...อลิซ
ทันทีที่หญิงสาวบนเวทีกล่าวทักทายแขกผู้มีเกียรติจบและกำลังก้าวลงจากบันไดเวทีด้านข้าง สัญชาตญาณเดียวที่สั่งการในหัวของอเดลคือ…ต้องตามไป
ร่างสูงโปร่งในชุดทักซิโด้สีดำสนิทรีบก้าวยาวๆ ฝ่าฝูงชนที่กำลังยืนออพูดคุยกันออกไปอย่างรวดเร็ว เขาไม่สนมารยาททางสังคม ไม่สนว่าตัวเองคือรองประธานบริษัทเอ็มไพร์เทคที่ทุกคนจับตามอง สายตาของเขาล็อกเป้าหมายไปที่แผ่นหลังบางนั้นเพียงจุดเดียว ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้เป็นแม่ที่ยืนอยู่ไม่ไกล
"เดี๋ยวก่อน อเดลลูก!"
เมลดาเอื้อมมือไปรั้งแขนเสื้อลูกชายไว้ได้เพียงปลายเล็บ อเดลวิ่งออกไปแล้ว... ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหรือฟังเสียงเรียกของเธอเลยด้วยซ้ำ คนเป็นแม่ใจหายวาบ หันไปคว้าแขนสามีที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันที แววตาเต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"จะไม่เป็นอะไรใช่มั้ยคะแด๊ดดี้... ลูกเรา..."
อลัน วงศ์วริศ ทอดสายตามองตามแผ่นหลังกว้างของลูกชายคนโตไปจนลับตา ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนาเอื้อมไปตบลงบนหลังมือของภรรยาเพื่อปลอบประโลม
"ปล่อยให้เขาคุยกันเถอะเมล... ลูกเรามันคงไม่ทำอะไรหนูอลิซหรอก" อลันรู้ดีกว่าใคร ว่าลูกชายของเขารักและเฝ้ารอเด็กผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน และบาดแผลห้าปีที่อเดลแบกรับไว้ มันถึงเวลาที่ต้องได้รับการสะสางเสียที
.
ทางด้านอเดล เขาสาวเท้าเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นวิ่ง โถงทางเดินด้านหลังห้องจัดเลี้ยงนั้นค่อนข้างเงียบสงบ ไร้ซึ่งผู้คนพลุกพล่าน แสงไฟสลัวสีส้มทองทอดเงาของเขาให้ทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน
ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นระรัว ฝ่ามือหนาเย็นเฉียบและชื้นเหงื่อ เขาจินตนาการถึงฉากการพบกันซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาเป็นพันๆ ครั้ง แต่พอถึงเวลาจริงๆ หัวสมองกลับขาวโพลนไปหมด
จนกระทั่ง... สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างบอบบางที่กำลังก้าวเดินเลี้ยวไปทางห้องน้ำ
"อลิซ!!"
เสียงทุ้มที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยความอัดอั้นตะโกนเรียกชื่อที่ถูกสลักลึกอยู่ในหัวใจออกไปสุดเสียง
แผ่นหลังบางนั้นชะงักกึกทันที ส้นรองเท้าแก้วหยุดนิ่งอยู่กับที่ อลิซหลับตาลงแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนสุดปอดเพื่อกดทับความปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ มือเล็กที่สั่นเทากำกระเป๋าคลัตช์ในมือแน่น
เธอกลั้นใจ ปั้นหน้ากากที่เย็นชาที่สุดขึ้นมาสวมทับความอ่อนแอ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่เธอหนีมาตลอดห้าปี
"สวัสดี... อเดล"
อเดลยืนนิ่งงันไปชั่วขณะ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน... 'สวัสดี' แค่นี้เองเหรอ? นั่นคือคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัว นี่คือคำพูดแรกจากคนที่ทิ้งเขาไปโดยไม่บอกลา และไม่ได้เจอกันมาตลอดห้าปีงั้นหรือ?
อลิซคลี่ยิ้มบางๆ ส่งให้เขา เป็นรอยยิ้มที่ดูสุภาพและห่างเหิน
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ๆ เผลอไล่สายตาสำรวจคนตรงหน้าอย่างลืมตัว... อลิซยังเหมือนเดิม รอยยิ้ม ดวงตากลมโต และใบหน้าจิ้มลิ้มที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดทุกลมหายใจ ทุกอย่างยังคงเดิม จะต่างไปก็เพียงแค่ตอนนี้เธอโตเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งจนสะกดสายตา
"กลับมาแล้ว... ทำไมไม่ติดต่อมาล่ะ" อเดลถามเสียงพร่า พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น
อลิซหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมา มือเล็กบีบกระเป๋าคลัตช์ในมือแน่น "เอ่อ... พอดีช่วงนี้เรายุ่งๆ น่ะ แต่ก็... ดีใจนะที่ได้เจออเดล"
ความห่างเหินนั้นทำให้อเดลรู้สึกเหมือนถูกบีบหัวใจ เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว แววตาที่เคยมองเธอด้วยความอ่อนโยนบัดนี้เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสับสน
"ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันหน่อยเหรอ" ชายหนุ่มคาดคั้น เขาต้องการคำตอบ ต้องการเหตุผลสำหรับห้าปีที่เขาต้องทนทรมานราวกับตกนรกทั้งเป็น
อลิซแสร้งทำหน้านึก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อ้อ... เรื่องที่ไปเรียนต่อต่างประเทศน่ะเหรอ ตอนนั้นมันค่อนข้างฉุกละหุกไปหน่อยน่ะ เลยไม่มีโอกาสได้บอกลาก่อน"
"โอกาสมันมีตลอดอลิซ... แค่เธอตั้งใจจะไม่บอก" อเดลสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเจือความตัดพ้ออย่างปิดไม่มิด "เธอต้องการจะทิ้งฉันไปตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ย"
“…”
ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา เพราะกลัวว่ากำแพงที่สร้างไว้จะพังทลายลงมา
"อเดล... เราขอโทษนะ" เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา
คำขอโทษที่หลุดออกมาทำให้อเดลยอมละทิ้งทิฐิและศักดิ์ศรีของท่านรองประธานจนหมดสิ้น แววตาของเขาอ่อนแสงลง เผยให้เห็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่รักผู้หญิงตรงหน้าอย่างหมดหัวใจ
"ฉันให้อภัยเธอได้นะ... ถ้าเธอสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉันไปอีก" อเดลเอื้อมมือไปรั้งข้อมือเล็กไว้หลวมๆ
"ฉันไม่โกรธเธอหรอกที่เธอหนีไปเรียนต่างประเทศ แค่เธอบอกฉันสักคำ... ฉันจะได้รอ"
"..."
"ฉันรอเธอมาตลอดนะอลิซ... ต่อให้เธอบอกให้ฉันรอห้าปี หรือต้องรอเป็นสิบปี เธอเองก็รู้ดี... ว่ายังไงฉันก็จะรอ"
คำสารภาพที่หนักแน่นและจริงใจของอเดลแทบจะทำให้อลิซกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่คำสั่งประกาศิตของผู้เป็นพ่อยังคงดังก้องอยู่ในหัว เธอไม่อาจดึงเขาลงมาดิ้นรนในกรงขังของเธอได้ หญิงสาวสูดลมหายใจ ลุกขึ้นสู้กับความรู้สึกตัวเอง แล้วงัดเอาความเย็นชาขั้นสุดออกมาใช้
"จะรอทำไม?" เธอดึงข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของเขาอย่างช้าๆ
อเดลชะงัก นัยน์ตาสั่นไหวอย่างรุนแรง "...แล้วเรื่องสัญญาของเราล่ะ"
"มันไม่มีอีกแล้วอเดล สัญญาเด็กๆ พวกนั้นน่ะลืมมันไปเถอะ" อลิซจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา เอ่ยประโยคที่กรีดลึกลงไปในหัวใจของคนฟังอย่างเลือดเย็น "ตอนนี้เรากำลังจะแต่งงาน... และหลังจากนี้ เราก็ไม่ควรมาเจอกันอีก"
พูดจบ ร่างบอบบางก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เธอรีบก้าวเดินออกไปทางประตูด้านหลังเพื่อขึ้นรถยุโรปคันหรูที่จอดเทียบรออยู่ โดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย
ทิ้งให้อเดลยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดิน หัวใจที่เพิ่งจะกลับมาเต้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ถูกมือของคนที่เขารักที่สุดบีบขยี้จนแหลกสลายคามือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ป้าๆ ปลอบหลานหน่อย ต้นเรื่องอาจจะขมหน่อยน้า แม่ๆ จับมือกันไว้นะ ถ้าเด็กผ่านกันไปได้จะหวานเจี๊ยบเลย