ลมแรงบนดาดฟ้าตึกระฟ้าใจกลางมหานครพัดจนชายเสื้อเชิ้ตแบรนด์หรูปลิวไสว ร่างสูงโปร่งของ 'อเดล วงศ์วริศ เบอร์นาร์ด' รองประธานบริษัท เอ็มไพร์เทค ยืนทอดสายตามองออกไปยังเส้นขอบฟ้า นิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ที่เหลือเพียงเถ้าสีหม่น
ดวงตาคมกริบที่ถอดแบบมาจากบิดาเฝ้ามองเครื่องบินลำแล้วลำเล่าที่บินผ่านหมู่เมฆไปอย่างเชื่องช้า... ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มที่มักจะประดับอยู่บนริมฝีปากเสมอ แววตาในยามที่เขาอยู่คนเดียวกลับดูว่างเปล่า ห้าปีแล้วที่เขามักจะขึ้นมายืนมองท้องฟ้าแบบนี้... เผื่อว่าจะมีเครื่องบินสักลำพา 'ใครบางคน' กลับมา
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว อัดควันนิโคตินเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะขยี้มันลงกับที่เขี่ยบุหรี่ แล้วหันหลังเดินกลับลงไปทำงานต่อ
ทันทีที่ลิฟต์ผู้บริหารเปิดออกสู่ชั้นทำงาน ออร่าความดูดีก็แผ่กระจายไปทั่ว อเดลในวัยยี่สิบสามปีคือภาพสะท้อนของความสมบูรณ์แบบ โครงหน้าคมคาย จมูกโด่งเป็นสัน รูปร่างสูงใหญ่ตามสายเลือดตะวันตกที่ผสมผสานอยู่ในตัว รอยสักรูปแมงป่องที่ต้นคอซึ่งโผล่พ้นปกเสื้อเชิ้ตออกมาวับๆ แวมๆ เป็นเพียงร่องรอยเดียวที่หลงเหลือมาจากช่วงชีวิตที่เคยพังทลาย
ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย อเดลเคยเกเรหนักถึงขั้นไม่ยอมกลับบ้าน ใช้ชีวิตเสเพลประชดความเจ็บปวดจนอลันกับเมลดาต้องปวดหัวและเหนื่อยใจอยู่พักใหญ่ กว่าที่เขาจะคิดได้ ดึงตัวเองกลับมาตั้งหลัก และก้าวเข้ามารับตำแหน่งรองประธานบริษัทเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว ก็เล่นเอาพ่อแม่เหนื่อยไปตามๆ กัน
แม้ในช่วงแรกจะเคยโดนคัดค้านจากบอร์ดบริหารว่ายังเด็กเกินไป ทว่าความสามารถและความเอาจริงเอาจังของเขาก็ทำให้ทุกคนยอมรับในเวลาอันรวดเร็ว
"วันนี้ก็หล่อเหมือนเดิมเลยนะคะท่านรอง" พนักงานสาวแผนกการตลาดเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มเมื่อเขาเดินผ่าน
อเดลชะงักฝีเท้า หันไปส่งยิ้มกว้างที่ทำเอาสาวๆ แถวนั้นใจละลาย "ถึงพี่ชมผม... ผมก็ไม่ขึ้นเงินเดือนให้หรอกนะ"
"โธ่... คุณอเดลใจร้ายอ่า"
เสียงหัวเราะครื้นเครงดังขึ้นรอบบริเวณ อเดลเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทเสมอ เขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ คุยเก่ง ไม่ถือตัว และให้เกียรติผู้ร่วมงานทุกคน
"พี่วิภาครับ ช่วยทำสรุปการประชุมอันนี้ให้ผมหน่อย ส่วนแฟ้มนี้พี่ส่งไปให้ฝ่ายบัญชีจัดการต่อได้เลยนะครับ" ชายหนุ่มสั่งงานเลขาฯ หน้าห้องด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานไป
ในสายตาของทุกคน อเดลคือชายหนุ่มที่เพียบพร้อม ขยันทำงานจนแทบจะกินนอนที่บริษัท นิสัยดีสุดๆ ... แต่สิ่งที่ทุกคนสงสัยก็คือ ผู้ชายที่เพอร์เฟกต์และน่ารักขนาดนี้ ทำไมถึง 'ไม่เคยมีแฟน' เลยสักคน
ครืดดด ครืดดด
เสียงสมาร์ตโฟนสั่นเตือนบนโต๊ะทำงานดึงเขาออกจากกองเอกสาร
"ครับหม่ามี๊"
(อเดลลูก... เย็นนี้คุณพ่ออยากให้ไปงานเลี้ยงกาล่าการกุศลด้วยนะลูก งานใหญ่เลย แขกผู้ใหญ่ในวงการมากันเยอะ คุณพ่ออยากพาเราไปเปิดตัวในฐานะรองประธานบริษัทเต็มตัวน่ะ ถือซะว่าไปช่วยงานคุณพ่อนะครับ)
"ตอนนี้ผมยังยุ่งอยู่เลยครับหม่ามี๊ มีงานที่ต้องเคลียร์เต็มไปหมดเลย"
(เดี๋ยวให้คุณวิภาจัดการต่อก็ได้นี่ลูก ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเถอะ)
อเดลนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "งั้นเดี๋ยวผมแต่งตัวแล้วตรงไปที่งานเลยนะครับ จะได้ไม่เสียเวลากลับบ้าน"
เหตุผลที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องเวลา แต่เขาแค่หลีกเลี่ยงการกลับไปเหยียบคฤหาสน์วงศ์วริศ... ไม่อยากกลับไปเห็นมุมต่างๆ ในบ้านที่ยังคงเต็มไปด้วยความทรงจำของใครบางคน
(โอเคครับ คิดถึงนะครับลูก ขับรถดีๆ ล่ะ)
"ครับ รักหม่ามี๊ครับ"
ตกเย็น อเดลจัดการอาบน้ำและเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัวส่วนตัวที่ซ่อนอยู่หลังห้องทำงาน เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่บ่อยจนมันแทบจะกลายเป็นห้องนอนหลัก ร่างสูงก้าวออกมาในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นความสง่างามแต่ก็แฝงความดุดันจากรอยสักที่คอเอาไว้ได้อย่างลงตัว
เมื่อรถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดหน้าโรงแรมระดับห้าดาว อเดลก็ก้าวลงมาพร้อมกับแสงแฟลชจากช่างภาพ เขาเดินเข้าไปในงานจัดเลี้ยงที่ประดับประดาอย่างหรูหราอลังการ ก่อนจะตรงไปหาผู้เป็นพ่อและแม่ที่ยืนคุยอยู่กับแขกผู้ใหญ่
"สวัสดีครับคุณลุง คุณอา" อเดลยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มมีเสน่ห์
"มาช้านะเรา" อลันเอ่ยทักลูกชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความภูมิใจ
"รถติดนิดหน่อยครับพ่อ" อเดลตอบกลับอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะรับแก้วแชมเปญจากบริกรมาถือไว้
บรรยากาศในงานดำเนินไปอย่างราบรื่น ผู้คนมากมายพูดคุยกันจอแจ จนกระทั่งเสียงพิธีกรบนเวทีดังขึ้นดึงความสนใจของแขกเหรื่อทั้งงาน
"และในค่ำคืนอันแสนพิเศษนี้ เรามีเรื่องน่ายินดีที่จะขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จัก... ขอเสียงปรบมือต้อนรับ คุณอลิซ ศิริวัฒนากุล บุตรสาวเพียงคนเดียวของท่านรัฐมนตรี ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาและเดินทางกลับมาจากต่างประเทศครับ!"
เพล้ง!
แก้วแชมเปญในมือหนาร่วงหล่นลงแตกกระจายบนพื้น แต่อเดลไม่ได้สนใจมันเลยสักนิด ดวงตาคมกริบที่มักจะทอประกายขี้เล่นอยู่เสมอ บัดนี้เบิกกว้างและสั่นระริก สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างบอบบางในชุดราตรีที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที
หัวใจที่เคยหยุดเต้นไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน กำลังกลับมาเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก...
"อลิซ...?"