ตอนที่ 1 คำสั่งแม่

1905 Words
คฤหาสน์ไชยเดชาสกุล วันนี้คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาครึกครื้นเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันฉลองครบรอบอายุเจ็ดสิบสองปีของ 'สิบทิศ' ประมุขของตระกูลไชยเดชาสกุล แขกที่อยู่ในงานคือลูกชายและลูกสะใภ้ทั้งสี่ รวมถึงหลานชายทั้งสี่คนด้วย "มาแล้ว ๆ แก๊งสี่ยอดกุมารของปู่ ฮ่า ๆ เจ้า ดิน น้ำ ลม ไฟ" สิบทิศหันมากอดหลานชายทั้งสี่คนแล้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "โธ่~ คุณปู่ บอกหลายครั้งแล้วนะครับ ว่าแก๊งผมชื่อแก๊งสี่ทิศ ไม่ใช่สี่ยอดกุมารเหมือนหนังจักร ๆ วงศ์ ๆ ที่ปู่ชอบดู" ลมหรือวายุพูดขึ้นเสียงออด ๆ "ใช่ครับ นี่ไฟสุดหล่อแห่งแก๊งสี่ทิศเองคร๊าบบบ คุณปู่" ไฟหรืออัคคีพูดขึ้นอย่างทะเล้น "ผมดินจากแดนเหนือ สมาชิกแก๊งสี่ทิศ รายงานตัวครับคุณปู่" ปฐพีก็เข้ามารายงานตัวอย่างใกล้ชิด "ผมน้ำจากแดนใต้ สมาชิกแก๊งสี่ทิศ รายงานตัวครับคุณปู่" ธาราหรือน้ำพูดอย่างขึงขัง แล้วเข้ามากอดปู่ไว้แล้วพูดขึ้นอีกคน "ฮ่า ๆ โอเค ๆ แก๊งสี่ทิศของปู่" สิบทิศหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข เขาจัดงานวันเกิดไม่ใช่เพราะอยากได้ของขวัญ แต่สิ่งที่เขาต้องการคือการที่ได้เห็นลูกชาย ลูกสาว ลูกสะใภ้และหลานชายมาอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา อย่างในวันนี้ต่างหากล่ะ เขามีลูกชายสี่คน ลูกสาวหนึ่งคน และตอนนี้ก็มีหลานชายอีกสี่คนประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งทั้งสี่คน อายุยี่สิบเอ็ดปีเหมือนกัน โดยห่างกันแค่คนละเดือนสองเดือนเท่านั้น "ไหนเล่าให้ปู่ฟังหน่อยซิ ว่าเรียนอะไรกันบ้าง ใกล้จะจบหรือยัง แล้วมีแฟนกันกี่คนแล้ว" สิบทิศที่นั่งลงที่หัวโต๊ะ ระหว่างทานอาหารไป ก็ถามหลานชายขึ้นมา "เรียนวิศวะครับ" ดินตอบมาเป็นคนแรกด้วยน้ำเสียงจริงจังเล็กน้อย "ปีนี้จะจบแล้วครับคุณปู่" น้ำเป็นคนตอบคำถามที่สอง "ส่วนแฟนยังไม่มีครับ ผมจะอยู่เป็นโสดให้สาว ๆ เสียดายเล่น ฮ่า ๆ" ลมที่เป็นคนอารมณ์ดีพูดขึ้น "ผมก็ยังไม่อยากมีแฟนครับคุณปู่ ผมจะโสดเป็นเพื่อนอาเล็ก" ไฟพูดขึ้นมาอย่างทะเล้น ๆ และมองไปทางอาสาวอย่างล้อเลียน "ฮ่า ๆ ปู่จะคอยดูว่าจะอยู่เป็นโสดไปถึงเมื่อไร เพราะตระกูลเราเป็นตระกูลที่แต่งงานเร็ว มีลูกเร็ว ปู่ว่าพวกแกก็น่าจะเป็นเหมือนกัน ให้ทายนะว่าไม่เกินอายุยี่สิบห้าปี พวกแกจะต้องได้แต่งงาน" สิบทิศพูดขึ้นอย่างผู้หยั่งรู้ "ไม่มีทางครับ" น้ำพูดขึ้นอย่างแข็งขัน เพราะเขาเป็นคนที่หวงความโสดมากที่สุด "ฮ่า ๆ แล้วพอถึงวันนั้น อย่ามาอ้อนวอนให้ปู่ไปสู่ขอสาวให้ล่ะ ปู่จะเล่นตัวให้ดู" สิบทิศพูดไปก็หัวเราะไป "ไม่ใช่ผมแน่ครับคุณปู่ ผมยังไม่อยากมีเมียมาคอยตามห่วงใยเหมือนที่แม่คอยตามห่วงใยพ่อ ฮ่า ๆ" ธาราพูดจบก็หัวเราะชอบใจ "นี่พี่เอาไปพูดกับลูกว่ารำคาญฉันเหรอคะ" นาราหันมาถามสามีเสียงเขียว "โอ๊ยยย ใครจะคิดอย่างนั้น ใครจะกล้ารำคาญคุณภรรยา จริงมั้ยพวกเรา" ธนารีบตอบกลับอย่างรวดเร็วและหันไปหาเสียงสนับสนุนจากผู้ร่วมชะตากรรมอีกสามคน "ใช่ ๆ" ทั้งสามคนตอบกลับมาพร้อมกัน "ว้า~ ไม่มีพ่อบ้านใจกล้าเลย หมดสนุกเลย" ธาราหรือน้ำพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม "ปู่สอนไว้เองแหละ เก่งกับคนทั้งโลกได้ แต่อย่าเก่งกับเมีย เพราะมันจะหาความสงบสุขไม่ได้ พวกหลานก็จำเอาไว้ให้ดีนะ" สิบทิศพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี "โห~ ยิ่งแบบนี้ ยิ่งไม่ขอมีเมียเลยครับ" ลมพูดขึ้นอีกครั้ง "ใช่ครับ ผมไม่ชอบให้ใครมาจู้จี้จุกจิก ขออยู่เป็นโสดดีกว่า" ดินพยักหน้าสนับสนุนอีกเสียง "ผมไม่อยากมีแม่คนที่สองครับ ขอเที่ยวไปเรื่อย ๆ ดีกว่า" ไฟพูดจบก็ต้องหลบมือของแม่ที่ฟาดลงมาที่แขนเขาอย่างแรง "ส่วนผมขอให้เจอไข่มุกเม็ดงามก่อนครับ แล้วค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนนี้ยังไม่เจอเลยครับ" น้ำที่ชอบล่องเรือออกทะเลพูดขึ้นมาบ้าง "ฮ่า ๆ ช่างพูดจริง ๆ นะแต่ละคน แล้วปู่จะรอดู แต่ปู่จะบอกว่า... ใครมีเหลนให้ปู่ได้ก่อน ปู่จะให้ห้าสิบล้าน" สิบทิศพูดขึ้นมายิ้ม ๆ "มีลูกแต่ไม่มีเมียได้มั้ยครับคุณปู่ ฮ่า ๆ" ลมถามขึ้นเล่น ๆ เพราะเขารู้ว่า ยังไงปู่ก็ต้องให้เงินพวกเขาอยู่แล้ว "ได้... แล้วปู่จะคอยดูนะ ฮ่า ๆ" สิบทิศพูดจบก็หัวเราะลั่น "แต่ไฟว่าคนที่จะได้แต่งงานก่อนใคร คงเป็นไอ้น้ำนะครับคุณปู่ เพราะไฟได้ข่าวว่าไอ้น้ำเลี้ยงต้อยเด็กไว้คนหนึ่ง" อัคคีพูดขึ้นมาและมองไปที่ธาราอย่างหยอกล้อ "เลี้ยงต้อยอะไร แกพูดดี ๆ นะไอ้ไฟ" ธาราพูดแย้งขึ้นและชี้หน้าอัคคีอย่างเอาเรื่อง "อ้าว... ฉันก็เห็นนะว่าแกเลี้ยงน้องสาวไว้คนหนึ่ง หน้าตาน่ารักเลยล่ะ แถมเด็กคนนั้นยังติดแกมากเลย ไม่รู้ตอนนี้โตมาจะสวยขนาดไหนแล้ว" ปฐพีพูดขึ้นอีกคน เพราะเขาก็เคยเจอเด็กผู้หญิงคนนั้นมาบ้าง "ไม่เห็นจะสวยตรงไหน ตอนเด็ก ๆ เป็นยังไง โตมาก็เหมือนเดิมนั่นแหละ" ธาราตอบง่าย ๆ ก่อนจะตักอาหารเข้าปาก "เอ๊ะ ๆ อะไร ยังไง ไหนว่าไม่สนใจ ไม่ติดต่อกันมาตั้งหลายปี ทำไมถึงรู้ล่ะว่าน้องโตขึ้นหน้าตาเป็นยังไง" วายุพูดแซวขึ้นมาบ้าง "ก็ไม่ได้สนใจ แต่แม่ส่งรูปมาให้ดูบ่อย ๆ ในกลุ่มไลน์ครอบครัวน่ะ" ธาราตอบแค่นั้น แต่ความจริงเขาก็เข้าไปส่องเฟซบุ๊กของเด็กแสบนั่นบ้างบางครั้ง "เหรออออ ฮ่า ๆ" ทั้งอัคคี ปฐพี และวายุ พูดขึ้นพร้อมกัน จากนั้นก็หัวเราะเสียงดัง จากนั้นงานเลี้ยงก็ดำเนินไปอย่างอบอุ่น และเมื่องานเลี้ยงจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับไป สมาชิกแก๊งสี่ทิศ ขับรถสปอร์ตสุดหรูออกไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เพราะทั้งสี่คนได้แยกตัวออกไปอยู่ที่เพนต์เฮาส์ของตัวเองที่ปู่สิบทิศมอบไว้ให้ ธาราเมื่อมาถึงเพนต์เฮาส์ของตัวเองแล้ว ก็ถอดเสื้อผ้าทิ้งจนเหลือบ็อกเซอร์ตัวเดียว แล้วเดินลงไปในสระน้ำที่อยู่ตรงระเบียง เขานั่งหลังพิงขอบสระแล้วแหงนหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้า ที่มีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับในคืนนี้ "คืนนี้ดาวสวยมาก ว่าแต่มีกี่ดวงกันนะ" ธารานั่งมองดูดาวบนท้องฟ้าไป พร้อมกับดื่มวิสกี้ไปอย่างสบายอารมณ์ หนึ่งอาทิตย์ต่อมา... กริ๊ง กริ๊ง~ เสียงโทรศัพท์ดังรบกวนการนอนของชายหนุ่มที่พึ่งจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงนี้ ทำให้เขาหงุดหงิดมาก "โธ่เว้ย!!! นี่มันวันหยุดนะ ใครโทรมากวนแต่เช้าวะ คอยดูนะ แม่งจะด่าให้" ธาราสบถออกมาพร้อมกับควานหาโทรศัพท์มากดรับทั้ง ๆ ที่เขามุดอยู่ใต้ผ้าห่มและยังไม่ลืมตา "ฮัลโหล..." เขากระชากเสียงถามกลับไป แต่ธารายังไม่ทันจะได้ด่า ก็ต้องชะงักทันที เพราะเสียงปลายสายคือเสียงของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในชีวิตของเขา "น้ำ... ตื่นหรือยังลูก" นาราถามลูกชายเพียงคนเดียวมาตามสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ยังครับแม่ ว่าแต่แม่โทรมาทำไมแต่เช้าครับ" ธาราตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอู้อี้เหมือนคนยังไม่ตื่นนอน "ตายแล้ว ตาน้ำ ทำไมยังไม่ตื่นล่ะ นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ตื่นเดี๋ยวนี้เลยนะ" คราวนี้น้ำเสียงของคนเป็นแม่กลายเป็นโวยวายและเหมือนไม่พอใจทันที "โธ่~ แม่ครับ วันหยุดนะครับ ใครเขาจะตื่นเช้ากัน วันนี้ผมไม่มีเรียน และไม่ได้เข้าไปทำงานที่บริษัทนะครับ" ธาราได้ยินเสียงแหลมปรี๊ดของแม่ ก็ลุกขึ้นแล้วตอบกลับทันที "ไม่มีเรียน ไม่ต้องทำงาน แต่ต้องไปทำธุระที่แม่สั่งไว้สิ ทำแบบนี้ได้ยังไง ดีนะที่แม่โทรมาก่อน รีบอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปรับหนูนับดาวที่สนามบินเดี๋ยวนี้" นาราได้ฟังก็อยากจะหยิกลูกชายสักที แต่ก็ทำไม่ได้ จึงออกคำสั่งไปเสียงเข้ม "ฮะ!!! แล้วทำไมผมจะต้องไปรับยัยนั่นด้วยล่ะแม่ อยากมาเที่ยวเองก็ดูแลตัวเองไปสิ ยัยนั่นมากรุงเทพตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอครับแม่" ธาราขยี้หัวตัวเองไปก็ตอบแม่ออกไป เพราะเขารู้ว่าเด็กนั่นเรียนอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติที่สุราษฎร์ธานี แต่ก็บินมาที่กรุงเทพบ่อย ๆ "น้องบินมาเที่ยวอะไรของแกตาน้ำ แม่ก็บอกแกไปแล้วว่าน้องเรียนจบมัธยมแล้ว และตอนนี้หนูนับดาวก็กำลังจะเข้าเรียนมหาลัยปีหนึ่ง และที่สำคัญคือน้องจะไปเรียนที่มหาลัยเดียวกับแก" นาราตอบกลับมาอย่างขัดใจที่ลูกชายใช้น้ำเสียงเหมือนรำคาญหญิงสาวที่เธอรักเหมือนลูกคนหนึ่ง "ยัยนั่นมาเรียน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมอะแม่" ธาราถามกลับอย่างสงสัย "นี่แม่บอกอะไรไม่เคยจำใส่สมองเลยใช่มั้ย ก็อาทิตย์ที่แล้ว ก่อนพ่อกับแม่จะบินกลับมาที่นี่ แม่ก็บอกแล้วนะว่าน้องจะไปเรียนที่กรุงเทพและตอนนี้น้องยังไม่มีที่พัก พ่อกับแม่เลยคุยกับพ่อแม่หนูนับดาว แล้วเห็นว่าให้น้องไปพักอยู่กับลูกที่เพนต์เฮาส์ดีที่สุดเพราะใกล้มหาลัย และลูกจะได้ช่วยดูแลน้องด้วย หนูนับดาวก็ตอบตกลงแล้วด้วยว่าสะดวกที่จะไปพักกับลูก คราวนี้จำได้หรือยัง" นาราสาธยายทุกอย่างออกมาให้ลูกชายฟังอย่างละเอียด "แล้วพ่อแม่ถามผมหรือยังครับ ว่าผมสะดวกมั้ย" ธาราถามกลับไปบ้าง "ลูกไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธอะไรทั้งนั้น เครื่องน้องจะลงตอนเที่ยง ลูกก็รีบไปรับน้องด้วย เดี๋ยวอาทิตย์หน้าแม่ขึ้นไปหา แล้วเราค่อยคุยกัน อย่าลืมไปรับน้องด้วย แค่นี้นะ" พูดจบนาราก็วางสายไปทันที "แม่ ๆ เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งวางสิ แม่..." วายุได้แต่ตะโกนใส่โทรศัพท์ที่ถูกวางสายไปแล้ว "โธ่เว้ย!!! ยัยตัวแสบ เดี๋ยวคอยดูเถอะ เจอหน้านะ พ่อจะจัดการให้ร้องไห้กลับบ้านไม่ถูกเลย" ธาราพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่ก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว และรีบขับรถไปสนามบินทันที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD