“ฉันว่าก็ดีนะ อยู่ใกล้ที่ฝึกงานจะได้ไม่ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด ส่วนเรื่องไปอยู่กันตามลำพังกับพี่แกฉันว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร พี่กรของแกต้องเป็นเกย์ ชัวร์” ณัฐวรรณออกความเห็น เมื่อชมพูนุทมาเล่า
“ทำไมแกคิดแบบนั้นล่ะวรรณ” หญิงสาวขอความเห็น แต่ที่จริงแล้วเธอเองก็สงสัยเหมือนกัน หรือว่าภากรเสียใจที่ถูกแฟนบอกเลิกเมื่อหลายปีก่อน จนเบี่ยงเบนรสนิยม
“ตั้งหลายปีนะผู้ชายแท้ๆ ถ้าไม่ใช่พระก็น่าจะมีอะไรกิ๊กกั๊กบ้าง นี่แฟนก็ไม่มีวันหยุดก็ตรงกลับบ้านมากินขนมที่น้องทำ กับแกเองเขาก็ไม่เคยมีทีท่าแบบชู้สาวใช่ไหม” ณัฐวรรณถาม
ชมพูนุทส่ายหน้า ภากรไม่มีเคยทีท่าในเชิงชู้สาวกับเธอเลย หรือจะว่าไปกับใครเธอก็ไม่เคยเห็น
“ไม่นะ ขนาดวันนั้นยังไม่เลย” เธอหลุดปาก
“วันไหน” เพื่อนสนิทสนใจขึ้นมาทันที
ชมพูนุทนึกไปถึงในช่วงวันหยุดของเดือนก่อน เธออาบน้ำแล้วมีตุ๊กแกจากไหนไม่รู้เข้ามาในห้องน้ำ หญิงสาวร้องกรี๊ดสุดเสียง มันตัวใหญ่มากเกาะผนังห่างจากเธอไม่ถึงเมตร
ภากรรีบวิ่งเข้ามาในห้องเขาเปิดประตูห้องน้ำเข้ามา
“นุทมีอะไร ร้องทำไม”
“ตุ๊กแกค่ะพี่กร มันอยู่ที่ผนัง” เธอจำได้ว่าตัวเองเอามือปิดหน้าร้องกรี๊ดตัวสั่นเทา ผ้าอะไรก็ไม่มีติดตัว ฟองครีมอาบน้ำเต็มตัว
ชายหนุ่มใช้ไม้แถวนั้นเขี่ยมันออกไปจากห้องน้ำ แล้วเขาบอกเธอว่า
“พี่ไล่มันออกไปแล้ว นุทอาบน้ำต่อเถอะ” เขาเดินออกไปจากห้องในขณะที่ชมพูนุทก้มดูตัวเองแล้วเธอก็ร้องกรี๊ดอีกหน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ใส่อะไรเลยตอนที่เขาเข้ามาในห้องน้ำ
ชมพูนุทเล่าให้เพื่อนฟังจบหน้าแดงเป็นสีเลือด ณัฐวรรณชี้หน้าเพื่อน
“ร้ายนะหล่อน”
“บ้า ฉันไม่ได้ตั้งใจนะแก” ชมพูนุทปฏิเสธ
“แล้วเขาไม่มีท่าทีผิดปกติอะไรเลยเหรอ” ณัฐวรรณถามต่อ
ชมพูนุทส่ายหน้า “ไม่เลยแก แกว่าแปลกไหม”
เพื่อนสาวพิจารณาชมพูนุททั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แกก็ไม่ได้ขี้เหร่ ผมยาว หน้าสวยเป๊ะ หน้าอกหน้าใจก็ 35 คัพบีไม่ได้น่าเกลียด เอวเล็กสะโพกผายเหมือนนาฬิกาทราย ผู้ชายคนไหนเจอแบบนั้นมันก็น่าจะมีปฏิกิริยาบ้าง ถ้าไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่กระเทย แต่จะว่าไปก็ดีนะแก อบอุ่นเหมือนมีพี่สาว”
“หรือไม่เขาก็มองฉันเป็นน้องจริงๆ เลยไม่คิดอะไร” ชมพูนุทคิดอีกทาง โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนเองกับเพื่อนคิดไปคนละทางกับความจริง
ภากรนอนก่ายหน้าผากในห้องพักที่คอนโด เขาด่าตัวเองที่ชวนชมพูนุทมาอยู่ด้วย แต่พูดไปแล้วก็คงกลับคำไม่ได้
เขาอายุ 32 เรียกว่าพลังยังมีเหลือเฟือ โดยเฉพาะในเรื่องอย่างว่าที่ความต้องการมันเรียกร้องมากขึ้นทุกวัน และชมพูนุทก็เป็นสาวเต็มตัว
ใช่..เขาแน่ใจว่าเธอเป็นสาวเต็มตัวแล้ว จากภาพเปลือยของเธอวันนั้นในห้องน้ำ ไม่รู้จะขอบใจไอ้ตุ๊กแกตัวนั้นดีรึเปล่าที่โผล่เข้าไปตอนเธออาบน้ำ จนทำให้เธอร้องกรี๊ดๆ ลั่นบ้าน
เดชะบุญที่เธอมัวแต่เอามือปิดหน้า จนไม่เห็นว่าเขามือสั่นแค่ไหนตอนที่ไล่ตุ๊กแกตัวนั้นออกไป แล้วต้องรีบออกจากห้องของชมพูนุทมาทำร้ายตัวเองแบบเร่งด่วน
“ไอ้กรมึงหาเรื่องให้ตัวเองชัดๆ ที่ชวนนุทมาอยู่ด้วย” เขาด่าตัวเอง แต่พอคิดว่าจะเปลี่ยนใจไหม เขาก็ได้คำตอบว่า 'ไม่'
แต่ในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ชมพูนุทก็ต้องมาอยู่ที่นี่จนได้เมื่อภากรไปรับเธอมา
“นุทยังไม่ได้เตรียมตัวเลยค่ะ” มีการต่อต้านนิดหน่อยจากเจ้าตัว แต่ภากรไม่ตามใจ
“จะฝึกงานอีกสามสี่วัน ไม่ย้ายตอนนี้จะย้ายตอนไหน” เขาจัดการบอกให้แม่บ้านเก็บของใช้ส่วนตัวของเธอ
“คุณนุทจัดของไว้แล้วนี่คะ” บัวพาซื่อตอบตามตรง
“พี่ตกแต่งห้องให้ใหม่แล้ว” เมื่อมาถึงภากรเปิดประตูห้องนอนที่ชั้นสองซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องนอนของเขา
“มีห้องน้ำห้องเดียวเหรอคะพี่กร” เธอถามเมื่อเห็นว่าห้องน้ำในส่วนชั้นมีห้องเดียว
“ชั้นสองมีแค่ห้องนอนสองห้องส่วนห้องน้ำใช้ด้วยกัน นุทรังเกียจพี่เหรอ” เขาหรี่ตามอง
“นุทแค่ถามค่ะ พี่กรเป็นอะไรน่ะพักนี้พูดแปลกๆ” เธอเข้ามากอดแขนเขาเป็นเชิงประจบ
“ที่นี่มีครัวไหมคะ พี่กรจะให้นุททำอะไรให้กินไหม”
“มี แต่ถ้านุทเหนื่อยไม่ต้องทำก็ได้” เขาพาไปที่โซนห้องครัว ชมพูนุทจึงได้เห็นว่าคำว่ามีของเขา หมายถึงมีภาชนะอย่างละสามสี่ชิ้น มีช้อนส้อม แก้วน้ำเธอย่นจมูกเมื่อเห็นดังนั้น
“นี่ครัวพี่กรเหรอคะ” มันน่าจะเรียกว่าชั้นวางจานเสียมากกว่า เพราะไม่มีอะไรอย่างอื่นนอกจากนั้น
“ไปช้อปกันไหม เพิ่งบ่ายโมงนุทอยากได้อะไรพี่จะซื้อให้” เขามายืนซ้อนหลังไออุ่นแผ่มาจนชมพูนุทต้องขยับออก
“นุทยังไม่อยากออกไปไหนเลยค่ะ เหนื่อยอยากนอนดูหนัง” เธอปฏิเสธ
“งั้นก็อยู่ห้องกันพรุ่งนี้พี่ต้องไปกระบี่ นุทอยู่ห้องคนเดียวได้ไหม” เขาพาเธอเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น หญิงสาวนึกอะไรได้จึงถามขึ้นมา
“พี่กรคะ เงินประจำเดือนนี้ทำไมเพิ่มมาคะ พี่โอนผิดรึเปล่า” เมื่อเช้ามีแจ้งเตือนว่ายอดเงินเข้าสามหมื่นห้าพัน จากที่ปกติเขาจะให้เธอเดือนละสองหมื่น
“เปล่าพี่ตั้งใจให้ นุทโตแล้วน่าจะมีเรื่องใช้เงินมากขึ้น เผื่ออยากได้เครื่องสำอาง เครื่องแต่งตัวเพิ่มขึ้น”
ภากรดึงเบาะออกมาวางเป็นที่นอนกว้างๆ เขากดไหล่ให้เธอนั่งบนโซฟาส่วนตัวเองนั่งบนเบาะที่ปูกับพื้นหน้าโซฟา อีกมือกดรีโมทเลือกหนังที่จะดู
“นุทนั่งดูหนังบนนั้นไปเลยนอนดูก็ได้ แล้วจะดูหนังอะไรดี” เขาถามแต่เธอลุกขึ้นและบอกว่า
“นุทขอไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่าค่ะ จะได้นอนสบายๆ” เธอวิ่งปรู๊ดขึ้นบันไดและกลับลงมาในสิบนาทีต่อมา หญิงสาวสวมชุดลำลองเสื้อไม่มีแขนและกางเกงขาสั้น
“อยากดูหนังตลกค่ะ” เธอบอกเขาจึงเปลี่ยนเรื่องให้
“นุทกินอะไรไหม เดี๋ยวพี่สั่งขึ้นมา” เขาหันมาถามก็ต้องใจหายวาบเมื่อเธอโน้มตัวจากโซฟาไปหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะ ความไม่ระวังทำให้เสื้อคอกว้างนั้นยามก้มต่ำเห็นไปถึงไหนๆ คนถามกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
ชมพูนุทหันมามอง “พี่หิวขนาดนั้นเลยเหรอคะ ทำไมไม่บอกนุทล่ะ มิน่าเมื่อกี้ชวนไปข้างนอก”
“ใช่พี่หิวมาก หิวมาหลายปีแล้ว” ภากรพูดติดตลก ชมพูนุทมองเขาแบบงงๆ
“ตกลงจะกินอะไร” เขาถามอีกครั้ง
“นุทอยากกินส้มตำ ไก่ย่าง น้ำตก ต้มแซ่บ มีไหมคะ” เธอถามเหมือนจะท้าทายเล็กๆ
“มีสิ บอกแล้วว่าพี่หาให้ได้หมด” เขายิ้มและกดโทรศัพท์หาลูกน้องให้ซื้อของตามรายการที่ชมพูนุทร่ายมา