วันต่อมาภากรลงมาจากชั้นบน เขาได้ยินเสียงกุกกักในครัว และกลิ่นหอมของอาหารลอยมา ชายหนุ่มเดินตามกลิ่นไปเจอชมพูนุทกำลังทำอาหารมื้อเช้าให้ตัวเอง
“อ้าวพี่กร ไม่ไปทำงานเหรอคะ” เธอถามเมื่อไม่เห็นเขาใส่เครื่องแบบ
“พี่จะพานุทไปทำบุญไง” เขาตอบเลี่ยงไป ยังไม่ได้บอกเด็กสาวว่าเขาลาออกจากราชการแล้ว ชายหนุ่มชงกาแฟให้ตัวเอง นั่งลงที่โต๊ะทานอาหารในห้องครัวคุยกับชมพูนุทที่ทำอะไรหน้าเตา
“เรื่องบ้านนุทจะทำไง พี่ว่าปล่อยเช่าดีไหม นุทจะได้มีรายได้อีกทางเก็บไว้เผื่อเรียนจบจะได้มีทุนทำอะไร” ภากรถาม
“ก็อยากทำนะคะ แต่นุททวงค่าเช่าไม่เป็น กลัวให้เช่าแล้วเขาไม่จ่ายมีปัญหาทีหลังอีก” เธอพูดเสียงอ่อย
“พี่จะจัดการให้เอง เดี๋ยวไปขนของให้เสร็จให้แม่บ้านทำความสะอาด สำรวจดูว่าต้องซ่อมแซมอะไรไหมแล้วปล่อยเช่า”
“ขอบคุณค่ะ พี่กรจะทานข้าวต้มด้วยกันไหมคะ นุททำข้าวต้มทอดไข่เจียวไชโป๊วผัดไข่กับยำไข่เค็ม” เธอตักข้าวต้มใส่ถ้วย
“ได้ยินแล้วหิวเลย งั้นพี่ช่วยจัดโต๊ะนะ” ภากรยกกับข้าวที่ทำแล้วมาวางบนโต๊ะทานข้าว
“นุทชอบทำกับข้าวเหรอ” เขาชวนคุย
“นุทเรียนคณะเทคโนโลยีอาหารนะคะ แต่ถึงไม่เรียนนุทก็ต้องทำเป็นค่ะเพราะเมื่อก่อนอยู่กับพ่อแค่สองคน” สีหน้าเธอหมองลงนิดหน่อยเมื่อพูดถึงบิดา
“พี่ขอโทษเรื่องคุณพ่อ พี่พาพ่อมาคืนให้นุทไม่ได้ แต่พี่จะทำหน้าที่แทนคุณพ่อให้นุทเอง” เขาพูด
“พี่กรจะเป็นพ่อให้นุทเหรอคะ งั้นนุทเรียกพี่กรว่าแดดดี้ได้ไหมคะ” เธอหัวเราะ และพูดต่อ
“แต่ไม่ดีกว่าค่ะ พี่กรยังไม่แก่ขนาดนั้น”
ชายหนุ่มยิ้มแต่ไม่ตอบอะไร เขาชวนคุยเรื่องอื่น
“นุทเรียนคณะนี้จบมาแล้วจะทำอะไรครับ”
“ทำได้หลายอย่างค่ะ นักวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีอาหารในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร หรือเจ้าหน้าที่ในบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร ข้าราชการ นักวิชาการ นักโภชนาการ หรือทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับอาหาร อาหารแปรรูบก็ได้ค่ะ” ชมพูนุทตอบ
“แล้วนุทชอบทางไหน” เขาถามต่อ
เธอยิ้ม “นุทอยากทำร้านเบเกอรี่ค่ะ อยากเรียนเกี่ยวกับธุรกิจกาแฟ ธุรกิจเบเกอรี่หรือแฟรนไชส์ค่ะ”
“ก็ดีนะทำงานของตัวเอง แล้วนุททำขนมเป็นไหม” เขาเห็นด้วย
“เรียนอยู่ค่ะพี่กร พวกเบเกอรี่กับขนมไทยบางอย่าง ที่บ้านมีพวกเตาอบ อุปกรณ์ทำขนม ถ้าพี่กรไม่ว่าอะไรนุทเอามาใช้ที่นี่ได้ไหมคะ” เธอถาม
“ได้สิ เดี๋ยววันนี้ไปขนเลยก็ได้ นุทหัดทำแล้วก็เอามาให้พี่ชิม” ชายหนุ่มเป็นคนไม่คิดอะไรจุกจิก
ชมพูนุททำสีหน้าดีใจ “จริงๆ นะคะ พี่กรจะชิมจริงนะ เมื่อก่อนทำคุณพ่อไม่ค่อยว่างชิมเลยค่ะ นุทต้องแจกคนทั้งซอยเลย ปลาในคลองอิ่มไปตามๆ กัน”
“ชิมจริงสิ พี่ชอบกินของหวาน ชอบขนมครับ”
สายวันนั้นภากรพาชมพูนุทไปทำบุญที่วัด เมื่อเสร็จแล้วจึงแวะไปเอาของที่บ้านของเธอ เขาช่วยเธอยกเตาอบสองตัว เครื่องตีไข่ เครื่องนวดแป้ง และเครื่องครัวอื่นๆ อุปกรณ์ขนมไทยจำพวกกระทะทองเหลือง พิมพ์ขนมทองเอก พิมพ์วุ้น ฯลฯ ทั้งที่เป็นไม้และซิลิโคนอีกหนึ่งกล่องใหญ่
และวัตถุดิบ แป้งนานาชนิด น้ำตาล สีและกลิ่นใส่ขนม รวมถึงอุปกรณ์ในการอบ พิมพ์อบขนม ถาด ขันข้าว กระทงมากมายหลายแบบ และกล่อง ถุงอุปกรณ์ตกแต่งอีกหลายกล่อง
ชายหนุ่มมองของพวกนี้อย่างใช้ความคิด
“มันเยอะไปเหรอคะพี่กร” เด็กสาวหน้าเสียเมื่อเขามองของแล้วคิดอยู่นาน
“พี่จะทำห้องทำขนมให้นุทดีกว่า เดี๋ยวต่อเติมโรงรถเก่าที่ติดกับตัวบ้านเป็นห้องทำขนม ตีผนังใส่ฝ้าฉาบทำสีทำระบบระบายอากาศดีๆ ติดแอร์ ทำช่องเก็บของบิวท์อินไปเลย” เขาพูดหลังจากที่คำนวณพื้นที่โรงรถเก่าที่ว่าแบบคร่าวๆ
“อุ๊ย..ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ นุทเกรงใจรบกวนพี่กรหลายอย่างแล้ว” ชมพูนุทตกใจที่เขาคิดไปคนละทางกับที่เธอเข้าใจ
สองคนกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่าย
“แม่บ้านจะมาพรุ่งนี้ วันนี้เราคงต้องทำกับข้าวเอง หรือจะสั่งมาก็ได้นะ”
“ทำเองดีกว่าค่ะ” เธอตอบและยกของลงจากท้ายรถของเขา และต้องแปลกใจเมื่อมีรถยนต์คันหนึ่งจอดที่หน้าบ้าน ภากรมองแล้วทำหน้าเรียบเฉย จนกระทั่งผู้หญิงที่เป็นคนขับรถคันนั้นลงมาจากรถเธอเดินเข้ามาในบ้านอย่างคุ้นเคย
“เธอเองเหรอที่ทำให้แฟนฉันลาออก” รมิตาอดีตแฟนสาวของภากรพูดกับชมพูนุท
“คุณอย่ามาระรานน้องเขาจะดีกว่า เราเลิกกันแล้ว คุณขอเลิกกับผมเองนะ” ภากรพูดเสียงเรียบ ส่วนชมพูนุทตกใจเมื่อได้ยินว่าภากรลาออกจากงาน
“ระรานเหรอคะ ฉันพูดความจริงต่างหาก พ่อของเด็กนี่ฆ่าตัวตายแล้วทำไมคุณต้องรับผิดชอบ แถมยังพามันเข้ามาอยู่ในบ้านอีก” รมิตาโมโห เธอขอเลิกกับภากรนึกว่าจะทำให้เขาคิดขึ้นมาได้ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ
“รมิตาถ้าคุณไม่หยุด อย่าว่าผมไม่เตือนนะ” ภากรเตือนอดีตคนรัก
“ฉันต่างหากที่กำลังเตือนสติคุณ คนอ่อนแอรับความจริงไม่ได้จนต้องแส่ฆ่าตัวตายเอง ทำไมต้องสงสารทำไมต้องรู้สึกผิด เด็กนี่ก็เหมือนกันพ่อมันยังไม่ห่วงเลย ชิงลาตายไปแล้ว คุณเป็นคนอื่นจะไปพามันมาส่งเสียเลี้ยงดูเพื่ออะไร”
ฉาด....เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น รมิตาตกใจตาค้างที่ถูกเด็กหน้าอ่อนๆ แบบชมพูนุทตบ
“แก..แกกล้าตบฉันเหรอ ฉันเป็นแฟนของกรนะ”
“ทำไมฉันจะไม่กล้า คุณไม่ได้มีบุญคุณกับฉันแล้วคุณก็ดูถูกพ่อฉัน คนตายไปแล้วคุณยังเอามาว่าได้เลย แล้วคุณบอกว่าเป็นแฟนพี่กร แฟนแบบไหนที่ดูถูกกัน ไม่ให้เกียรติกันคนแบบคุณไม่ควรแค่โดนตบ แต่มันต้องเอาน้ำฉีดไล่” ชมพูนุทตรงที่ไปสายยางรดน้ำต้นไม้ เด็กสาวตั้งท่าจะเปิดน้ำ
“นุทอย่า” ภากรห้าม
“คุณเห็นด้วยกับฉันแล้วใช่ไหม เห็นกับตาแล้วใช่ไหมว่านังเด็กนี่มันสถุนแค่ไหน ต่อหน้าคุณมันยังกล้าทำร้ายฉันเลย” รมิตาได้ทีฟ้อง
“ใช่ผมเห็นกับตา เห็นกับตาว่าคุณดูถูกแม้กระทั่งคนที่ตายไปแล้ว ไม่มีน้ำใจให้ใคร ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ผมรักคุณแต่ตอนนี้ผมตาสว่างแล้ว ออกไปจากบ้านผมก่อนที่ผมจะห้ามนุทไม่ได้”
ภากรพูดแล้วเดินเข้าบ้าน ในขณะที่ชมพูนุทเปิดน้ำฉีดมาจนเกือบโดนตัวรมิตา หญิงสาวร้องโวยวายก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว