยอมถอยและปล่อยให้เขาใช้ชีวิตตามใจตัวเอง เขาหาเงินใช้เองได้ตั้งแต่เรียนจบ แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมารับช่วงต่อกิจการเสี่ยเจ้าของคอนโดเพราะพ่อเริ่มดูแลไม่ไหว พายุถือคติตัวเองเป็นใหญ่ อยากได้อะไรต้องได้ และตอนนี้ "เป้าหมาย" อันดับหนึ่งของเขาก็คือขมิ้น! ณ หน้าคอนโดหรู(เหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว) พายุที่กำลังถือสายคุยกับขมิ้นอยู่นั้น สายตาคมกริบของเขาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนที่เพิ่งเดินออกมาจากลิฟต์และกำลังมุ่งหน้าไปที่ลานจอดรถ รอยแผลที่ข้อศอกของหมอนั่นและท่าทางลนลานเล็กน้อยทำให้พายุเดือดดาลขึ้นมาทันที "เห๊ย! ไอ้โจร!" พายุตะโกนลั่นลานจอดรถจนเสียงสะท้อนไปมา เขาตัดสายขมิ้นทิ้งทันทีแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปขวางหน้าสิงค์ไว้ สิงค์ชะงักเท้าเพียงครู่เดียว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองพายุด้วยสายตาเรียบเฉยไร้ความรู้สึก "มีไร" เขาถามสั้นๆ พลางเบนหน้าหนีเหมือนไม่อยากจะเสวนากับผู้ชายตรงหน้าให้เสียเวลา "มึงมาทำอะไรที่คอนโดกู!" พายุเริ่มเบ่งอำนาจเจ้าของถิ่นทันที เขาเดินเข้าไปประชิดตัวสิงค์พลางจ้องหน้าหาเรื่อง "มึงแอบขึ้นไปหาขมิ้นมาใช่ไหม ตอบกูมา!" สิงค์กระตุกยิ้มที่มุมปากเพียงนิดเดียวก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ "ยุ่งเรื่องคนอื่น... แถวบ้านเรียกสอดรู้สอดเห็น" "นี่มึง... มึงว่ากูเสือกเหรอ?!" พายุหน้าแดงก่ำ เลือดขึ้นหน้าทันทีที่โดนตอกกลับหน้าหงาย เขาเงื้อมือเหมือนจะคว้าคอเสื้อสิงค์แต่สิงค์กลับยืนนิ่งไม่ไหวติง ความนิ่งของสิงค์นี่แหละที่ทำให้พายุยิ่งคลั่ง "แล้วแต่จะคิด" สิงค์พูดจบก็ขยับตัวจะเดินเลี่ยงออกมา เพราะเขามองออกว่าถ้าขืนคุยต่อคงได้มีมวยคู่เอกกลางที่จอดรถแน่ๆ "เดี๋ยว! กูจะคุยกับมึงดีๆ ไอ้หน้าโจร!" พายุรีบก้าวตามไปขวางหน้าไว้อีกครั้ง คราวนี้เขายืนเต็มความสูง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงสไตล์เสี่ยเจ้าของตึก พยายามข่มขวัญคู่ต่อสู้ด้วยท่าทาง "ไม่จำเป็น" สิงค์ตอบสั้นๆ ใบหน้าดูเบื่อหน่ายสุดขีดก่อนจะหันหลังเตรียมเดินไปอีกทาง "เรื่องขมิ้น!" คำนี้คำเดียวทำให้เท้าของสิงค์ที่กำลังจะก้าวออกไปหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "..." สิงค์นิ่งเงียบ ไม่หันกลับมามอง แต่ยืนรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพล่ามอะไรต่อ "เหอะ! จะบอกไว้เลยนะว่ากูจีบขมิ้นอยู่ และกูจริงจังมากด้วย" พายุพูดโพล่งออกมาอย่างภาคภูมิใจ "ขมิ้นเขาเป็นผู้หญิงมีระดับ เขาเหมาะกับคนที่มีพร้อมทุกอย่างแบบกู" "..." สิงค์ยังคงยืนฟังเงียบๆ ไม่โต้ตอบ ไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา "เพราะฉะนั้น... มึงมันก็แค่ช่างซ่อมรถมอมแมม ถอยไปดีกว่าว่ะ อย่าให้ต้องใช้กำลังเลย" พายุพูดอย่างได้ใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป ในที่สุดสิงค์ก็ค่อยๆ หันหน้ากลับมาสบตากับพายุตรงๆ แววตาของเขาตอนนี้ดูดุดันและมั่นคงกว่าเดิมหลายเท่า "ทำไมกูต้องถอย... ในเมื่อกูก็จีบเหมือนกัน" "นี่มึง!" พายุกัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาไม่คิดว่าคนอย่างสิงค์จะกล้าประกาศตัวเป็นศัตรูหัวใจกับเขาตรงๆ แบบนี้ "กูว่ามึงควรถอยไปมากกว่า... พายุ" สิงค์พูดด้วยน้ำเสียงชิลๆ เหมือนคุยเรื่องลมฟ้าอากาศ ไม่สะทกสะท้านต่อรังสีความโกรธของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย พูดจบเขาก็เดินหันหลังทิ้งให้พายุยืนกำหมัดแน่นอยู่ตรงนั้น "แม่งเอ๊ย! ไอ้โจรนี่มันวอนหาเรื่องจริงๆ!" พายุสบถออกมาอย่างหัวเสีย เขาเจ็บใจที่คู่แข่งอย่างสิงค์ดูเหมือนจะมีแต้มต่อมากกว่า ทั้งความใกล้ชิด และไอ้รอยแผลที่ศอกนั่นอีก... มันไปโดนอะไรมาในห้องขมิ้น! [ความในใจของพายุ]: หนอย... ไอ้ช่างซ่อมรถ! คิดจะแข่งกับเสี่ยพายุเหรอ? เดี๋ยวได้รู้กันว่าเงินกับความนิ่ง ใครมันจะชนะใจขมิ้นมากกว่ากัน! [ความในใจของสิงค์]: ภูเขาไม่จำเป็นต้องขยับตัวตามลมพายุ... ใครจะดีแต่ปากก็ช่าง แต่ขมิ้นเป็นของใคร เดี๋ยวเวลาจะบอกเอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD