“ฮึก... แม่จ๋า” อลินสะอื้น
“อลินตื่นลูก หนูแค่ฝันร้ายนะคะ”
เด็กหญิงลืมตา เธอกอดอรวลีแน่นเสียงสะอื้นยังมีอยู่
“หนูเห็นแม่จ๋าอีกแล้ว ทำไมแม่จ๋าไม่มารับหนูจริง ๆ สักที”
“แม่จ๋ามาไม่ได้แล้วลูก แม่จ๋าส่งพ่อมาหาอลินไงคะ” พันธกานต์นั่งลงข้าง ๆ ตัวเด็กหญิง อลินหันมามองเขาคลายสะอื้นลง
“ลุงอับดุล แม่จ๋าส่งลุงอับดุลมาเหรอคะ”
“ไม่ใช่ลุงนี่พ่อต่างหาก พ่อของอลินมาหาแล้ว” ชายหนุ่มยื่นมือมาตรงหน้าเด็กหญิง อรวลีมองภาพนั้นด้วยใจที่สั่นไหวรุนแรง เหมือนตัวเองเป็นคนนอกในครอบครัวเขา
อลินจับมือใหญ่แล้วหันมามองแม่บุญธรรม
“ถ้าพ่อมา แล้วแม่ลี่ไม่หายไปเหมือนแม่จ๋าได้ไหมคะ” อรวลีน้ำตาคลอ
พันธกานต์เงียบ ท่าทางของอลินบอกชัดว่าหากแม่ลี่หายไปอีกคนเธอคงรับไม่ได้อีกแล้ว จากที่เคยวางแผนไว้ว่าจะพาอลินกลับไปอังกฤษด้วยเขาคงจะต้องทบทวนใหม่เรื่องนี้
“แม่ลี่ไม่ไปไหนพ่อก็ไม่ไปไหน แล้วถ้าเราจะไปไหนก็ต้องไปด้วยกันหมด โอเคไหมครับอลิน”
“โอเคค่ะ” อลินสูดจมูกอีกครั้งเอนตัวยอมให้พันธกานต์กอด เขาใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาบนแก้มเด็กหญิงให้หมดไป
“วันนี้ลี่จะพาลูกกลับบ้านกี่โมง ให้ผมไปส่งได้หรือเปล่า”
“คืนนี้คงนอนนี่ค่ะ วันนี้มีงานเลี้ยงเดี๋ยวจะพาอลินไปฝากออเลี้ยงกับคู่แฝด” อรวลีปรับน้ำเสียงเป็นปกติ
“งั้นให้ลูกอยู่กับผมได้ไหม แล้วลี่มีงานเลี้ยงอะไรแบบนี้บ่อยเหรอ”
“ไม่หรอกค่ะ งานของพี่อัญน่ะพี่เขาจะแต่งงานเลยจัดปาร์ตี้เล็ก ๆ ที่นี่ก่อนสำหรับญาติที่ไปงานฉลองสละโสดที่ตราดไม่ได้ คุณไม่ได้รับเชิญเหรอคะ” เธอถามเขากลับทำให้พันธกานต์นึกได้
“เออ จริงผมลืมไอ้อิงมันบอกผมไว้ว่าคุณอัญเชิญผมด้วย งั้นก็พาอลินไปงานด้วยก็ได้มั้งถ้าคุณจะยุ่งกับญาติพี่น้องเยอะก็ไม่เป็นไร ผมจะดูลูกเอง”
“อลินจะไปด้วยค่ะ” เด็กหญิงบอก “หนูจะเอาพ่อไปอวดกับพวกยายแก่”
อรวลีตกใจกับคำพูดลูกสาว “ยายแก่ไหนคะลูก อลินหมายถึงใคร”
“ยายแก่ที่เคยมากับลุงนัย ยายนั่นเคยว่าอลินว่าเป็นเด็กขอมาเลี้ยงไม่มีพ่อมีแม่” เด็กหญิงเก็บสิ่งที่เคยได้ยินมาฟ้องพ่อแม่ทำให้ชายหนุ่มมองหน้าอรวลีอย่างขอคำอธิบาย
หญิงสาวส่ายศีรษะไปมา เธอคิดว่าตัวเองดูแลลูกสาวดีที่สุดแล้ว ไม่คิดว่าจะมีใครมาว่าอลินได้ตอนไหน ยายแก่ที่ว่าคงจะเป็นแม่ของปรนัยแน่
“ยายแก่ที่ว่าที่ตีผมสูง ๆ ทาเล็บแดง ๆ ใช่ไหมคะ”
เด็กหญิงพยักหน้า
“ใช่ค่ะแม่” อลินหันไปมองหน้าพ่อพูดต่อว่า
“วันนี้พ่อก็กินตีนเป็ดของยายแก่นั่นไงคะ”
อรวลีแต่งตัวด้วยชุดราตรียาวสีแชมเปญแบบคล้องคอ มีสายเล็ก ๆ โยงจากคอเสื้อไปถึงต้นแขน ปักเลื่อม ตัวชุดตีเกล็ดแนบกับรูปร่างส่งให้ดูเพรียวระหงมากกว่าเดิม ส่วนอลินสวมชุดกระโปรงยาวฟูฟ่องสีเดียวกับแม่
ปกติในงานแบบนี้พวกเธอจะมีห้องสำหรับเด็ก ๆ คืออยู่ในงานเดียวกัน แต่แยกไปอีกส่วนหนึ่งมีพี่เลี้ยงคอยดูแลโดยเฉพาะ ผู้ใหญ่จะผลัดกันไปคอยดูสลับกับดูแลแขก
เธอพาลูกลงไปที่หน้างาน พบว่าพันธกานต์กำลังมาถึงเช่นกัน เขาสวมเบลเซอร์สีดำของแบรนด์ดังแบบพอดีตัวทำให้ดูมีเสน่ห์มากขึ้น ชายหนุ่มมาพร้อมกับผู้ติดตามสองคนที่แต่งตัวคล้าย ๆ เจ้านายมีรังสีอันตรายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากพวกเขา
“พ่อ! มาแล้ว” อลินเรียกเขาเสียงดังพร้อมกับกระตุกมือแม่ให้หันไปมองด้วย
“คุณจะเข้าไปในงานเลยไหม” พันธกานต์อุ้มเด็กหญิงขึ้นมาไว้ในวงแขน ขัดกับลุคสุดเนี้ยบในคืนนี้ของเขา
“ยังค่ะ ต้องตรวจความเรียบร้อยด้านนอกงานก่อน”
“งั้นผมพาลูกเข้าไปข้างในเลยนะ ผมไม่ค่อยรู้จักใครเข้าไปกับลูกก็ดีจะได้ไม่เขิน”
เขิน... หญิงสาวเขม่นมองทันที คุณชายแบบพันธกานต์ห่างไกลจากคำนั้นมากแต่เธอก็ไม่ได้ขัดคอ จนพ่อลูกพากันเดินผ่านเธอไป คนสนิทของเขาสองคนก้มศีรษะให้อรวลีก่อนจะตามเจ้านายไป
หญิงสาวมองตามพวกเขา เห็นได้ชัดว่าทันทีที่พันธกานต์ก้าวเข้าไปในงานเขากลายเป็นจุดเด่นทันที ชิ... เขินตรงไหน เธอเป่าปากแรง ๆ พลางคิดว่าเมื่อไหร่ที่ชีวิตของเธอและอลินจะกลับเข้าสู่ความสงบเสียที
อรวลีดูแลความเรียบร้อยที่หน้างานจนแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอพบอิงควัตและอรุณีมาลาจึงคุยกันเรื่องพ่อของอลิน โดยที่หญิงสาวเล่าเรื่องในตอนบ่ายที่อลินฝันร้ายให้ญาติทั้งสองฟังเพื่อขอคำปรึกษา
“ลิลลี่กลัวอะไร ถึงคุณพัทเขาจะอยากได้ลูกคืนก็ไม่ง่ายนะ เราทำเอกสารอย่างถูกต้องทุกอย่าง” อรุณีมาลาปลอบ
“เราไม่รู้สิออ ถึงเราจะมีเอกสารครบแต่ความผูกพันของพ่อลูก เราจะสู้ได้เหรอ”
วันนี้เห็นได้ชัดว่าอลินเปิดใจรับพันธกานต์ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่เขาบอกว่าเป็นพ่อเด็กหญิงก็เรียกพ่อตามแบบที่ไม่มีข้อกังขาใดใด
“ในเรื่องความรักมันสู้กันไม่ได้หรอกลิลลี่ มันมีแค่รักหรือไม่รักเท่านั้น และในบางรูปแบบของความรักก็ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องมีแค่หนึ่งเดียว”
อิงควัตพูดบ้าง ในความเห็นเขาต่อให้อลินรักพันธกานต์ได้รวดเร็วตามสายใยของพ่อลูก แต่เด็กหญิงไม่สามารถขาดอรวลีได้เช่นกัน
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ล่ะคะพี่อิง ลี่กับอลินเคยอยู่กันแค่สองคน ลี่รักอลินดูแลอลินมาก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะมาเป็นปีๆ แต่นี่แค่ไม่กี่วันเองนะ อลินเรียกเขาพ่อเต็มปากเต็มคำจนลี่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนนอก”
“เอาน่าลี่ ตอนนี้เราน้อยใจลูกใช่ไหมล่ะ อลินก็แค่เห่อพ่อใหม่ไม่มีอะไรหรอก”
“อีกเรื่องค่ะ อลินบอกคุณพัทว่ามีคนว่าเป็นเด็กที่ถูกขอมาเลี้ยง เป็นเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่แต่ลูกไม่เคยบอกลี่เลย”
หญิงสาวอดเสียใจไม่ได้เมื่อคิดว่าอลินอาจจะไม่ได้ไว้ใจเธอมากพอที่จะเล่าเรื่องพวกนี้
“ไม่ใช่หรอก ออว่าอลินไม่อยากให้ลี่กังวลมากกว่า อลินแค่ห้าขวบแต่ก็มีความคิดแล้วนะ” อรุณีมาลาแย้ง
อรวลีคิดตามหรือว่าเธอกังวลจนสติแตกไปเอง เธอควรจะมั่นใจว่าอลินรักเธอเหมือนกับที่รักพันธกานต์ หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ แทนที่จะน้อยใจเธอควรจะคิดว่าอลินเก็บอะไรไว้อีกบ้าง มีใครอีกบ้างที่ทำให้เด็กหญิงรู้สึกไม่ดีแบบที่มารดาของปรนัยทำ
“นั่นสิ งั้นลี่ควรทำยังไงกับเรื่องนี้แล้วถ้าคุณพัทเขาเกิดอยากได้อลินกลับไปอังกฤษกับเขาด้วย ลี่จะทำอะไรได้บ้างคะ”
อิงควัตมองเข้าไปในงาน เห็นอลินอยู่ในอ้อมแขนของพันธกานต์ สองพ่อลูกโดดเด่นเป็นที่รุมล้อมของผู้คนที่อยากสนิทสนมกับทายาทของสายสกุลภัคสิริน
“อย่าเพิ่งกังวลล่วงหน้าเลยลี่ ไอ้พัทมันบอกว่าเที่ยวนี้มันจะอยู่นาน คงไม่ได้กลับง่ายหรอกเห็นว่าต้องรีโนเวตวังด้วย”
ญาติผู้พี่เล่าตามที่เพื่อนเคยบอก ตัวเขาเองคิดว่าพันธกานต์อาจจะได้อยู่ที่นี่อย่างน้อยไม่ต่ำว่าครึ่งปีด้วยซ้ำ ถ้าดูจากสเกลงานที่ไอ้คุณชายพูด
ทั้งสามพูดคุยกันอีกครู่ก่อนที่อิงควัตจะมีคนมาขอคุยด้วย สองสาวจึงแยกย้ายกันเข้างาน