สิ้นลาย - 06 พิเศษ (ไม่ปลอดภัย)

2305 Words
ร่างเล็กเดินหนีคนที่เหมือนต้องการหลอกล่อเธอทุกครั้งที่เจอกลับมายังจุดเดิม สายตาของเพื่อนมองอย่างเป็นห่วง ทันทีที่ นั่งลงบนเก้าอี้ปอร์เช่ก็รีบถาม “ฌาไปไหนมา” “เจอแมวน่ะ ก็เลยเล่นกับน้องแป๊บนึง” เป็นอีกครั้งที่ฌานินรู้สึกไม่ชอบเลย หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงของคนที่ทำให้กลางใจ ของเธอปั่นป่วน เดินออกมาจากทางเดียวกันราวกับตั้งใจให้ ใครต่อใครสงสัย ความอึดอัดก่อตัวในอกจนต้องกำมือแน่น ไว้บนตักเมื่อเขาเดินมาหยุดภายในเต็นท์ “พวกไอ้นิคซ์มาแล้ว” เสียงของคูเปอร์ดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนให้มอง ไปยังรถสปอร์ตหรูที่แล่นเข้ามาพร้อมกันสามคัน ก่อนจะ ชะลอความเร็วแล้วจอดสนิทเรียงรายอยู่ข้างสนาม นิคซ์เปิดประตูลงจากรถพร้อมเด็กในทีมของเขาแล้วเดิน เข้าไปทักทายคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ในเต็นท์ ทว่าสายตา กลับสะดุดเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนั่งอยู่ ความสวยของเธอเหมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของเขาไปทั้งหมด “ว้าว สาวสวยคนนี้เป็นของใคร” เสียงแซวหยอกปนหยาบ ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ชายที่ยืนกันอยู่ “มาซ้อมก็สนใจซ้อมไม่ใช่อย่างอื่น” คูเปอร์บอก ก่อนจะ ขยับตัวมายืนขวางอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิทของน้องชาย “อยากเดิมพันว่ะ เอามาแลกเปลี่ยนกันหน่อยดีไหม” “ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งของที่มึงควรเอามาเป็นเดิมพัน” เสียงทุ้มเข้มของคลื่นดังขึ้นอย่างเย็นชา ประโยคนั้นฉุดให้ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม้เขาจะร้ายยังไงแต่ไม่เคยคิด ลดค่าผู้หญิงด้วยการนำไปพนันหรือแลกเปลี่ยนเลยสักครั้ง และประโยคนั้นก็ทำให้กลางใจของฌานินเต้นรัว ดวงตากลมมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงราวกับถูกมนตร์สะกด เพราะเธอเอง เคยถูกพ่อจะขายให้เสี่ยสรุจมาก่อน พอได้ยินเขาพูดคำนั้น มันเหมือนถูกคนอื่นเห็นค่ามากกว่าคนในสายเลือด แถมยังเป็น คนที่เธอคิดว่าร้ายกาจ “ฮู้ว ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเสือตัวร้ายอย่างมึง” เสียงแซวลอดออกมาจากปากนิคซ์พร้อมหัวเราะเบา ๆ “พาเด็กมึงลงสนามอย่าปากดีให้มันมากนัก” “คนสวย” นิคซ์จงใจลากเสียงเรียก พลางเหลือบมองไปทางสาวสวยเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ชาย รอยยิ้มมุมปากของเขาแฝงความ น่ากลัวจนเธอรีบก้มหลบ “ไอ้นิคซ์” คูเปอร์กดเสียงแข็งตวาด ทำให้อีกฝ่ายแสดงแววตาไม่พอใจเท่าไร แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปยังสนามที่มีรถจอดรออยู่ คลื่นปรายตามองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะหันมาสั่ง “พาเพื่อนมึงไปห้องรับรอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกูไม่รับผิดชอบ” เมื่อได้ยินคำสั่งกร้าวจากเจ้าของสนาม ปอร์เช่รีบพยักหน้า ก่อนจะพาเพื่อนตัวเล็กไปยังห้องรับรองทันที เขาเคยมาที่นี่จึงรู้ว่าต้องไปทางไหน ฌานินเองก็รู้สึกโล่งใจที่ถูกแยกออกจากตรงนั้น เธอไม่ชอบเสียงรถเอาซะเลย และที่สำคัญการเห็นคนตัวสูง ยืนในระยะสายตามันมักจะทำให้หายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้ง ภายในห้องรับรองค่อนข้างโล่งไร้การตกแต่ง สิ่งที่สะดุดตา มีเพียงทีวีจอใหญ่ติดผนัง และโซฟาชุดหนึ่งวางตั้งอยู่กลางห้อง ครืด~ สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่วางบนตักของร่างเล็ก ดังขึ้น เมื่อก้มดูก็เห็นเป็นเบอร์เพื่อนสนิท เธอจึงรีบหยิบมากดรับ “ว่าไงขวัญ” เสียงหวานเอ่ยถามปลายสาย ยกโทรศัพท์ขึ้น ให้เห็นใบหน้าของตัวเองในสายวิดีโอคอล (สบายใจขึ้นหรือยังแก เดี๋ยวฉันไปนอนเป็นเพื่อน) “ไม่เป็นไร คงไม่มีอะไรแล้ว” (ไม่เอา ฉันห่วง เดี๋ยวขนเสื้อผ้าไปนอนด้วยสามวัน) “เอาไว้ถ้ามีคนตามอีก ฌาจะย้ายห้อง ขวัญอยู่กับแม่เถอะ แม่อยู่บ้านคนเดียวอันตรายเหมือนกันนะ” (เฮ้อ แกดื้อจริง ๆ เลย แต่ฉันดีใจที่ได้ยินว่าจะย้ายห้อง) ที่เพื่อนบอกแบบนั้นก็เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วเรื่อง อยากให้เธอย้าย ที่หอพักค่อนข้างอันตราย แต่ฌานินก็ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าที่นั่นค่าเช่าถูก เธอไม่อยากฟุ่มเฟือย (ไหนบอกว่าไปสนาม ตอนนี้แกอยู่ห้องใคร) “อยู่ห้องรับรองที่สนาม” (รู้สึกถึงความวีไอพีจัง พี่คลื่นก็ไปใช่ไหม อิจฉาสุด ๆ อยากเจอบ้าง) “อื้อ เขามา” ร่างเล็กตอบเสียงเบา ก่อนเสียงของเพื่อนอีกคนที่อยู่ด้วยกันจะดังขึ้น “บ้าผู้ชาย” (แล้วไงยะ! เออนี่เช่ ฉันสงสัย พี่คลื่นเลี้ยงเด็กไหม) ปอร์เช่ขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิด ไม่นานเขาก็โพล่งคำตอบออกมา “จากที่ไอ้เปอร์เคยเล่า พี่คลื่นไม่เคยเลี้ยงเด็กนะ พวกเสือผู้หญิงไม่ชอบผูกมัด” (เสียดาย อยากสมัครเป็นเด็กเลี้ยงเขาจัง) ฌานินหันจอโทรศัพท์ไปทางเพื่อนที่นั่งข้างกัน ไม่ได้ ร่วมพูดคุยถึงเขาคนนั้น แต่เธอกลับฟังทุกประโยค จู่ ๆ ก็ร้อน วูบวาบที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ “ยาก เห็นแบบนั้น พี่มันเลือกกิน” (ถ้าใครได้เป็นเด็กเลี้ยงเขาคงโชคดีเนอะ ทั้งหล่อทั้งรวย แบบนั้น ใครจะกล้ามายุ่งกับเด็กพี่คลื่น) “ฌา” “อะ อื้อ ว่าไงเช่” เพราะมัวแต่เหม่อกับความคิด เมื่อถูกเพื่อนสะกิดเธอถึงกับสะดุ้งแรงจนเกือบทำโทรศัพท์หล่นจากมือ “เดี๋ยวเช่มานะ ออกไปข้างนอกแป๊บ” “อื้อโอเค” เมื่อปอร์เช่ออกไปแล้ว ฌานินคุยกับขวัญใจต่อพักใหญ่ กระทั่งเพื่อนขอวางสาย ดวงตากลมมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์พร้อมถอนหายใจออกมาเบา ๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงสาย ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ผู้คนสมัยนี้น่ากลัวหากยังเจอชายคนเดิมอีก เธอคงต้องย้ายห้องจริง ๆ เวลา 19:00 น. ฌานินกลับมาถึงที่พัก โดยมีปอร์เช่ขึ้นมาส่งถึงบนห้อง เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับเขาสั่งให้เธอล็อกประตูให้ดี ถ้ามี คนเคาะห้ามเปิดเด็ดขาดและให้รีบโทรหา เมื่อเพื่อนกลับไปแล้ว เสียงถอนหายใจก็หลุดออกจากอก แรง ๆ เฮือกหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมชีวิตของเธอมักจะเจอ แต่เรื่องราวร้าย ๆ ตลอด ตั้งแต่แม่เสียฌานินไม่เคยมีความสุข อีกเลยกระทั่งถึงวันนี้ หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังจะเอนตัวลงนอน ทว่า เสียงเคาะประตูดังขึ้นแทรกความเงียบในห้อง ฌานินชะงัก หัวใจดวงน้อยสั่นไหว ดวงตากลมเบนมองไปยังบานประตู ที่ถูกเคาะซ้ำ ๆ ไม่หยุด มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งใจ จะพิมพ์บอกเพื่อน แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งแว่วในความคิดราวกับเขากำลังเอ่ยกระซิบพูดข้างหู ‘ปลดบล็อกสิ ถ้ายอมอ้อนวอน พี่ยินดีช่วยหนูทุกอย่าง’ เขี้ยวเล็กกัดริมฝีปากแรง ๆ ขับไล่ความคิดบ้าบอนั้นออกไป เธอเปิดช่องแชตของเพื่อนสนิท นิ้วเรียวกำลังพิมพ์ข้อความ ทว่ากลับหยุดค้างไปดื้อ ๆ เวลานี้มันเลยเที่ยงคืนมาแล้ว หากส่งไปเพื่อนคงต้องตกใจและพากันเป็นห่วง สุดท้ายเธอก็เลือกวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ ปล่อยให้เสียงเคาะ ดังก้องอยู่ในความมืดแล้วข่มตานอน แสงแดดของเช้าวันใหม่สาดกระทบมายังเจ้าของ ใบหน้าหวานที่กำลังเหยียดแขนออกจากผ้าห่ม เปลือกตาสีอ่อนเปิดขึ้นช้า ๆ และก็อย่างทุกวันที่เธอจะมองเพดานห้องราวห้านาที ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็ทำมื้อเช้าง่าย ๆ กิน ก็อก ๆ ก็อก ๆ เสียงเคาะห้องดังขึ้นขณะคนตัวเล็ก กำลังยกจานข้าวไปล้างเก็บ ฌานินวางของในมือลง ก่อนจะ เดินไปยังประตูแล้วส่องตรงรูเล็ก ๆ เพื่อดู การที่เธออยู่ลำพัง ตัวคนเดียวอย่างนี้ทำให้ต้องระวัง และเมื่อส่องดูไม่เจอใคร นั่นยิ่งทำให้ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้น ขาเรียวรีบก้าวผละห่างจากประตู เดินกลับมาหยิบโทรศัพท์กดเข้าไปยังกลุ่มแชตของเพื่อนสนิท ความหวั่นกลัวทำให้ เธอตัดสินใจได้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ที่นี่แล้ว แชตกลุ่ม ฌานิน: @ปอร์เช่ ฌานิน: ที่พี่เปอร์บอกว่าจะช่วยหาห้องใหม่ให้ มีแบบราคา ไม่แพงมากหรือเปล่า เช่ช่วยถามให้ฌาได้ไหม ปอร์เช่: เดี๋ยวถามให้ ฌาจะย้ายใช่ไหม ฌานิน: อื้อ เมื่อคืนก็มีคนเคาะห้อง ตอนนี้อีก ฌาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ปอร์เช่: ทำไมเมื่อคืนไม่ยอมบอก ขวัญใจ: ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อนทั้งสองคนของเธอพิมพ์คำถามส่งมาพร้อมกัน ฌานินจึงตอบกลับตามตรงว่ามันดึกมากแล้วไม่อยากรบกวน อีกอย่างเธอไม่ได้เปิดประตูให้ใคร แต่ถึงจะอธิบายทั้งขวัญใจและปอร์เช่ก็บ่นด้วยความเป็นห่วงอยู่ดี ปอร์เช่: คราวหลังไม่เอาแบบนี้นะฌา ขวัญใจ: ใช่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง ฌานิน: สองคนไม่บ่นได้ไหม นี่ไง กำลังจะย้ายห้องแล้ว ปอร์เช่: เดี๋ยวคุยกับไอ้เปอร์ให้ ฌานินถอนหายใจเบา ๆ ละสายตาจากจอมือถือเหม่อมองไปตรงหน้า เธอคิดว่าอาจจะต้องเข้าวัดทำบุญบ้างเพราะช่วงนี้ชีวิตเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ คล้ายกำลังมีเคราะห์ … ทางฝั่งของคลื่น สนามแข่งไร้ผู้คนวันนี้เขามาแค่เช็กของเดิมพัน เพราะพี่ชายสองคนต่างแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลสนามเต็มตัวหลังเรียนจบ “เออเดี๋ยวกูช่วยดูให้ น้องย้ายออกก็ดีเหมือนกัน โซนนั้นอันตรายจะตาย ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่ได้ยังไง” คูเปอร์วางสายจากน้องชาย เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนหันไปถามเพื่อน “เช็กเสร็จยังวะ” “มึงคุยกับใคร” “ไอ้เช่ มันให้ช่วยหาห้องให้เพื่อน” แม้ไม่ได้บอกชื่อว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร แต่คลื่นกลับรู้ทันที ก่อนจะเสนอ “กูรู้จักหลายที่ให้ช่วยไหม” “ถุ้ย จุดประสงค์มึงอะนะไอ้คลื่น” คูเปอร์รีบตอบกลับ เหมือนรู้ทันความคิดของเพื่อนทุกอย่าง คลื่นหัวเราะเบา ๆ เมื่อเพื่อนรู้ทันความคิดซึ่งเขาก็ไม่ได้เถียง “… แค่เอ็นดูน้อง” “อย่ายุ่งกับฌานินเลย น้องไม่เหมือนกับที่มึงเคยเจอมา” คูเปอร์รีบปราม ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนดูสนใจผู้หญิงคนนั้นไม่น้อย แต่ตอนนี้คล้ายเริ่มจะหมกมุ่นขึ้นทุกที “ไม่คิดเหมือนกันหรือไง” คลื่นพูดช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ยิ่งแตกต่าง มันยิ่งน่าสนใจ” “รีบไปเช็กของ” คูเปอร์กลอกตา ถอนหายใจยาว ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยฟังใคร และตั้งแต่รู้จัก กันมาไม่เคยเห็นคลื่นให้ความสนใจผู้หญิงคนไหนเลย จะมีก็แค่ครั้งนั้นที่ไปแอบชอบคนมีเจ้าของสุดท้ายก็ผิดหวัง แต่มันผ่านมานานแล้ว “แต่ถ้าเธอสนใจกู แบบนี้ก็ไม่ผิดอะไรจริงไหม เพราะกูไม่ได้เริ่ม” คลื่นแสยะยิ้ม สายตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ รอยยิ้ม ที่ยกขึ้นเต็มไปด้วยความอันตรายที่แม้แต่คูเปอร์เองยังรู้สึกได้ ริมฝีปากหยักขยับพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็น “ในเมื่อลูกแมว อยากมาวิ่งเล่นในกรงเสือเอง” “หยุดเลยมึง” คูเปอร์มองตาขว้างตวาดเตือนเสียงเข้ม ไม่ได้เอาด้วยกับเกมบิดเบี้ยวของเพื่อน แต่คลื่นเพียงแค่ยักไหล่ “เรื่องห้อง กูอยากช่วย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย พลางล้วงหยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋า “ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนั้น จะปล่อยให้อยู่ ที่อันตรายได้ยังไง” “ความหวังดีของมึง มันน่ากลัวแปลก ๆ นะ” ดวงตาหรี่ลงอย่างจับผิดความหวังดีนั้น “คนอย่างมึง คงไม่ช่วยใครฟรี” “แล้วใครบ้าง ทำดีไม่หวังผลตอบแทน” ใบหน้าหล่อก้มลง จุดไฟแช็กในมือ ก่อนจะพ่นควันสีขาวคลุ้งกระจายรอบตัว พลันตวัดสายตาจ้องเพื่อนสนิทแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “บอกไป มีคอนโดปล่อยเช่า เดือนละพัน” คูเปอร์ถึงกับขมวดคิ้วเข้ม เพราะนี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ห้องเช่าราคานั้นจะไปมีได้ยังไง เขาจึงถามกลับอย่างแปลกใจ “คอนโดไหนวะ เดือนละพัน” “โซนที่กูอยู่” “ย่านที่มึงอยู่ ค่าห้องไม่ต่ำกว่าสิบล้าน” “กูแค่… อยากช่วย” คลื่นยิ้มบาง ๆ ท่าทางเจ้าเล่ห์ทำให้เพื่อนสนิทถึงกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจอีกครั้ง เพราะเหมือนสิ่งที่ปรามไปก่อนหน้า จะไม่ได้ทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเขาเลย “ของขาดหรือไงช่วงนี้ มึงดูหิวน้องมากเป็นพิเศษเลยนะ” “คงงั้น ดูเหมือนจะพิเศษจริง ๆ” เสียงหัวเราะต่ำหลุดจากลำคอของคนตัวสูง ก่อนจะสูบดึงบุหรี่เข้าหนัก ๆ แล้วเคาะนิ้ว เบา ๆ ตรงปลายมวนให้เศษเถ้าหล่นลงพื้น “พิเศษกับมึง แปลว่าน้องซวยแน่” “… โชคดีมากกว่า” คลื่นตอบกลับทันที รอยยิ้มบนมุมปากของเขาในตอนนี้ ดูไม่ปลอดภัยเลยสักนิด  
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD