สายวันต่อมาณัฐวรรณตื่นนอนด้วยความไม่สดชื่น เธอลุกไปมองที่ระเบียงรถยนต์ของมัฆวานยังอยู่แปลว่าเขายังไม่ได้กลับ เมื่อคืนหลังจากที่เธอพูดประโยคสุดท้าย เขาไม่พูดอะไรเลยและเดินออกไปจากห้องเงียบๆ
เรื่องในอดีตของเธอกับมัฆวานหญิงสาวไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แต่วันนี้เธอรู้สึกว่าเธอเก็บมันไว้กับตัวไม่ได้อีกแล้ว และคนที่เธอเลือกโทรหาก็คือชมพูนุท
“หา...วรรณกับพี่มัสเคย..” ชมพูนุทพูดไม่ออกเมื่อฟังเรื่องทั้งหมดแล้ว เธอนึกไม่ถึงว่าผู้ชายท่าทางดูเคร่งขรึมแบบเขาจะล่วงเกินเพื่อนของเธอตั้งแต่อายุ 18
วูบหนึ่งที่ชมพูนุทรู้สึกเกลียดมัฆวานขึ้นมา เพราะจากที่ณัฐวรรณเล่า ในคืนนั้นเพื่อนเธอเมาและไม่ได้มีโอกาสตัดสินใจอะไรเลย เขาฉวยโอกาสกับน้องสาวแบบนั้นได้ยังไง ถึงไม่ใช่การข่มขืนแต่ณัฐวรรณก็ไม่ได้เต็มใจ
แถมพอบอกเลิกเขาก็ยอมง่ายๆ และขาดการติดต่อนับแต่นั้นเหมือนรออยู่แล้ว ไม่ได้คิดจะรับผิดชอบอะไร
“แล้ววรรณจะทำไง จะอยู่ที่ไร่ต่อไหวไหม” เธอถามเพื่อน นึกตำหนิตัวเองว่าตั้งแต่เรียนจบเธอมัวมีความสุขกับเรื่องของตัวเอง จนไม่ได้สังเกตณัฐวรรณ เธอไม่เคยสังเกตุเห็นด้วยซ้ำว่าเพื่อนกับพี่ชายมีท่าทางแปลกๆ ต่อกัน
“ก็คงไปๆ มาๆ แบบนี้ล่ะ” ไปๆ มาๆ ในความหมายของณัฐวรรณคืออยู่สระบุรีบ้าง ไปสำนักงานที่กรุงเทพฯ บ้าง มาอุทัยฯ บ้างนั่นเอง ลดการเผชิญหน้ากับมัฆวานได้มาก
“ก็ดีนะไม่ต้องเจอกันมาก งั้นแกต้องรีบมีแฟนใหม่” ชมพูนุทเสนอความคิดที่คิดว่าเด็ดสุด
“แฟนใหม่ ใครเหรอฉันยังไม่อยากมีน่ะ” ณัฐวรรณแย้ง เธอไม่อยากดึงใครเข้ามาอีกแล้ว กลัวเป็นแบบปภพ
“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวฉันหาให้” ชมพูนุทวางสายไป
“พี่กร พี่ชานนท์เพื่อนพี่โสดไหมคะ” ชมพนุทถามสามีทันทีที่เขาลงมาจากชั้นบน
ชานนท์เป็นสถาปนิกหนุ่มมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตัวเอง หน้าตาดี รูปร่างดีมาก สุภาพ คุยสนุก ที่สำคัญคือรวย.. ฐานะดีไม่แพ้มัฆวาน เหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนเขยเธอที่สุด หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือ
“ไอ้นนท์เหรอ โสดนะไม่เคยเห็นมันมีแฟน” ภากรตอบงงๆ
“มีอะไรเหรอนุท” เขาถามแต่เธอไม่ตอบ ยิ้มกริ่มแบบไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่
“คุณวรรณทานอะไรดีคะ วันนี้มีข้าวต้มปลาจะรับไหมคะ” ป้าแดงถามเมื่อเธออาบน้ำแต่งตัวลงมาข้างล่าง
“ขอข้าวไม่ต้องเยอะนะคะ ขอบคุณค่ะป้า” เธออยากถามถึงมัฆวาน อย่างน้อยในฐานะเจ้าของบ้านเธอก็ไม่ได้หาที่นอนให้เขาเลย แต่ไม่ทันถามป้าแดงก็พูดขึ้นมาเอง
“คุณมัสตื่นแต่เช้าแล้วไปดูในโดมค่ะ แกว่าดอกเมล่อนที่คุณวรรณผสมไว้เมื่อวานติดแล้ว เดี๋ยวคงขึ้นมาแกบอกไว้ว่าอยากกินข้าวต้มปลา”
อ้อ ข้าวต้มนี่เขาอยากทานหรอกเหรอ หญิงสาวคิดในใจ สายตามองไปทางประตูห้องทานอาหารเขามายืนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
มัฆวานเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวตรงข้ามกับเธอ เขาขอบคุณป้าแดงที่จัดข้าวต้มและกาแฟให้ จนหญิงวัยกลางคนปลีกตัวออกไปแล้วจึงต่างคนต่างทานเงียบๆ เมื่อเขาอิ่มจึงพูดกับเธอ
“พี่จะกลับบ้านวันนี้ วรรณจะกลับเมื่อไหร่ดอกเมล่อนที่เหลือพี่จัดการผสมให้หมดแล้ว”
หญิงสาวกัดริมฝีปาก เธอยังไม่พร้อมจะกลับไป
“วรรณไม่ต้องห่วงว่าพี่จะพูดไม่รู้เรื่อง พี่ให้ได้ตามที่ขอพี่เคารพการตัดสินใจของวรรณเสมอ”
เธอนิ่งเงียบยังไม่ตอบอะไร มัฆวานลุกขึ้นและพูดว่า
“พี่อยากบอกวรรณว่า ที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการผูกมัดวรรณไว้กับพี่ หรือการปล่อยวรรณไปตอนที่ขอเลิก ทั้งหมดก็เป็นเพราะพี่รักวรรณไม่มีเหตุผลอื่นเลย”
ณัฐวรรณอยู่ที่นั่นต่ออีกสองวัน เธอจึงกลับสระบุรีไปช่วยเตรียมงานทำบุญบ้านของศกุนตลา หญิงสาวรุ่นพี่มีอายุมากกว่ากันเพียงปีเดียวเจ้าของไร่ฟาร์มโคนมอารมณ์ดี เธอรู้จักศกุนตลาผ่านทางชมพูนุทเมื่อปีก่อน
เธอไปช่วยก่อนวันงานหนึ่งวันอยู่ช่วยจนเย็น ชมพูนุทก็มาเช่นกันเพราะงานนี้เป็นการเปิดโรงฝึกการ์ดของอิทธิและภากรด้วย
“พรุ่งนี้มาเช้าๆ นะวรรณ มีคนจะแนะนำให้รู้จัก” ชมพูนุทบอกตอนมาส่งเพื่อนที่รถ
“ใครเหรอนุท” ณัฐวรรณคิดว่าเพื่อนเลิกล้มความคิดหาแฟนใหม่ให้เธอแล้วเสียอีก
“เถอะน่า สิ่งที่เพื่อนแนะนำให้ดีเสมอ ขับรถกลับบ้านดีๆ ล่ะ”
หญิงสาวแวะร้านปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้เจ้าอร่อยใกล้บ้าน สั่งปาท่องโก๋และน้ำเต้าหู้ ไปเลี้ยงคนช่วยงานบุญในตอนเช้าพร่งนี้
“ให้ไปส่งที่บ้านเลยนะคะหนูวรรณ”
“ค่ะเจ๊ เงินนี่ค่ะวรรณจ่ายไว้เลยไปฝากที่บ้านใหญ่ก็ได้นะคะ ตอนตีห้าค่ะ”
เช้ามืดวันงานเธอออกจากบ้านเล็กของตัวเองตั้งแต่ตีห้าครึ่ง ไปที่บ้านใหญ่หาว่าของที่สั่งไว้มาส่งหรือยัง
“หาอะไรลูก” คุณมณีจันทร์ตื่นมาเตรียมใส่บาตร ถามลูกสาวเมื่อเห็นเธอมองหาอะไร
“ปาท่องโก๋น้ำเต้าหู้ค่ะแม่ เจ้เขามาส่งรึยังคะวรรณนัดไว้ตีห้า”
“มาแล้วลูก แม่ให้เด็กเอาไปใส่รถพี่เขาแล้ว วรรณไปรถพี่เขาก็ได้นี่ไหนๆ ก็ไปงานเดียวกัน”
“วรรณจะไปตอนนี้เลยค่ะ ไปก่อนดีกว่าจะเอาไปให้แม่ครัว”
“พี่เสร็จแล้วไม่ทำวรรณสายหรอก จะไปกันเลยไหม” มัฆวานเดินมาถึงหน้าบ้านพอดี ตั้งแต่คุยกันครั้งสุดท้ายที่อุทัยฯ เขายังไม่เจอหน้าเธอเลย
“พี่เขามาแล้วไปสิลูก ฝากบอกหนูกุนว่าแม่จะไปตอนสายๆ นะ” คุณมณีจันทร์รุนหลังณัฐวรรณให้ขึ้นรถลูกชาย ท่านหันไปสั่งมัฆวาน
“ขับรถดีๆ นะมัส ตอนนี้ยังไม่สว่างดี”
บรรยากาศบนรถอึมครึมและอึดอัด ไม่มีใครพูดอะไรกัน จนกระทั่งไปถึงฟาร์มของศกุนตลา เมื่อไปถึงณัฐวรรณเอาขนมไปแจกให้แม่ครัวและคนมาช่วยงาน ส่วนมัฆวานต้องไปช่วยอิทธิไปยืมโต๊ะเก้าอี้วัดเพิ่ม และต้องไปรับพระในตอนสายๆ ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลย
“วรรณนี่พี่ชานนท์เป็นสถาปนิกเพื่อนพี่กร พี่เขาเป็นคนออกแบบโรงฝึกนี้ด้วย เห็นว่าอยากได้เอ้ย..อยากรู้จักสถาปนิกเก่งๆ ใช่ไหม” ชมพูนุทแนะนำให้เพื่อนสาวรู้จักกับชานนท์
“สวัสดีค่ะพี่นนท์” เธอทักตามมารยาท ชายหนุ่มคนนี้งานดีจริงตามที่ชมพูนุทเคยบอกไว้
“สวัสดีครับน้องวรรณ น้องวรรณเป็นเพื่อนสนิทของนุทใช่ไหมครับ” ชานนท์ทักทายพูดคุย
“ค่ะ สนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนเลยค่ะ รู้จักกันตั้งแต่เข้าปีหนึ่งจนตอนนี้เลย” เธอพูดยิ้มๆ
“พี่ก็เป็นเพื่อนไอ้กรตั้งแต่สมัยเรียนม.ปลายเลยครับ มาแยกกันตอนมันไปต่อนายร้อยตำรวจ ส่วนพี่สอบเข้าสถาปัตย์”
“โห..ก็หลายปีเลยสิคะ” ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ ก่อนที่จะแยกกันไปนั่งตามกลุ่มเพื่อนเธอและชานนท์แลกไลน์กันไว้ เพราะเธอมีโครงการจะทำบ้านพักเพิ่ม
“ไลน์นี้เลยค่ะพี่นนท์ สแกนคิวอาร์โค้ดได้เลย” เธอเปิดโทรศัพท์วางให้เขา
ณัฐวรรณเดินกลับมาที่โต๊ะของพวกผู้หญิง ชมพูนุทกระซิบ
“เป็นไงบ้าง พี่เขาโอไหม”
เธอพยักหน้า “พี่นนท์ก็คุยดีนะ อัธยาศัยดี” เธอหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่เห็นท่าทีกรุ้มกริ่มแบบชู้สาว และทำให้สบายใจที่จะคุยต่อ
“กูนึกว่ามึงหาทางกลับโต๊ะไม่เจอ” ภากรแซวชานนท์เมื่อฝ่ายหลังแยกจากณัฐวรรณกลับมาที่โต๊ะตัวเอง
“น้องนุทแนะนำเพื่อนให้รู้จัก เห็นว่าน้องวรรณอยากได้สถาปนิกดีๆ แนะนำถูกคนมาก” ชานนท์พูดเฮฮา เขาเป็นคนคุยสนุกและช่างสังเกต
“แล้วไง พอจะดีลงานได้ไหม” ภากรหยั่งเชิง
“เกินดี น้องวรรณคุยดีไม่เหวี่ยง น่ารัก” ชานนท์ชม ส่วนมัฆวานที่ร่วมโต๊ะเริ่มหน้าตึง ภากรจึงนึกขึ้นได้ว่ามัฆวานอาจจะหวงน้องสาว
“เออ ลืมแนะนำนี่คุณมัสเป็นพี่ชายน้องวรรณ”
ชานนท์ก้มศีรษะให้มัฆวานตามมารยาท คะเนว่าเขาอายุมากกว่ามัฆวานไม่มากสักสองสามปี
“สวัสดีครับ” มัฆวานทักกลับ ยังไม่ทันพูดอะไรต่อมีผู้ใหญ่อยากคุยกับคนออกแบบโรงฝึก ชานนท์จึงขอตัวไปคุยกับรองผู้บังคับการสนง.ตำรวจ ภากรมองตามเพื่อนและออกตัวว่า
“นุทคงเห็นว่าน้องวรรณเพิ่งเลิกกับแฟนน่ะครับคุณมัส เลยอยากแนะนำเจ้านนท์ให้น้องวรรณรู้จัก ไม่ต้องห่วงเลยครับเพื่อนผมคนนี้เป็นคนดี ไม่มีประวัติเจ้าชู้ โสดร้อยเปอร์เซ็นต์”