ก็อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องทำให้ภากรที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นึกขึ้นได้ว่าเขาขอกาแฟกับขนมเค้กให้ชมพูนุทเอาขึ้นมา
ร่างสูงในเสื้อคลุมอาบน้ำตัวเดียวก้าวยาวๆ ไปเปิดประตู
“พี่กรจะให้วางตรงไหนคะ”
“ที่โต๊ะทำงานเลยก็ได้นุท นุทอย่าลืมส่งตารางเรียนให้พี่นะ” เขาทวงก่อนจะเดินหายไปในห้องแต่งตัว และพูดต่อว่า
“คืนนี้พี่อาจจะกลับดึก นุทล็อกบ้านได้เลยเดี๋ยวพี่ไขกุญแจเข้ามาเอง” เขาสั่งอีกทีก่อนจะเงียบไป
“ค่ะพี่กร” ชมพูนุทอดไม่ได้จะเหลือบมองในห้องแต่งตัว ที่เขาปิดประตูไม่สนิท เธอเห็นเขากำลังถอดเสื้อคลุมออกเพื่อสวมเสื้อ เธอเห็นอกกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นนั้นเต็มสองตา สะโพกสอบที่มีชั้นในตัวเดียว เด็กสาวๆ ที่อยู่ในวัยกำลังอยากรู้อยากเห็นถึงกับร้องกรี๊ดในใจ หน้าแดงถึงหูก่อนจะรีบออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เชน อาหนุ่มของชมพูนุท เขาเป็นน้องชายของปราบซึ่งเป็นลูกหลง ทำให้เขาอายุห่างจากพี่ชายถึง 15 ปี ด้วยความที่เป็นลูกชายคนเล็กเขาจึงได้รับการเอาใจและการเลี้ยงดูแบบผิดๆ จนเหลิง
เขาเริ่มเสียคนตั้งแต่อายุ 13 เริ่มเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและวงการนักเลงตั้งแต่นั้น เรียนที่ไหนก็ไม่เป็นชิ้นเป็นอันจนเขาเลิกเรียนในที่สุด
เขาใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาอย่างสุขสบายเพราะพ่อแม่เลี้ยงเขามาตลอด จนถึงวันที่ท่านทั้งสองจากไปด้วยโรคชราในเวลาไล่เลี่ยกัน มรดกในส่วนที่เขาได้มากกว่าพี่ชายเกือบเท่าตัวเพียงไม่กี่ปีเขาก็ขายมันกินจนเกือบหมด เหลือเงินเพียงไม่เท่าไหร่
จนตอนนี้เขาได้ข่าวว่าพี่ชายเสียชีวิตลงและปราบมีบุตรสาวเพียงคนเดียว ภรรยาก็เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้นานแล้ว ทำให้เชนเห็นหนทางรีดไถหลานสาวคนเดียวได้ เขาจึงโทรไปขู่นังเด็กนั่นในวันนี้
ตอนนี้เขาจึงอารมณ์ดีมากพอที่จะออกมาดื่มในผับชื่อดัง ขณะที่กำลังดื่มเขาเอื้อมมือไปจับก้นของพนักงานสาวที่เดินผ่าน
พนักงานหญิงคนนั้นโวยวาย เขาจึงพูดเสียงดัง
“ทำไมจับนิดจับหน่อยไม่ได้ แล้วจะมาทำงานในที่แบบนี้ทำไม” เมื่อเหล้าเข้าปากทำให้ความกล้าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจนกล้าหาเรื่อง
“เฮ้ยไอ้นั่นน่ะ มาคนเดียวนี่มึงเจ๋งเหรอ”
เชนหันขวับไปหาต้นเสียง
“กูน่ะเจ๋ง แล้วมึงล่ะไอ้ลูกหมา”
ฝ่ายนั้นลุกขึ้นยืน เชนจึงใช้แก้วเหล้าที่ถืออยู่ปาใส่หน้ามันแต่ไอ้นั่นหลบทัน จากนั้นจึงเกิดการชกต่อยกันขึ้นมาจนการ์ดของผับต้องเข้ามากันคนอื่นออกห่าง
“หายซ่ารึยังมึง” ภากรกระชากคอเสื้อคนที่ถูกเขาซ้อมจนลงไปนอนกองกับพื้น
“มะ..มึงเป็นใคร” เชนถามละล่ำละลักมองอีกฝ่ายด้วยสายตาหวาดกลัว
ภากรหยิบขวดเบียร์เปล่ามาฟาดกับโต๊ะจนเป็นปากฉลาม เขาจ่อคมของมันเข้าที่คอของเชน
“มึงกลัวตายไหม” เขาค่อยๆ กดคมลงบนคอจนเลือดเริ่มซึม เชนตาเหลือกลาน
“กะ.. กูจะแจ้งตำรวจ”
ภากรหัวเราะ “เฮ้ย ไอ้หมวดมึงมานี่” เขาเรียกตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งมา “มันจะแจ้งความว่ะ”
ตร.นอกเครื่องแบบคนนั้นหัวเราะ “ผู้กองก็อย่าเอามันถึงตายละกัน เจ้าทุกข์รอแจ้งความกับมันอีกหลายคน” เมื่อได้ยินดังนั้นเชนจึงตาเหลือกด้วยความกลัวสุดขีด เขารู้แล้วว่าไอ้คนตรงหน้าไม่ได้กลัวตำรวจ
“มึงฟังให้ดีถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ อย่ายุ่งกับคนของกู” ภากรพูดเสียงเบา แต่เชนได้ยินชัดเจน
“คะ..คนของมึง ใคร” ฉับพลันนั้นเขานึกถึงชมพูนุท เขาลืมเสียสนิทว่าหลานสาวย้ายไปอยู่กับตำรวจเจ้าของคดี
“อย่ายุ่งกับชมพูนุทผู้หญิงของกู ไม่งั้นมึงลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงแน่” ภากรปล่อยคอเสื้อเชน อีกฝ่ายถอยไปจนสุดและถูกล็อกตัวจากการ์ดแทนในเวลาต่อมา
“เอามันไปส่งสน.ก่อน” ผู้หมวดนอกเครื่องแบบสั่งจ่าที่มาด้วยกัน หลังจากที่เชนถูกใส่กุญแจมือแล้ว
“ขอบคุณมากนะผู้กอง ที่ทำให้ผมจับไอ้นี่ได้ มันออกจากคุกได้ไม่กี่วันก็ไปข่มขืนนักศึกษาเลย”
“ผมลาออกแล้ว เรียกว่าพี่ธรรมดาดีกว่าอย่าเรียกผู้กองเลย” ภากรตอบพลางตบบ่าให้ตำรวจรุ่นน้อง
“ไปล่ะ ดึกแล้ว” เขามองเวลาตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว ต้องรีบกลับเพราะพรุ่งนี้ต้องไปส่งชมพูนุทที่มหาวิทยาลัย
เช้าวันต่อมาเขาลงมาที่โต๊ะอาหาร ชมพูนุทกำลังชงโอวัลตินให้ตนเองอยู่
“พี่กรเอากาแฟด้วยไหมคะ นุทชงให้” เธอถาม วันนี้เธออยู่ในชุดนักศึกษาเสื้อขาวพอดีตัว กับกระโปรงสอบเหนือเข่าสีดำ
“ก็ดีจ้ะ” เขาเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขนมเค้กมาสองชิ้น วางบนโต๊ะเผื่อชมพูนุทอันนึง
“เค้กส้มอร่อย เปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่เลี่ยนดี” เขาชม
“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้มหน้าบาน
“อ้อ นุทเรื่องเมื่อวานไม่ต้องกังวลแล้วนะ อานุทน่ะ” เขาพูดถึงเชน
“ทำไมถึงไม่ต้องกังวลคะพี่กร” ชมพูนุทงง แค่คืนเดียวภากรยังไม่น่าจัดการอะไรได้
“เมื่อคืนอาของนุทถูกตำรวจท้องที่หิ้วไปแล้ว คราวนี้คงอีกนานกว่าจะได้ออก” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ
“เขาถูกจับเรื่องอะไรเหรอคะ แล้วพี่กรรู้ได้ไง”
“เมื่อคืนพี่ไปดื่มที่ผับของเพื่อน พอดีตำรวจไปล้อมจับเพราะอาของนุทเพิ่งไปก่อคดีข่มขืนนักศึกษาเมื่อสามวันก่อน เห็นว่ามีเรื่องค้ายาด้วยน่าจะยาว” เขาเล่าข้ามๆ ไปเสีย
“โห ข่มขืนนักศึกษา” ชมพูนุทนึกดีใจที่ตนเองรอดจากญาติคนนี้เสียได้
“ดีนะคะที่เขาถูกจับเสียก่อน ไม่ต้องรบกวนพี่กรจัดการให้” ชมพูนุทโล่งอก ภากรยิ้มๆ เขาไม่พูดอะไรเรื่องนี้อีก
เช้านั้นเขามาส่งเธอเกือบถึงหน้าคณะ
“จะให้พี่ส่งตรงนี้แน่นะนุท ให้พี่ส่งที่คณะได้นะ” เขาถามอีกที
“ตรงนี้ค่ะพี่กร นุทนัดเพื่อนไว้ที่นี่ เดี๋ยวเข้าตึกเรียนพร้อมกัน” เธอตอบ ชมพูนุทไม่อยากให้เขาไปส่งจนถึงหน้าคณะ เธอโดนเพื่อนแซวแน่
“โอเค งั้นเย็นเจอกัน สักสี่โมงพี่มารับ” เขาบอกก่อนจะออกรถไปเมื่อชมพูนุทลงไปแล้วเรียบร้อย
“ยัยนุท มากับใครน่ะหล๊อหล่อ” ณัฐวรรณเพื่อนสนิทถาม
“พี่กร พี่ชายน่ะ” ชมพูนุทตอบสั้นๆ
“แกมีพี่ชายด้วยเหรอ” เพื่อนทำหน้าสงสัย ไม่เคยเห็นเธอพูดถึงพี่ชายสักครั้ง
“ฮื่อ พอดีพ่อเราเสียเลยต้องไปอยู่กับพี่ชายแทน” ประโยคนั้นทำให้เพื่อนทำสีหน้าเสียใจ
“เสียใจด้วยนะนุท เราไม่น่าถามเลย”
“ไม่เป็นไรเราทำใจได้แล้ว คุณพ่ออยู่ในใจเสมอ” เธอยิ้มให้เพื่อนก่อนจะชวนกันเข้าห้องเรียน
ในวันแรกของแต่ละวิชา ส่วนมากเป็นการแนะนำวิชาที่เรียนและการเตรียมตัวว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการเรียน บรรดานักศึกษาจึงยังไม่เคร่งเครียดมากนัก ชมพูนุทและณัฐวรรณก็เช่นกัน
“วันนี้กินอะไรกันดี” สองสาวคุยกัน
“อยากกินยำ ไปร้านยำที่ตึกอเนกประสงค์กัน” ชมพูนุทชวน สองสาวจึงพากันเดินข้ามตึกไปที่ตึกอเนกประสงค์
“นุท พี่เขาติดป้ายรับพนักงานพาร์ทไทม์แน่ะ นุทเคยบอกอยากทำไม่ใช่เหรอ” ณัฐวรรณอ่านป้ายรับสมัครงานที่ติดหน้าร้านยำชื่อดังของตึก
“อ้าวน้องนุท น้องวรรณมากันแล้ว กำลังพูดถึงอยู่เลย” เรไรเจ้าของร้านทักทาย
“กำลังคิดถึงพวกเราเหรอคะพี่เร” ณัฐวรรณคุยกับเจ้าของร้านด้วยความสนิทสนมเพราะมาทานเกือบทุกวัน
“ใช่ เห็นน้องนุทเคยบอกว่าว่าอยากสมัครงานพาร์ทไทม์ ยังอยากมาทำอยู่ไหม พอดีเด็กร้านพี่ลาคลอดน่ะ” เรไรพูด
“อยากทำค่ะพี่เร แต่ตอนนี้นุทย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ไม่ได้อยู่หอแล้ว คงต้องปรึกษาพี่ก่อนค่ะ” ชมพูนุทสนใจ แต่เธอคงต้องถามภากรก่อน
เย็นนั้นเมื่อภากรมารับ เธอจึงบอกเรื่องนี้กับเขา
“พี่อยากให้นุทเรียนอย่างเดียว ถ้าทำงานด้วยจะแบ่งสมาธิลำบากไหมครับ อีกอย่างให้คนที่ลำบากจริงๆ เขาได้งานดีกว่า” เหตุผลของเขาทำให้เด็กสาวต้องเงียบ
“ถ้านุทชอบทำกับข้าว ก็มาทำที่บ้านให้พี่กิน เดี๋ยวพี่ให้พิเศษก็ได้”