เช้าวันต่อมารายาเคลียร์ค่าใช้จ่ายของพี่สาวแล้ว และพากันเดินทางไปส่งไลลาที่สระบุรี ไลลานั่งรถไปกับรายาส่วนรถยนต์ของเธอธามเป็นผู้ขับไป ส่วนคนที่ยังอยู่พัทยาคือโมกข์เขายังต้องคุยเรื่องคดีกับตำรวจในพื้นที่ต่อ
ธามปรับเบาะที่นั่งคนขับให้พอดีกับส่วนสูงของเขา ชายหนุ่มกวาดตาไปทั่วภายในรถยนต์ของไลลา เขากระพริบตาเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่คอนโซลหน้ารถ มันคือปีกเครื่องหมายรูปปลาโลมาคู่ของเขาเองเมื่อหกปีก่อน ชายหนุ่มมือสั่นเมื่อหยิบมันมาดู เขาไม่คิดว่าไลลาจะยังเก็บมันไว้
ชายหนุ่มย้อนคิดไปถึงตอนก่อนที่เขาจะตัดสินใจเข้าร่วมภารกิจพิเศษ ตอนนั้นเขาเพิ่งแต่งงานกับไลลาได้เพียง 5 วัน คุณเรไรมารดาของเธอมาหาเขาที่ทำงาน
“คุณแม่มาเที่ยวแถวนี้เหรอครับ” เขามองท่านอย่างแปลกใจ
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” คุณเรไรไม่อ้อมค้อม
“ครับคุณแม่”
“เธอคิดจะทำงานแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน เมื่อไหร่ลูกสาวฉันจะสบายสักที” ท่านถามส่วนคนฟังไม่เข้าใจ เขาคิดว่ายศเรือเอกกับค่าตำแหน่ง ค่าปีกที่ได้แต่ละเดือนก็ไม่น้อย เขาไม่ใช่เศรษฐีแต่เขาแน่ใจว่าไลลาจะไม่ลำบาก
“คุณแม่หมายความว่าอะไรครับ” เขาถามท่านตรงๆ
“ทำไมเธอไม่ไปทำงานตำแหน่งอื่นที่ได้เงินมากกว่านี้ นี่อะไรที่ซื้อเงินสดแต่เอาที่ไปเข้าแบงค์กู้เงินมาสร้างร้าน ไหนว่าเธอให้ที่ดินเป็นสินสอดไงล่ะ” ท่านทวงถามตรงๆ
“ครับ แต่ผมก็เป็นคนส่งเองนะส่วนเงินที่กู้มาสร้างร้านให้พริก”
ตอนนั้นชายหนุ่มไม่ได้มีเงินส่วนตัวมากนัก เขาเอาเงินที่มีซื้อที่ดินด้วยเงินสด แล้วเอาเข้าแบงค์เพื่อกู้เงินมาสร้างร้านที่เป็นความฝันของไลลา โดยที่ตัดเงินเดือนแต่ละเดือนส่งธนาคาร
“ถ้าจะให้ผมหาเงินมากกว่านี้ ผมคงต้องลงพื้นที่จำหน่ายชื่อตายแล้วล่ะครับ พริกจะได้เงินกองทุนส่วนของผม เงินที่กู้ก็ไม่ต้องส่งเพราะมีประกันชีวิตทำคู่กับสัญญากู้เงิน” เขาประชดแต่คุณเรไรเอาจริง
“ก็แล้วทำไมไม่ทำล่ะ นี่เธอรักลูกสาวฉันจริงรึเปล่า ลงพื้นที่จะนานสักแค่ไหน ปีสองปีถ้าไม่ตายจริงเธอก็ได้กลับมา” ท่านพูดง่ายๆ
“คุณแม่ครับ ผมว่ามันจะไปกันใหญ่แล้ว” เขาปราม
“ถ้าเธอรักลูกสาวฉันจริงก็ทำให้เห็นสิ ฉันสัญญาเลยระหว่างที่เธอไม่อยู่ฉันจะดูแลยายพริกอย่างดี เธอกลับมาเมื่อไหร่ก็มารับเมียเธอไป”
ตอนนั้นเขายังไม่ปลงใจว่าจะทำตามนั้น แต่ชายหนุ่มถูกกระทบเปรียบเปรยทุกวัน ว่าถ้าไลลาเลือกคนอื่นคงได้เป็นคุณนายไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งทำขนมขายงกๆ
เมื่อทนไม่ไหวเขาจึงไม่อยากกลับบ้าน และในอีกสองวันต่อมาผู้บังคับบัญชาได้ถามความสมัครใจจากคนในทีม ว่ามีใครอยากเป็นสายหาข่าวหรือเปล่า งานนั้นต้องการคนที่มีทักษะการเอาตัวรอดสูงและเป็นผู้ใหญ่ เขาจึงเสนอตัวเองไป
คนเดียวที่เขาบอกก่อนไปคือคุณเรไร เพราะหวังว่าเธอจะดูแลลูกสาวตามที่เคยบอก แต่เมื่อเขากลับมาจากภารกิจคำตอบที่เขาได้จากคุณเรไรคือ
“ยายพริกจะแต่งงานใหม่เร็วๆ นี้ เธอตายแล้วก็ช่วยตายไปเลยจริงๆ ดีกว่า ไม่ต้องกลับมาทำลายชีวิตลูกสาวฉันหรอก”
ธามไม่ได้เชื่อในสิ่งที่แมวป่าบอกถ้าไม่ได้คำยืนยันจากคุณเรไร และสิ่งที่เขาเคยคุยกับท่านชายหนุ่มก็ไม่สามารถบอกใครได้ ไลลาหรือใครๆ ไม่มีทางเชื่อคำพูดของเขา เขาไม่มีหลักฐานอะไร เขาไม่สามารถบอกใครได้เลย
ชายหนุ่มดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ตอนนี้เขาไม่ใช่รามิลคนที่มีเงินไม่มากอีกแล้ว ถ้าเขาดูแลเธอในฐานะรามิลไม่ได้ เขาจะเป็นคนใหม่ที่ทำให้เธอรักอีกครั้ง
#################
“พี่พริกไหวรึเปล่า เจ็บขาหรืออะไรไหมคะ” รายาถามเมื่อขับรถมากันเรื่อยๆ
ไลลาส่ายหน้า
“ไม่เจ็บหรอก กินยาอยู่น่ะ แล้วนาวจะบอกแม่ว่าไง” ไลลากังวลเรื่องมารดามากกว่า ว่าท่านจะว่าอย่างไร
“นาวจะบอกแม่ว่าพี่พริกไม่ได้เป็นอะไรมากนะคะ เลยมาร้านใหม่เลย มาพักที่นี่เพราะอากาศดีกว่า ความจริงพี่มาอยู่นี่ก็ดี ไม่อย่างนั้นแม่ก็จะหาผู้ชายคนใหม่มาให้พี่รู้จักอีก” รายาพูดตามที่เธอคิด
ไลลาเงียบกริบ แม่ไม่ได้จะหาแต่ท่านหาให้แล้ว เธอเคยคิดว่าแม่หวังดีอยากให้เธอมีคนที่ดีดูแล แต่เธอไม่อยากเริ่มต้นใหม่กับใครอีก
“นาวก็ไม่รู้ว่าทำไมพี่ถึงต้องตามใจแม่แบบนั้น” รายาบ่นต่อ เธอเองไม่ใช่ว่าไม่โดนแบบพี่สาวแต่เธอหัวแข็งมากพอที่จะไม่ตามใจแม่แบบไลลา
“แม่มีบุญคุณกับเรา” ไลลาพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป เธอและรายาไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของนางเรไรแต่เป็นหลานสาว พ่อแม่ของเธอจริงๆ เสียชีวิตไปตั้งแต่พวกเธอยังเด็ก นางเรไรเป็นน้องสาวของลัลลณีแม่ของพวกเธอสองคน เมื่อพ่อแม่ของพวกเธอจากไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ นางเรไรที่เป็นม่ายก็เข้ามาดูแลพวกเธอ บ้านหลังที่อยู่ปัจจุบันก็เป็นบ้านเดิมของพ่อแม่เธอสองพี่น้อง
รายาเงียบไปเมื่อพี่สาวพูดถึงตรงนี้ เธอโตขึ้นพร้อมกับความคิดบางอย่างที่เปลี่ยนไปทีละน้อยเกี่ยวกับแม่ แต่หญิงสาวไม่อยากพูดให้ไลลาฟัง เพราะพี่สาวก็จะพูดแต่เรื่องบุญคุณซึ่งเธอเริ่มไม่แน่ใจว่ามีจริงไหม
เพราะบ้านที่เธออาศัยก็เป็นบ้านของพวกเธอสองคนเองเป็นมรดกของพ่อแม่ เงินในบัญชีที่มีเกือบยี่สิบล้านก็ร่อยหรอไปในเวลาเพียงสิบกว่าปี ส่วนนางเรไรไม่ได้ทำงานอะไรนอกจากดูแลพวกเธอเต็มเวลา
พวกเธอถูกเลี้ยงมาแบบลูกสาวชาวบ้านทั่วไป ไม่ใช่ลูกคุณหนู ลูกจ้างในบ้านคนเดียวก็จ้างไว้เพื่อทำงานบ้าน ไม่ใช่มีเพื่อพะเน้าพะนอพวกเธอสองพี่น้อง เมื่อเธอและไลลาเรียนจบนางเรไรก็บอกว่าเงินของพ่อแม่หมดพอดี
โชคดีที่ก่อนเสียชีวิตพ่อแม่ทำประกันแบบออมเงินไว้ให้ลูกสาวสองคน ตัวแทนดูแลกรมธรรม์เป็นเพื่อนสนิทของนางลัลลณีไม่เคยบอกเรื่องนี้กับนางเรไรเพราะกลัวลูกสาวเพื่อนถูกเบียดบังเงินไป และพวกเธอได้รับเงินก้อนนั้นในตอนอายุยี่สิบปีเต็มคนละสามล้านบาท
นางเรไรไม่เคยพอใจที่ไลลาดื้อดึงแต่งงานกับรามิล และอีกครั้งคือตอนที่ไลลาเอาเงินที่ได้จากการเสียชีวิตของเขาให้ธีรนัยผู้เป็นลุงไปเสียหมด สองครั้งนั้นทำให้ไลลาถูกนางเรไรค่อนแคะเรื่อยมาถึงการตัดสินใจที่ผิดพลาด เธอจึงยอมแต่งงานใหม่อีกสองครั้งกับผู้ชายที่แม่เลือกให้
ไลลามองทางข้างหน้า ใกล้ถึงจุดหมายแล้ว
“เลี้ยวซ้ายข้างหน้านั่นน่ะนาว” เธอบอกน้องสาว
รายาเลี้ยวรถตามที่พี่สาวบอก เธอกวาดตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็วเห็นป้าย “สวนส้มอารมณ์ดีและโฮมสเตย์อารมณ์ดี”
เธอขับรถไปตามทาง เห็นรถของอิทธิจอดอยู่หน้าเรือนหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่ รายาจึงจอดต่อท้ายเธอเปิดประตูก้าวลงไปรอบๆ
“คุณกุนจะจัดให้พี่พริกพักที่นี่เหรอคะ” รายาถาม เธอมองไปรอบๆ บ้านพักหลังนั้นถูกจัดไว้สวยงามและดูน่าจะปลอดภัยดี ห่างออกไปราวยี่สิบเมตรคือบ้านหลังใหญ่ ลักษณะเป็นตึกทรงยุโรป ถัดจากนั้นเหมือนเป็นโรงยิมหรืออะไรสักอย่าง
“ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะให้พี่พริกพักที่ตึกใหญ่ แต่เห็นว่าพี่พริกน่าจะขึ้นลงบันไดไม่สะดวกกุนเลยจัดที่นี่ให้ค่ะ พี่พริกจะได้มีพื้นที่ส่วนตัวด้วย คุณนาวไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยนะคะ ที่นี่เป็นโรงฝึกบอดี้การ์ดของพี่อิท รับรองว่าไม่มีใครเข้ามาทำอะไรพี่พริกได้แน่ๆ
ส่วนเรื่องการอยู่การกินกุนจะให้แม่บ้านมาดูแลพี่พริกหนึ่งคนค่ะ ช่วงที่ยังเดินไม่สะดวกแม่บ้านจะคอยดูแลให้ทุกอย่าง รวมถึงเรื่องพาเข้าห้องน้ำ หรือช่วยเรื่องอื่นๆ ได้ด้วยค่ะ”
ศกุนตลาพูดยาวเหยียด เธอดีใจที่ไลลายอมมาพักฟื้นที่นี่ จึงตั้งใจจะดูแลอย่างดีที่สุด
“พี่พริกจะขึ้นบ้านยังไงคะ” ตอนขึ้นรถมีรถเข็นมาส่ง แต่ตอนลงรถนี่สิ รายานึกกังวลว่าพี่สาวจะใช้ไม้เท้าถนัดพอที่จะขึ้นบ้านได้ไหม