ไลลาให้พนักงานติดป้ายปิดร้าน และช่วงนี้เธอให้ทุกคนช่วยกันเก็บของเพื่อรอขนย้าย เธอจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานทุกคนตามกฎหมายและช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เท่าที่เธอทำได้
ระหว่างที่เธอมองร้านที่เงียบเชียบหลังจากที่พนักงานกลับไปหมดแล้ว ของส่วนใหญ่ถูกเก็บล้างและแพคใส่กล่อง เธอมองไปที่รูปแต่งงานของเธอและรามิลที่ถูกขยายใหญ่ติดผนังร้าน มันเป็นรูปพรีเวดดิ้งที่ถ่ายทำที่นี่ ในตอนที่ร้านนี้ยังเป็นโครงสร้างและมีแค่ทุ่งดอกไม้ เธอปลดมันลงมาวางไว้กับพื้นรอขนกลับไปที่คอนโดฯ
เสียงเรียกเข้าดังขึ้นมา ศกุนตลาโทรบอกเธอเรื่องงานแต่งงานและงานสวดถอนก่อนวันงานหนึ่งวันที่จะจัดขึ้นในอีกสองวัน หญิงสาวรับปากที่จะไปตามที่เคยตกลงกันไว้
ไลลาออกจากร้านล็อกกุญแจ เธอจะต้องไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตใกล้ๆ กันนี้ ก่อนกลับห้องพัก
คืนนั้นรายาโทรมาคุยแจ้งเรื่องการดำเนินการที่คืบหน้า ทางฝ่ายธีรนัยยินดีจ่ายค่าธรรมเนียมทุกอย่างที่เกิดจากการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างไม่มีข้อแม้
“ทางคุณธีรนัยยืนยันมาแล้วครับคุณธาม เขาจะสามารถขายที่ผืนนั้นให้เราได้ภายในสิ้นเดือนนี้ ขอเวลาให้คนที่อยู่ปัจจุบันคือคุณไลลาย้ายออกก่อน” ภูริชแจ้งธามในเช้าวันต่อมา
“หมายความว่ายังไง ไลลาไม่ใช่เจ้าของที่เหรอ” ธามถามย้ำ
“คุณธีรนัยพูดทำนองนั้น แต่ไม่ได้พูดตรงๆ ครับว่าที่เป็นชื่อของใคร” ภูริชตอบ
“แต่เช็คกับกรมที่ดินแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าที่ยังเป็นของไลลา” ธามพูดถึงข้อมูลก่อนหน้านี้
“ผมไม่ทราบตื้นลึกหนาบางในเรื่องนั้นครับคุณธาม”
“บอกคุณธีรนัยว่าผมจะซื้อที่ตรงนั้นกับไลลาเท่านั้น” ธามพูดเสียงเครียด เขาไม่ได้อยากจ่ายเงินให้ธีรนัย เงินนั้นเขาตั้งใจให้ไลลาไม่ใช่คนอื่น
ธามวางสายลง เขาคิดถึงคำพูดของนุติเมื่อวานเกี่ยวกับไลลาว่า
“คุณพริกเป็นเมียมึง มึงน่าจะรู้จักเขาดีที่สุดว่าเขาควรจะเป็นแบบกูเล่า หรือควรจะเป็นแบบที่แมวป่าของเมิงพูด แต่เรื่องมาถึงขนาดนี้กูว่ามึงตายไปเลยสำหรับคุณพริกจริงๆ ก็น่าจะดี เพราะถ้าคุณพริกเขารู้ความจริงเรื่องมึงตอนนี้เขาคงให้อภัยมึงไม่ได้หรอก”
นุติยกแก้วดื่มต่อ
“เฮ้ย กินต่อโว้ย.. นานๆ ทีกูจะมีโอกาสหนีเมียออกมาเจอเพื่อนฝูง เลิกคิดเรื่องเมียเก่าได้แล้ว”
ไลลาเดินในแผนกอาหารสำเร็จรูปมองไปตามชั้นวางสินค้า ว่าจะซื้ออะไรไปดีเมื่อคืนเธอคิดว่าจะมาซื้อของก็ไม่ได้ซื้อ เลยมาตอนสายๆ กะจะซื้ออาหารไปไว้เวฟทานทั้งวัน ส่วนพรุ่งนี้เธอต้องไปสระบุรีแต่เช้ามืด
“พี่พริกคะ สวัสดีค่ะ” ราตรีเดินมากับเพื่อนชายหญิง เธอปลีกตัวมาหาอดีตพี่สะใภ้ ทักทายอย่างดีใจที่ได้เจอ
ไลลาเงยหน้ามอง เธอใช้เวลาคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะนึกออก
“น้องตรี มาเที่ยวเหรอคะ” หญิงสาวยิ้มให้ญาติผู้น้องของรามิล
“ค่ะมากับเพื่อน ดีใจจังที่เจอพี่พริกเราไม่เจอกันตั้งหลายปี พี่พริกสวยเหมือนเดิมเลยนะคะ” ราตรีชม เธอนึกไปถึงพี่ชายว่าจะรู้ไหมว่าไลลาเป็นอย่างไร เธอเคยจะเล่าเรื่องของอดีตพี่สะใภ้ให้เขาฟังแต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มไม่มีเวลาฟังเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินหรือเรื่องที่ไลลาแท้ง
วันรุ่งขึ้นไลลาขับรถออกจากพัทยาแต่เช้า เธอไปถึงสระบุรีก่อน 8:00 น. หญิงสาวขับรถไปตามเส้นทางมวกเหล็ก-เจ็ดสาวน้อย ตามพิกัดที่ศกุนตลาส่งให้และพบป้ายชื่อฟาร์มสวนส้มอารมณ์ดีตามที่สาวรุ่นน้องบอก
เธอจอดรถที่หน้าตึกใหญ่จากนั้นศกุนตลารีบลงมารับเธอ หญิงสาวสองคนคุยกันกระหนุงกระหนิงโดยที่เธอไม่รู้ว่ามีสายตาของใครจับจ้องอยู่
ไลลาอยู่ที่นั่นสองวัน วันแรกเป็นการสวดถอนซึ่งผ่านไปด้วยดี ส่วนวันที่สองเป็นงานฉลองแต่งงานของศกุนตลาและอิทธิ ซึ่งจัดกันแบบเรียบง่าย
ในพิธีช่วงเช้าที่เป็นการผูกข้อมือบ่าวสาวเธอต้องตกใจอีกครั้ง เมื่อพบผู้ชายคนที่หน้าตาเหมือนรามิลอีกครั้ง หญิงสาวรีบหลบทันทีเมื่อเธอถอยไปจะชนเขา ไลลารู้สึกถึงรังสีบางอย่างที่แผ่มาจากตัวเขา บ่งบอกว่าธามเป็นคนไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง
บ่ายวันนั้นชมพูนุทถามเธอเรื่องร้าน
“พี่พริกคะ จะย้ายร้านเหรอนุทฝากเพื่อนไปซื้อขนมร้านพี่ แต่เขาบอกว่าพี่ติดป้ายปิดร้าน”
“จ้ะ พี่ต้องย้ายออกจากตรงนั้นน่ะ” ไลลาบอกทำให้ศกุนตลาฟังอย่างตกใจ
“แล้วพี่พริกจะย้ายไปไหนคะ”
“พี่ยังไม่ได้คิดเลย อาจจะหยุดเรื่องทำร้านไปก่อน อยากพักสักพักนึง” ไลลาบอกตามตรง
“แล้วของพี่ล่ะ จะเก็บไว้ก่อนเหรอคะ” ชมพูนุทถาม
“อาจจะขายมั้ง พี่กะว่าถ้ามีเวลาคงมาถ่ายรูปแล้วขายในเฟสตามกลุ่มของมือสองน่ะ” ไลลามีอุปกรณ์ทำขนมที่บ้านที่กรุงเทพฯ แล้วหนึ่งชุดมากกว่าที่ร้านอีก เธอจึงไม่อยากเก็บไว้มาก
“งั้นกุนขอซื้อได้ไหมคะพี่พริก กุนจะทำร้านกาแฟกับร้านขนมที่นี่อยู่แล้ว รอเปิดโฮมสเตย์ด้วย” ศกุนตลาพูดจริงจัง เธอพูดต่อว่า
“หรือไม่อีกที กุนว่าพี่พริกมาเปิดร้านใหม่ที่นี่เลยก็ได้ค่ะ กุนไม่คิดค่าเช่า”
“ถ้ากุนสนใจพี่ขายอุปกรณ์ให้ได้ค่ะ แต่เรื่องให้พี่มาเปิดร้านที่นี่มันอาจจะไกลไป” ไลลาตอบเธอพบธามในที่ของศกุนตลาสองครั้งแล้ว ทำให้เธอไม่อยากมีเรื่องเกี่ยวข้องมากเกินไป ถึงแม้ว่าจะชอบอัธยาศัยของอีกฝ่ายก็ตาม
ไลลาขอตัวกลับพัทยาในบ่ายวันนั้น โดยที่เธอนัดกับศกุนตลาว่าจะไปขนของที่ร้านเธอในภายหลัง หลังจากตกลงราคากันได้แล้ว
และในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาศกุนตลาและอิทธิมาถึงร้าน ไลลามาเปิดประตูให้ทั้งสอง คนทั้งคู่มาถึงร้านก่อนเธอเสียอีก
อิทธิมาประเมินว่ามีของมากน้อยแค่ไหน เขาจะได้จ้างรถขนได้เพียงพอ ชายหนุ่มกวาดตาไปทั่วร้าน และสะดุดตากับรูปถ่ายแต่งงานที่ถูกวางพิงกับเคาน์เตอร์ ศกุนตลามองตามสายตาของสามี เธอร้องขึ้นมาทันที
“นั่นรูปพี่พริกกับเพื่อนพี่ใช่ไหมคะ พี่ธาม”
อิทธิเดินไปดูภาพนั้นใกล้ๆ ผู้ชายในภาพเหมือนธามมาก และเขาเป็นอีกคนที่รู้เรื่องรามิลกับธามคือคนเดียวกัน แต่ชายหนุ่มไม่รู้จักครอบครัวของรามิลเป็นการส่วนตัว
ไลลาหันมาเมื่อเธอได้ยินคำถามของหญิงสาว
“ไม่ใช่ค่ะน้องกุน รูปนั่นสามีของพี่เองผู้กองรามิล เขาเสียไปหกปีแล้วค่ะ” เธอเดินมาใกล้ๆ รูปนั้นเธอลืมเสียสนิทว่าจะนำมันกลับคอนโดฯ
“อุ๊ย.. กุนขอโทษนะคะ ไม่ได้ตั้งใจจะพูด” ศกุนตลาเสียใจที่ถามถึงคนตาย เพราะไลลาอาจจะยังเสียใจอยู่
“ไม่เป็นไรค่ะ เขาจากไปนานแล้ว นานจนพี่แต่งงานใหม่แล้วด้วยซ้ำ” เธอยิ้มให้ศกุนตลาและพูดต่อ
“แต่ที่พี่แขวนรูปนี้ไว้ที่นี่เพราะมันเป็นที่ที่เราสร้างด้วยกัน เริ่มต้นมาด้วยกัน แต่ถ้าย้ายออกก็คงไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว”
คนที่เพิ่งเข้าประตูมาชะงักเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขานิ่งขึงไปทันที ศกุนตลาหันไปเห็นผู้มาใหม่
“พี่ธามมาได้ยังไงคะ”
ไลลาหันไปมองเขาอย่างตกใจ อิทธิจึงพูดขึ้นว่า
“พี่วานพี่ธามมาช่วยดูของที่จะขนเอง จะได้รู้ว่าต้องใช้รถเพิ่มรึเปล่า พอดีพี่ธามเขาจะมาพัทยาอยู่แล้ว”
อิทธิแนะนำไลลากับธามให้รู้จักกัน ถึงแม้ว่าเขาจะแน่ใจว่าธามคือชายในภาพ และไลลาคืออดีตภรรยาของเขาที่เข้าใจว่าสามีเสียชีวิตไปแล้ว
“น้องพริกครับนี่เพื่อนพี่เอง พี่ธามเขาเพิ่งกลับมาจากยูเออีครับ เขามาช่วยเป็นครูฝึกให้พี่ด้วยที่โรงฝึก ส่วนพี่ธามคุณผู้หญิงเจ้าของร้านชื่อน้องพริก เป็นเพื่อนกุนครับพี่”