บทที่ 2 เตรียมถ่ายทำ

1991 Words
เพียงพริบตาเวลาก็ผ่านไปแล้วเกือบครึ่งเดือนนับแต่ที่ได้รับข้อเสนอให้ลองมาเล่นหนัง ซึ่งสำหรับพีรดาก็นับเป็นช่วงเวลาแห่งความพลิกผันอยู่เหมือนกัน เพราะในที่สุดแล้วเธอก็ตัดสินใจรับงาน แน่นอนว่าเหตุผลหลักที่ทำให้เธอตัดสินใจรับงานคือ ‘ร้อนเงิน’ เพราะหลังจากนั้น จู่ ๆ ธนาคารก็เริ่มโทรมาทวงหนี้และบอกว่าถ้าเดือนนี้ยังไม่ชำระอีกก็อาจจะต้องดำเนินการทางศาล ซึ่งมันทำให้พีรดาค่อนข้างร้อนใจ ซึ่งในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฟองก็ทำการบ้านหาข้อมูลโดยการศึกษาผลงานสุดเสียวของพี่เสที่ยัยจีจี้ส่งมาให้ไปพลาง ๆ ก่อนจะพบว่ามันตรงจริตเธอจนน่าตกใจ ฉากพวกนั้นมันไม่ได้ดูโป๊เปลือยอล่างฉ่างอย่างที่คิดเอาไว้ แต่กลับให้ความรู้สึกเย้ายวนชวนหลงใหล จนคนดูอย่างเธอถึงกับอินตาม ก็นะ... กว่าที่จะดูผลงานการกำกับของพี่เสครบทุกเรื่อง ฟองนี่เบ็ดตามจนนิ้วเปื่อยไปหมด แน่นอนว่าเรื่องที่เด็ดที่สุด ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่พี่พฤกษ์เล่นเป็นพระเอกเพราะมันแซ่บมาก~ นี่ถ้ายัยจีจี้ไม่ได้บอกเอาไว้ว่าพี่เขาเป็นพวกนกเขาไม่ขัน เธอคงคิดว่าพระนางมีอะไรกันในฉากไปแล้ว แต่ก็นั่นแหละ... พอได้ดูผลงานของผู้กำกับและนักแสดงร่วม ท้ายที่สุดฟองก็ตัดสินใจรับงาน ไหน ๆ ก็ร้อนเงินอยู่แล้ว ถือเสียว่าทำงานนี้เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับคนที่ตัวเองชื่นชมก็แล้วกัน ถึงยังไงตอนนี้เธอก็เหลือตัวคนเดียวแล้ว คงไม่ต้องเห็นแก่หน้าใครขนาดนั้น เพราะงั้นตอนนี้สนใจเรื่องปากท้องก่อนดีกว่า หลังจากที่ตัดสินใจได้ พีรดาก็รีบเข้าไปที่บริษัทและเซ็นสัญญาทันที ก่อนจะรีบเอาเงินที่ได้รับไปสะสางหนี้ที่ค้างอยู่ ซึ่งไม่กี่วันหลังจากนั้น เธอก็ถูกผู้กำกับเรียกไปคุยพร้อมกับทำความรู้จักนักแสดงร่วมเพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดหนังที่กำลังจะเปิดกล้องในไม่กี่วันข้างหน้า พูดตามตรงว่าพวกเขาดูต่างกับที่เธอคิดไว้นิดหน่อย เพราะทั้งพี่เสและพี่พฤกษ์ดูเป็นผู้ชายหล่อเนี๊ยบให้เกียรติผู้หญิงสุด ๆ จนฟองแอบตกใจที่พวกเขาเป็นคนทำหนังที่แซ่บขนาดนี้ออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ ‘พี่พฤกษ์’ ที่โคตรจะสุภาพบุรุษ เพราะก่อนเข้าฉากกันทุกครั้ง เขาจะขออนุญาตแตะเนื้อต้องตัวเธอก่อนเสมอ ไม่ว่ามันจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ซึ่งนั่นเป็นจุดที่พีรดาประทับใจ ตอนนี้เธอเริ่มถ่ายหนังเรื่องนี้มาประมาณหนึ่งสัปดาห์แล้ว ซึ่งช่วงที่ผ่านมาจะมีแต่คิวถ่ายฉากทั่ว ๆ ไป เพราะพี่เสอยากให้นักแสดงได้ทำความคุ้นเคยกันก่อน แต่ตั้งแต่วันนี้ไปก็จะเริ่มมีฉากนัวเนียเพิ่มเข้ามานิดหน่อย ส่วนฉากเรทที่ใหญ่ที่สุดของเรื่องจะถ่ายในคิวสุดท้าย หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับฉากที่จะถ่ายทำในวันนี้ เพราะมันเป็นซีนที่เธอจะต้องเปลือยอกถ่ายเป็นครั้งแรก ฉากนี้เป็นฉากที่พระนางนัวเนียกันในโรงแรมหลังจากที่สปาร์คกับในผับ มันเป็นฉากวันไนต์สแตนด์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง ซึ่งซีนนี้ทั้งคู่จะไม่ได้มีความรู้สึกอะไรต่อกันเลย นอกจากความใคร่และหลงใหลในรูปลักษณ์ของกันและกัน ดังนั้นซีนนี้เธอเลยต้องแต่งตัวสวยเอ็กซ์เซ็กซี่จัดหนักจัดเต็ม เรียกได้ว่าหน้าผมขย่มเป็นชั่วโมง ส่วนบทที่ต้องเล่นก็คือ พอ ‘น้ำ’ ซึ่งเป็นนางเอกของเรื่องก้าวเข้ามาในห้องปุ๊บ ‘คุณตุลย์’ ที่ตามเข้ามาก็จะจับเธอกดที่หลังประตู ก่อนที่พวกเราจะเริ่มนัวเนียกัน ‘ร่างกายของคนทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันอย่างเร่าร้อน ขณะที่ริมฝีปากประกบปิดกันไม่ห่าง มือใหญ่สอดเข้าไปใต้กระโปรงสาวและปลุกปั่นเธอให้ตื่นเตลิดด้วยปลายนิ้วหยาบกร้าน ส่วนใบหน้าก็เคลื่อนต่ำลงมา ฉกชิมลิ้มลองสองเต้าด้วยความตะกละตะกลาม’ นั่นคือคำบรรยายของฉากที่พวกเรากำลังจะถ่าย ซึ่งตามที่คุยกันไว้ มือของพี่พฤกษ์ที่สอดเข้ามาใต้กระโปรงจะไม่ได้สัมผัสเนินสวาทของเธอจริง ๆ เพียงแต่ขยับยุกยิกแถวต้นขาด้านในเพื่อความสมจริงเท่านั้น ทว่าอย่างอื่นนอกเหนือจากนี้ เธอกับพี่พฤกษ์ต้องเล่นกันจริง ๆ ซึ่งมันทำให้พีรดาแอบเขินอยู่เหมือนกัน แหม~ แค่ต้องนัวเนียกับผู้ชายหน้ากล้องนี่ก็อายจนแทบจะมุดดินหนีอยู่แล้ว แต่นี่ถึงขั้นต้องเปลือยอกให้คนหล่อ ๆ อย่างพี่พฤกษ์มาเล่นนม ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยก็หน้าหนาเกินไปแล้วล่ะ แต่ก็นั่นแหละนะ... ในเมื่อรับงานรับเงินเขามาแล้ว ยังไงงานนี้เธอก็ต้อง The show must go on สถานเดียว “ตื่นเต้นเหรอฟอง เราดูประหม่านะ” ‘พี่พฤกษ์ – พสิษฐ์’ ที่ยืนอยู่ข้างเซ็ตด้วยกันหันมาถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าเธอยืนเรียกขวัญและกำลังใจให้ตัวเองในระหว่างที่พวกเรารอเข้าฉาก ฟองที่ถูกถามจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนและยอมรับความจริงออกไปแต่โดยดี “ก็นิดนึงแหละค่ะ พอดีฟองไม่เคยเล่นฉากแบบนี้มาก่อน มันเลยเขิน ๆ อ่ะพี่” “พี่เข้าใจ ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ แต่ระดับฟองทำได้อยู่แล้ว ขนาดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรายังถ่ายทุกฉากได้แบบไม่มีปัญหาเลยนี่” พอได้ยินแบบนั้น ฟองก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมา ตั้งแต่เริ่มถ่ายทำ นอกจากยัยจีจี้ก็มีพี่พฤกษ์นี่แหละที่คอยให้กำลังใจเสมอเวลาถ่ายงาน ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้ทำงานร่วมกับเขาในการถ่ายหนังเรื่องแรกแบบนี้ “ฉากถัดไปพี่อาจจะต้องถึงเนื้อถึงตัวฟองเยอะหน่อย... ถ้ายังไงพี่ขออนุญาตเราไว้ล่วงหน้าเลยนะ” “ตามสบายเลยค่ะพี่พฤกษ์ มันเป็นงานนี่นา~ พวกเราตกลงกันไว้แล้วว่าจะต้องเล่นอะไร แค่ไหนบ้าง เพราะงั้นฟองเข้าใจดี” เธอพยายามพูดให้เขาสบายใจ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูจะเกรงใจเธออย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพอพี่พฤกษ์ได้ยินเธอพูดดังนั้น ก็มีสีหน้าดีขึ้นทันที “เอ่อ... พี่ขอถามอะไรเราหน่อยได้ไหม? คือมันอาจจะละลาบละล้วงนิดหน่อย แต่ถ้าฟองไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะ พี่โอเค” “พี่พฤกษ์จะถามอะไรเหรอคะ?” “ฟองต้องมาเล่นฉากแบบนี้กับพี่ แฟนฟองเขาไม่ว่าเอาเหรอ? คือพี่รู้ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของฟอง แต่พี่...” ตากลมจ้องมองท่าทางกระอักกระอ่วนนั้นอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่พีรดาจะเผลอระเบิดหัวเราะออกมา โธ่เอ๊ย! พ่อเทวดา เป็นคนดีอะไรขนาดนี้เนี่ย~ “พี่พฤกษ์~ ของแบบนั้นฟองไม่มีหรอกค่ะ แล้วถึงมี แต่ถ้ามันเป็นงาน เขาก็ห้ามฟองไม่ได้อยู่ดี” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเจือขบขัน และนั่นทำให้คนตรงหน้ายกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองด้วยความประหม่า ท่าทางทำตัวไม่ถูกของคนอายุมากกว่า ทำให้พีรดาอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมา ขณะที่คิดในใจไปด้วยว่าผู้ชายคนนี้ช่างน่ารักและเอาใจใส่เสียจริง “แล้วพี่พฤกษ์ละคะ? เล่นฉากแบบนี้บ่อย ๆ แฟนไม่ว่าเอาเหรอ?” “คนอย่างพี่จะไปมีแฟนได้ยังไงล่ะฟอง นี่พี่ทำใจรอไว้แล้วนะว่าตัวเองคงต้องโสดตลอดชีวิต” “โห่~ พี่พฤกษ์ ถ้าหล่อ ๆ อย่างพี่พฤกษ์ยังพูดแบบนี้ แล้วฟองจะทำยังไงละคะ? ถ้าอย่างพี่ฟฤกษ์ยังหาแฟนไม่ได้ อย่างฟองคงหมดหวังจะสละโสดแล้วมั้งเนี่ย” เสียงหวานพูดติดตลก ขณะที่เย้าแหย่กับคู่สนทนาอย่างสนุกสนาน ความประหม่าที่มีอยู่ก่อนหน้ามลายหายวับไปทันตา เมื่อคนมีประสบการณ์มากกว่ามาชวนคุยให้ผ่อนคลายความเครียด อย่างที่คิดเลย พี่พฤกษ์เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีชะมัด! ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวประทับใจในตัวพระเอกของตนมากขึ้นไปอีก และในตอนนั้น พี่เสที่เซ็ตฉากกับไฟเรียบร้อยแล้วก็เดินมาหาพวกเราพอดี ก่อนจะมองหน้าพวกเราสองคนสลับกันไปมา “บรรยากาศดีเชียว... ทั้งสองคนพร้อมถ่ายกันหรือยัง?” “พร้อมแล้วค่ะ / ครับ” “โอเค งั้นฟองรอพี่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพี่จะเรียกคอสตูมมาดูหน้าผมให้เราอีกที ส่วนพฤกษ์... ไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อยไป” “ครับ” พอได้รับคำสั่งแบบนั้น พี่พฤกษ์ก็เดินแยกตัวไปทางอื่น ปล่อยให้เธอยืนรออยู่กับผู้กำกับ ฟองที่ไม่มีอะไรทำจึงมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินไปยังกระเป๋าสัมภาระด้วยความสงสัยว่า ไอ้คำว่า ‘จัดการตัวเองให้เรียบร้อย’ นั่น มันหมายถึงอะไรกัน แต่แล้วตากลมก็ต้องเบิกกว้างจนแทบถลนออกมา เมื่อเห็นว่าพี่พฤกษ์กำลังหยิบอะไร “ตกใจอะไรขนาดนั้น ทำอย่างกับไม่เคยเห็น ‘ดิลโด้’ ไปได้” น้ำเสียงเรียบเรื่อยของพี่เสที่พูดขึ้นมา ทำเอาพีรดาถึงกับอ้าปากพะงาบอย่างพูดไม่ออก มันไม่ใช่ว่าไม่เคยเห็น เพราะของแบบนั้นเธอก็มีอยู่ที่ห้อง เพียงแต่เธอแค่ไม่เข้าใจว่าผู้ชายอย่างพี่พฤกษ์ จะพกของแบบนั้นมากองถ่ายทำไม “พะ พี่เสคะ เมื่อกี้นี้มัน...” จู่ ๆ ฟองก็รู้สึกพูดไม่ออกขึ้นมากะทันหัน จึงทำได้เพียงหยุดประโยคนั้นไว้แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ หน้าสวยเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม เพราะในหัวดันจินตนาการไปแล้วว่าพี่พฤกษ์จะใช้งานเจ้าสิ่งนั้นด้วยวิธีไหน ป๊อก! “คิดไปไกลใหญ่แล้วนะเรา พี่ไม่ได้ให้เจ้าพฤกษ์พกของแบบนั้นมาทำเรื่องลามกในกองถ่ายหรอกน่า~ พี่แค่จะให้เอามันไปยัดในกางเกงให้เป้ามันดูตุงเป็นลำเหมือนของจริงเฉย ๆ เพราะถ้าตรงนั้นมันไม่นูนเด่นจริง ๆ เวลามองผ่านกล้อง มันจะไม่เห็นน่ะ ฟองนี่ก็มโนเก่งเหมือนกันนะเนี่ย” เธอได้แต่พยักหน้ารับคำพูดนั้นอย่างเลื่อนลอย ขณะที่ยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ถูกเขกมะเหงกใส่ไปพลาง ๆ ซึ่งตอนนั้นเองที่ยัยจีจี้โผล่มาช่วยดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าพอดี พีรดาเลยหันมาตั้งสมาธิเตรียมเข้าฉากอย่างตั้งใจ และพอพี่พฤกษ์กลับมายืนอยู่ข้าง ๆ เธอก็พยายามจะไม่ก้มลงมองส่วนที่เขาเพิ่งไปจัดการมา เพราะไม่อยากฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ หลังจากนัดแนะกันเรื่องบล็อกกิ้งและบทพูดอีกเล็กน้อย การถ่ายทำจริงก็เริ่มต้นขึ้นทันที สตาฟคนอื่น ๆ นอกจากนักแสดง ผู้กำกับและตากล้องถูกเชิญออกสตูฯ เพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิของพระนาง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขณะที่นึกถึงสิ่งที่ตัวเองต้องทำไปด้วยในใจ แต่กระนั้นก็ยังไม่วายรู้สึกประหม่า “เอาละนะทุกคน เดี๋ยวเราจะเริ่มถ่ายกันแล้วนะ กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม 5... 4… 3… 2… แอคชั่น!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD