ในขณะที่อิทธิและธามช่วยกันยกของที่ศกุนตลาซื้อต่อจากไลลาขึ้นรถ ไลลาขนขยะออกจากร้านไปวางริมถนนฝั่งตรงข้ามรอรถเทศบาลมาเก็บไปทิ้งในเช้าวันรุ่งขึ้น เธอกำลังจะข้ามถนนเล็กๆ ขนาดแค่สองเลนกลับมายังหน้าร้าน แต่ถูกรถยนต์คันหนึ่งไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนพุ่งมาชนอย่างจงใจ จนร่างเธอกระเด็นไปบนฟุตบาธแล้วมันก็รีบขับหนีไป
ศกุนตลาร้องกรี๊ด ธามหันมาเห็นตอนรถชนพอดีแต่เขาวิ่งไปไม่ทัน อิทธิรีบออกมาจากด้านในร้านเมื่อได้ยินเสียงภรรยาร้อง เขาเห็นท้ายรถคันนั้น สัญชาตญาณของการ์ดบอกเขาว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน
ธามประคองศีรษะของไลลาขึ้นมาจากพื้นฟุตบาธ เขามองสำรวจคร่าวๆ ประเมินอาการบาดเจ็บ
“พริกเจ็บตรงไหนรึเปล่า” เขาไม่กล้าขยับร่างเธอมากกว่านั้นเพราะไม่แน่ใจว่าเธอจะมีกระดูกหักส่วนไหนรึเปล่า
“พี่พริกคะ เป็นไงบ้าง” ศกุนตลาไม่กล้าจับตัวไลลา เธอเห็นหญิงสาวยังมีสติก็พอใจชื้นขึ้น ส่วนอิทธิกำลังโทรเรียก 1669
“เจ็บขาค่ะ” ตอนแรกเธอชาทั้งตัว แต่สักพักความเจ็บที่ขาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ
“คุณมีศัตรูที่ไหนรึเปล่าพริก” ธามถามด้วยความลืมตัว
ไลลาส่ายหน้า เธอไม่เคยมีปัญหากับใครนอกจากธีรนัย แต่เธอก็ตกลงยกที่ให้เขาแล้ว เขาเองก็พอใจมากธีรนัยไม่น่าจะโกรธเคืองอะไรเธออีก
ธันย์จอดรถที่หน้าร้าน เขานัดเพื่อนสาวไว้ที่นี่ชายหนุ่มตกใจเมื่อเห็นไลลานอนอยู่ที่พื้น
“พริก แกเป็นอะไร” ชายหนุ่มหน้าซีดเผือดและต้องตกใจอีกรอบเมื่อเห็นหน้าธาม
“ว้าย ผีหลอก” ธันย์ตกใจจนหลุดคำพูดออกมา
“ผมไม่ใช่ผี ผมชื่อธามเป็นเพื่อนของสามีเพื่อนคุณพริก เพื่อนคุณโดนรถชน เราเรียกรถพยาบาลแล้วครับ” ธามพูดเสียงเรียบ ส่วนธันย์หน้านิ่วคิ้วขมวด
“มันไม่ใช่แล้วนะพริก เมื่อสองวันก่อนแกก็เกือบโดนคานปูนหล่นใส่หัว”
ธามและอิทธิหน้าเครียดกว่าเดิมเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นรถพยาบาลมาและลงความเห็นว่าขาเธออาจจะหัก จึงทำการปฐมพยาบาลและนำส่งตัวไลลาไปยังโรงพยาบาลทันที
รายามาถึงโรงพยาบาลในตอนบ่าย เธอร้อนใจอย่างมาก หากแต่หญิงสาวก็ต้องผงะเมื่อพบกับธาม
“ไม่ใช่ผีพี่เขยหนูหรอก นั่นคุณธามเป็นเพื่อนของคุณน้องกุนลูกค้าคนสำคัญของยายพริกน่ะ” ธันย์เป็นคนอธิบายให้รายาเข้าใจ
“อ้อค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลพี่พริก ต่อจากนี้ครอบครัวเราดูแลกันเองได้ค่ะ ดิฉันจะย้ายพี่สาวกลับกรุงเทพฯ” รายาแจ้งความประสงค์ตามที่มารดาสั่งมา
“ผมว่ายังไม่เหมาะนะครับ เรื่องไม่น่าใช่อุบัติเหตุปกติ ไปทางโน้นแล้วใครจะดูแลคุณพริก” ธามค้านเสียงแข็ง
รายามองหน้าเขาเขม็ง
“จะใช่อุบัติเหตุรึเปล่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจค่ะ และดิฉันคิดว่าครอบครัวน่าจะดูแลคนเจ็บได้ดีที่สุดอยู่แล้ว” เธอยืนกรานคำเดิม
ขณะที่รายาและธามปะทะคารมกัน ศกุนตลาถามอิทธิ
“พี่อิทคิดยังไงคะ ถ้าพี่พริกกลับไปอยู่บ้าน” อิทธิมองหน้าภรรยาแล้วพูดตามตรง
“ถ้าน้องพริกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยจริง การกลับไปอยู่บ้านนอกจากตัวเองจะไม่ปลอดภัย ยังอาจจะทำให้สมาชิกคนอื่นในบ้านโดนลูกหลงไปด้วย จำเป็นควรอยู่ในความดูแลของตำรวจหรือมืออาชีพ”
“แต่น้องสาวพี่พริกไม่น่ายอมแน่ๆ ค่ะ” ศกุนตลากังวลเธอโทรหาชมพูนุท พร้อมกับที่อิทธิคุยกับภากรเกี่ยวกับเคสนี้ พวกเขาได้ข้อสรุปว่าชมพูนุทซึ่งเป็นเพื่อนของรายาด้วย จะเป็นคนคุยกับรายาเอง
################
เช้าวันต่อมาชมพูนุทและภากรมาถึงพัทยาอย่างเร่งด่วน ชมพูนุทขอคุยกับรายาเป็นการส่วนตัว
“ให้พี่พริกไปอยู่ที่สระบุรีเถอะนาว จนกว่าเรื่องนี้จะจบ” ชมพูนุทเกลี้ยกล่อมเพื่อนเก่า
“นุท แต่ฉันเป็นห่วงพี่พริก” รายาถอนใจ และสิ่งที่เธอไม่ได้พูดคือเธอไม่ไว้ใจธาม
“แกก็ไปดูที่นั่นได้นี่ แกไปส่งพี่พริกได้ฉันเองก็ไปบ่อย ที่นั่นพี่พริกจะปลอดภัยที่สุดแล้ว แกอยู่ทางนี้ก็จัดการเรื่องคดี เรื่องเอกสารที่มันยุ่งๆ ให้จบเร็วที่สุด”
“แล้วแกจะให้ฉันบอกแม่ยังไง มีเหตุผลอะไรที่พี่สาวฉันจะไปอยู่สระบุรี” รายากลัดกลุ้ม แต่เธอยอมรับว่าเหตุผลของชมพูนุทมีความเป็นไปได้สูงมาก หากไลลาไม่ปลอดภัยจริงการกลับไปอยู่ที่บ้าน อาจจะทำให้แม่เสี่ยงตามไปด้วย ที่บ้านเธอก็มีกันแค่ผู้หญิงเท่านั้น
“เหตุผลเหรอ ย้ายร้านไงพี่พริกต้องย้ายออกจากที่เดิม กุนเลยชวนไปเปิดร้านกาแฟในโฮมสเตย์” ซึ่งศกุนตลาก็เคยชวนไลลาจริงๆ เธอไม่ได้โกหกแต่อย่างใด
รายาครุ่นคิด ก่อนที่เธอจะตอบตกลง
“ถ้าพี่พริกยอม ฉันจะไปส่งพี่สาวฉันที่นั่นด้วย”
##############
ในห้องผู้ป่วย ศกุนตลา อิทธิและภากรคุยอยู่กับไลลา ขอให้หญิงสาวไปพักฟื้นที่ฟาร์มส้มในช่วงระยะเวลาที่ขายังต้องใส่เฝือก
“นะคะพี่พริกถ้าพี่ไม่ไปกุนคงไม่สบายใจค่ะ เรื่องเกิดในวันที่กุนมาแบบนี้” หญิงสาวมีสีหน้ากังวลชัดเจน
“อีกเรื่องคือ ถือว่าพี่ไปสอนกุนทำงานเกี่ยวกับร้านก็ได้ค่ะ กุนก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอุปกรณ์อะไรพวกนั้น แต่รอพี่หายก่อนก็ได้ไม่รีบค่ะ” เมื่อศกุนตลาพูดแบบนั้น ไลลาจึงมีทีท่าอ่อนลง ใจจริงเธอเองก็กังวลว่าถ้าหากกลับไปพักฟื้นที่บ้าน อาจจะทำให้มารดาหรือรายาเดือดร้อนไปด้วย
รายาผลักประตูเข้ามากับชมพูนุท
“ตำรวจบอกว่ายังไม่ได้เบาะแสอะไรเลยค่ะ ในละแวกนั้นก็ไม่ค่อยมีกล้องวงจรปิดที่ขอดูได้” รายาพูดกับพี่สาว ไลลาขาหัก กล้ามเนื้อสะโพกอักเสบคงเคลื่อนไหวไม่ถนัดไปอีกเป็นเดือน
เธอมองพี่สาวอย่างกังวลเมื่อคุยกับธันย์ถึงเรื่องเมื่อสองวันก่อน ที่ไลลาเกือบโดนคานปูนหล่นใส่ศีรษะ เรื่องไม่ดีเกิดขึ้นติดๆ กันจนเธอเห็นด้วยว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เธอร้องขอการคุ้มครองจากตำรวจแล้วก็ยังไม่มีการตอบรับอะไรกลับมา อาจจะเพราะไลลาเป็นแค่ประชาชนทั่วไปกระมัง
“พี่พริกจะไปพักฟื้นที่สระบุรีไหมคะ ถ้าไปนาวจะบอกแม่ว่าพี่จะย้ายร้านไปที่นั่นจะได้ย้ายไปเลย สระบุรีอยู่ไม่ไกลนาวไปหาได้สะดวกเหมือนกันค่ะ”
“พี่คุยกับหมอแล้ว น้องพริกย้ายไปทางโน้นพรุ่งนี้เลยก็ได้ครับ” อิทธิพูดกับรายา
“พี่พริกโอเคไหมคะ เดี๋ยวไปรถนาวก็ได้ค่ะนาวจะได้ไปส่งพี่ด้วย” รายาหันมาถามพี่สาว
“แล้วรถพี่ล่ะ” ไลลาถาม เธอหายตกใจแล้ว ตอนนี้กำลังคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไป
“ให้เพื่อนพี่อิทขับรถพี่พริกไปให้ก็ได้ค่ะ เพื่อนพี่อิทมีเยอะ” ศกุนตลาตอบ ไลลาพยักหน้าเห็นด้วยว่าอิทธิเพื่อนเยอะจริงๆ
“งั้นนาวช่วยไปเก็บเสื้อผ้าพี่ที่ห้องให้หน่อยนะ เอาเอกสารในลิ้นชักมาด้วย” เธอเปิดกระเป๋าถือหยิบคีย์การ์ดและกุญแจพวงเล็กให้น้องสาว
“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวนาวไปเก็บของ แล้วคืนนี้จะมานอนเป็นเพื่อนพี่นะ”
บ่ายนั้นรายามาที่คอนโดของพี่สาว เธอจอดรถในช่องประจำของไลลา หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อเห็นหลังใครไวๆ เหมือนธันย์เพื่อนของพี่สาว ตอนแรกเธอจะตะโกนเรียกชายหนุ่มแต่เขาเดินเร็วจนเธอตามไม่ทัน
เธอจำได้ว่าธันย์ไม่ได้อยู่ที่พัทยา แล้วเขามาทำอะไรที่นี่ นิสัยของทนายทำให้รายาคิดและเก็บความสงสัยไว้ในใจ