“เดี๋ยวผมพาขึ้นไปเองครับ” ธามพูดขึ้นมา เขามาถึงแล้วและจอดรถของไลลาไว้ในชายคาบ้านพักหลังนี้
“ขออนุญาตนะครับ” ธามก้มตัวลงตั้งท่าจะอุ้มไลลาออกมาจากรถ แต่เธอเอนตัวหนี
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ต้องรบกวนคุณหรอก ดิฉันเดินเองได้” ไลลาปฏิเสธ
ธามหน้านิ่ง “เพิ่งใส่เฝือกเมื่อวาน วันนี้อย่าเพิ่งเดินลงน้ำหนักเยอะเลยครับ ถ้าแค่ไปเข้าห้องน้ำหรือเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ก็คงได้ แต่เดินขึ้นบันไดแบบนี้ผมว่าดูแลร่างกายไว้ดีกว่า”
“พี่ธามเขาผ่านการอบรมปฐมพยาบาลมาแล้วครับน้องพริก ไม่ต้องกังวลให้เขาช่วยดีกว่า ข้อเท้ากับกล้ามเนื้อสะโพกจะได้ไม่บาดเจ็บมากขึ้น” อิทธิตัดสินใจพูดขึ้นมา ไม่งั้นวันนี้ไลลาคงไม่ได้เข้าบ้านพัก
เมื่อหญิงสาวนิ่งไป ธามจึงช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นมา เธอตัวเบามากกว่าที่เขาเคยจำได้ ชายหนุ่มนิ่วหน้าไม่ชอบใจนัก เขาก้าวยาวๆ ขึ้นบันไดสามขั้น ตัวบ้านยกพื้นเล็กน้อยลักษณะเป็นเรือนชั้นเดียวมีระเบียงไม้กว้างขวางให้นั่งเล่น ด้านในเป็นห้องโถงที่ถูกตกแต่งอย่างดี มีกระจกล้อมรอบและผ้าม่านสองชั้น
ตอนกลางวันเธอสามารถนั่งเล่นมองออกมาด้านนอก ชมวิวหรือสามารถคุยกับคนอื่นๆ ได้ไม่น่าเหงา ส่วนช่วงบ่ายที่มีไอแดดร้อนม่านสองชั้นก็ช่วยให้เครื่องปรับอากาศไม่ทำงานหนักเกินไป
รายาเดินตามขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ อย่างพอใจ
“บ้านสวยมากเลยค่ะคุณกุน ความจริงคิดค่าใช้จ่ายได้เลยนะคะ ทางเราจะได้สบายใจ”
“เรียกพี่ว่าพี่กุนเหมือนนุทกับวรรณก็ได้ค่ะ” ศกุนตลาบอกรายา เนื่องจากเธอเป็นเพื่อนอีกคนของสองสาวคนสนิท
“ขอบคุณค่ะพี่กุน นาวหมายความตามนั้นจริงๆ นะคะ อีกเรื่องคือถ้านาวอยากให้มีใครดูแลพี่สาวแบบเป็นการเฉพาะจะพอได้ไหมคะ มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่”
“บอดี้การ์ดใช่ไหมคะ” ศกุนตลาถาม เธอหันไปมองหน้าสามีว่าเขาจะว่าอย่างไร
“คนดูแลพี่จัดให้ได้ครับ ส่วนค่าใช้จ่ายเอาไว้ทีหลังก็ได้ แต่ไม่น่าจะมีมากมายเพราะส่วนมากก็อยู่กันที่นี่อยู่แล้ว ไม่ได้มีค่าที่อยู่ค่าอาหารอะไรเพิ่มเติม”
“ขอบคุณมากค่ะ ถือว่าทางเราเป็นลูกค้าปกติก็ได้นะคะ นาวไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย”
วันนั้นรายาอยู่ค้างคืนเป็นเพื่อนพี่สาว เมื่ออยู่กันตามลำพังเธอถามถึงธาม
“พี่พริก คนที่ชื่อธามเขาเป็นใครเหรอ”
“เห็นน้องกุนบอกว่าเป็นเพื่อนของพี่อิทนะ เป็นครูฝึกอะไรของเขานี่ล่ะ” ไลลาตอบเท่าที่รู้
“เป็นทหารเหรอพี่ คงไม่ใช่พี่ริทกลับมาเกิดหรอกนะ” รายาโพล่งขึ้นมา ส่วนไลลาหัวเราะ
“มันจะเป็นไปได้ไง ถ้าพี่ริทกลับชาติมาเกิดอย่างมากก็คงอายุสักสี่ห้าขวบ”
“แต่เขาเหมือนพี่ริทมากเลยนะคะ” รายายังคาใจ
“คงเหมือนแค่หน้าตาเท่านั้นล่ะ บางทีโลกเราก็มีอะไรแปลกๆ” ไลลาตอบ
เมื่อเธอพิจารณาแล้วธามเหมือนรามิลแค่เพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น ส่วนอย่างอื่นเท่าที่เห็นไม่มีอะไรเหมือนกันเลย สำคัญที่สุดคือแววตาที่ไม่มีวันเหมือน รามิลเป็นคนสุภาพ เข้มแข็งแต่ไม่แข็งกระด้าง ส่วนธามคำว่าแข็งกระด้างคงน้อยไป
“แล้วเรื่องที่คอนโดพี่จะทำไง” รายาเปลี่ยนเรื่อง
“ถ้าพี่ย้ายออกจากที่ตรงนั้น ย้ายร้านคอนโดนั่นก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ พี่ฝากนาวทำเรื่องขายได้ไหมขายไปถูกๆ จะได้จบเรื่องเร็ว อยากได้เงินก้อนเก็บไว้ก่อนดีกว่าเผื่อไปเจอที่เหมาะลงทุนใหม่ ไม่ต้องสืบอะไรแล้วพี่เหนื่อย”
คืนนั้นสองพี่น้องคุยกันจนดึก ไลลาหลับไปก่อนเพราะฤทธิ์ยาส่วนรายาคิดเกี่ยวกับเรื่องของธันย์ สัญชาตญาณของเธอบอกว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าไว้ใจ แต่เธอยังไม่มีเหตุผลอะไรที่เป็นรูปธรรมนอกจากสิ่งที่เธอเชื่อเอง
รุ่งเช้าสองพี่น้องตื่นกันแต่เช้า มีแม่บ้านมาแนะนำตัวหนึ่งคนพร้อมกับข้าวของส่วนตัว ขนมาเตรียมนอนเป็นเพื่อนไลลา
“หนูชื่ออ้อนะคะ เป็นลูกสาวคนงานในฟาร์มค่ะ นายบอกให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณพริก” เด็กสาวอายุ 18 แนะนำตัวและยิ้มให้พวกเธอ
จากนั้นอิทธิมาที่บ้าน เขามาพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งอายุน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับไลลา
“น้องพริกครับพี่พาคนดูแลมาให้น้องพริกรู้จัก นี่แดนเป็นการ์ดมืออาชีพของเรา อดีตหน่วยคอมมานโดเขาจะมาดูแลน้องพริกสลับกับพี่ธาม”
'แดน' หรือ ดรัณภพเป็นอดีตนายตำรวจที่เบื่อวงการวงสีกากี จึงลาออกมาทำงานส่วนตัว เขาอายุ 29 ปี มีบุคลิกเป็นมิตร ยิ้มง่าย คุยเก่งและหน้าตาดีมาก
“สวัสดีครับคุณพริก คุณนาวผมจะมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้สลับกับพี่ธามนะครับ วันนี้พี่ธามเขาไม่อยู่เราสบายๆ กันได้เลย” เขาพูดอย่างคนมีอัธยาศัยดี
“สวัสดีค่ะพี่แดน รบกวนด้วยนะคะเพราะนาวอาจจะไม่ได้มาหาพี่สาวทุกอาทิตย์” รายาพูดไว้ก่อน เธอมีเรื่องเอกสารที่ต้องจัดการแทนไลลาหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องโอนที่ให้ธีรนัย หรือเรื่องการขายคอนโดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
“ไม่ต้องห่วงครับคุณนาว ถ้าคุณพริกไม่ได้ออกไปไหนนอกเขตฟาร์มก็แทบจะไม่มีอะไรให้กังวลเลย”
“แล้วพริกต้องทำตัวยังไงคะ ทางคุณมีกฎระเบียบอะไรรึเปล่า” ไลลาถามเพื่อที่เธอจะได้ทำตัวถูก
“ใช้ชีวิตตามปกติได้เลยครับคุณพริก อย่างเดียวที่เราขอคือถ้าจะไปไหนขอให้บอก หรือถ้ามีใครมาหา ถ้าไปพบใครขอให้แจ้งครับ ที่เหลือพวกผมจัดการเอง”
“ส่วนเรื่องเวรยามแดนกับพี่ธามจะสลับกันมายังไง เดี๋ยวให้สองคนเขาตกลงกันก่อนนะครับน้องพริก” อิทธิพูดขึ้นมา ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าทางไลลาและดนัยคุยถูกคอกันดี
อิทธิขอตัวกลับไปแล้ว และแจ้งว่าช่วงกลางวันศกุนตลาจะพาน้องธีมาทานข้าวด้วย จากนั้นอ้อจัดชุดอาหารเช้าขึ้นมาให้ไลลาและรายา เป็นโจ๊กและกาแฟ ปาท่องโก๋
“แล้วพี่แดนไม่ทานด้วยกันเหรอคะ” รายาถาม
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมเรียบร้อยแล้ว รบกวนขอโทรศัพท์คุณไลลาสักครู่ครับ”
ไลลาส่งเครื่องมือสื่อสารของตัวเองให้ดนัย ฝ่ายนั้นรับไปกดเบอร์โทรออกซึ่งเป็นเบอร์ของเขาเองและส่งคืนให้
“เบอร์โทรผมครับเดี๋ยวผมจะอยู่แถวๆ นี้ ถ้ามีอะไรให้ช่วยหรือจะยกของ จะขอแรงอะไรถ้าไม่เห็นผมโทรตามได้เลยครับ” ดนัยพูดและขอตัวลงไปดูรอบๆ บ้าน
รายาขอตัวกลับกรุงเทพฯ ในตอนสายๆ เพราะหญิงสาวมีนัดคุยกับโมกข์ที่สำนักงานช่วงบ่ายเรื่องความคืบหน้าของคดี
“ขับรถดีๆ นะนาว” ไลลาออกมานั่งเล่นที่ระเบียง เธอเริ่มใช้ไม้ค้ำยันได้ถนัดขึ้น การเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ เธอช่วยเหลือตัวเองได้ดีขึ้น
################
ธีรนัยแทบตกเก้าอี้เมื่อเห็นคนที่มาขอพบที่บ้านได้ถนัดตา ชายหนุ่มคนที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนหลานชายของเขาที่เสียชีวิตไปแล้วไม่ผิดเพี้ยน
“ริท หนะ..ไหน..แกตายไปแล้วไง ผีหลอก” ชายวัยกลางคนโวยวาย
“ถ้าผมไม่ตาย ลุงจะได้เงินก้อนนั้นเหรอ” เขามองผู้เป็นลุงด้วยสายตาเย็นชา ธีรนัยเสียวสันหลังวาบ มันรู้เรื่องนี้ได้อย่างไรหรือว่าเมียมันฟ้อง
“ผมมาเตือนลุงว่าอย่ายุ่งกับพริกอีก เรื่องที่ผืนนั้นถ้าลุงไม่จบอย่าหาว่าผมไม่เตือน อ้อ...เลิกเอาเรื่องบุญคุณมาทวงมาพูดได้แล้ว เราก็รู้ดีเท่าๆ กันว่าที่ลุงสุขสบายทุกวันนี้เพราะเงินที่ลุงโกงไปเท่าไหร่”
ชายวัยกลางคนปากคอสั่น เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าผู้ชายคนนี้ใช่รามิลจริงรึเปล่า เพราะหลานชายเขาไม่เคยทำกริยาแบบนี้
ธามลุกขึ้นยืน เขาแค่มาเตือนธีรนัยว่าควรหยุดได้แล้ว