วันต่อมา...
[เพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด เวลา 10.00 น.]
ลูกพีชหันมองรอบห้องที่กว้างขวางเกินความจำเป็นสำหรับคนสองคนด้วยความประหม่า ในหัวคิดว่าอย่างน้อยช่วงนี้เธอคงปลอดภัย เพราะเจ้มอลลี่บอกว่าเขาอยู่สิงคโปร์และยังไม่มีกำหนดกลับไทย
“จากวันนี้ไป... เธอต้องอยู่ที่นี่”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ “คะ... คุณเทียนอี้...” เธอเรียกชื่อเขาเสียงอ่อนพลางถอยหลังหนีจนแผ่นหลังเกือบชนผนัง “ยะ... อยู่ที่นี่ได้ไงคะ”
ทว่ามาเฟียหนุ่มกลับสาวเท้าเข้ามาประชิด เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินข้างแก้ม ก่อนจะใช้มือหนาโอบรอบเอวคอดกิ่วแล้วรั้งร่างเล็กให้เข้ามาแนบชิดกับกายแกร่งจนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน
“ฉันเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ จะเข้าออกเมื่อไหร่หรือจะอยู่ยาวแค่ไหนมันก็สิทธิ์ของฉัน... ทำไม? หรือเธอคิดว่าฉันต้องขออนุญาตเธอก่อนหรือไง?” น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบแต่ทว่าทรงอำนาจจนลูกพีชตัวแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด
“ปะ... เปล่าค่ะ พีชแค่ตกใจ”
“หึ... ขวัญอ่อนจริงนะ หรือว่าเธอแอบทำอะไรผิดลับหลังฉันช่วงที่ฉันไม่อยู่?”
“...ไม่ค่ะ” หญิงสาวส่ายหน้าตอบไม่เต็มเสียง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตานัยน์ตาสีเทาคู่คมตรงหน้า
เทียนอี้หรี่ตาลงจ้องมองอย่างกดดัน เขาขยับเบียดกายแกร่งเข้าหาจนร่างบางแทบจะจมหายไปในอก ใบหน้าหล่อโน้มลงสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นจากซอกคอขาวแรงๆ จนลูกพีชเผลอกลั้นหายใจด้วยความหวาดหวั่น
“อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกัน... เพราะเธอคงรู้ดีว่า จุดจบ ของคนไม่ซื่อสัตย์มันเป็นยังไง” มือหนาเลื่อนลงมาบีบคางมนให้เชิดขึ้นสบตา บังคับให้เธอเห็นความวาวโรจน์ของปีศาจร้ายในดวงตาของเขา
“จำไว้พิชาภา... ตอนนี้แม้แต่ลมหายใจของเธอก็เป็นของฉัน อย่าริอ่านทำอะไรนอกเหนือคำสั่ง! เข้าใจไหม!”
“ขะ... เข้าใจแล้วค่ะ ละ... แล้วพีชต้องนอนที่ห้องไหนคะ?” เธอถามเสียงแผ่วด้วยหัวใจที่เต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
“ห้องของฉัน” เทียนอี้ตอบสั้นๆ “เธอไม่มีสิทธิ์นอนแยกห้อง หน้าที่ของเธอคือสแตนด์บายรอรับใช้ฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“แต่ว่า... มันจะไม่อึดอัดไปหน่อยเหรอคะ พีชกลัวว่าจะรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณ...”
“ไม่มีแต่... แล้วของในกระเป๋านั่น” เทียนอี้ตวัดสายตามองไปที่กระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่า “เอาไปทิ้งซะ จิน... อย่าให้มีขยะรกหูรกตาติดเข้ามาในห้องนอนฉันเด็ดขาด”
“ทิ้งไม่ได้นะคะ นั่นมันเสื้อผ้าพีชนะ” หญิงสาวประท้วงเสียงสั่น
“ของไร้ราคาพวกนั้น ไม่คู่ควรกับคนของฉัน” เขาพูดชิดริมฝีปาก สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของเธอ “ฉันจะซื้อให้ใหม่... ชุดที่ฉันอยากให้เธอใส่ และชุดที่ฉันอยากจะ ‘ฉีก’ มันทิ้งเวลาที่เราอยู่บนเตียงด้วยกัน!”
[บูติกหรูย่านสุขุมวิท - VVIP Private Room]
พนักงานในร้านก้มศีรษะให้นักธุรกิจหนุ่มใหญ่อย่างนอบน้อม เทียนอี้นั่งจิบไวน์แดงบนโซฟาหนังสีดำด้วยท่าทางสงบนิ่ง ขณะที่ลูกพีชถูกสั่งให้ลองชุดที่เขาเลือกเองกับมือ
“ชุดนี้... มันสั้นไปไหมคะ?” หญิงสาวเดินออกมาในชุดเดรสรัดรูปสีแดงเพลิงที่เว้าลึกจนเห็นเนินอกอวบอิ่ม
“มานี่”
ลูกพีชเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าอย่างว่าง่ายตามที่เจ้มอลลี่สอนไว้
‘เป็นเด็กดีว่านอนสอนง่ายแล้วท่านจะเอ็นดู’
สายตาคมกริบกวาดมองสัดส่วนโค้งเว้าอย่างหิวกระหาย ก่อนจะเอื้อมมือลูบไล้สะโพกมนแล้วเลื่อนขึ้นบีบเคล้นหน้าอกที่ล้นทะลักออกมา “อึก... คุณเทียนอี้ พนักงานมองอยู่ค่ะ”
“ใครมอง... มันก็แค่ตาย” เขาพูดเสียงเรียบแต่ดุดัน “ชุดนี้ดี... แต่มันยังโชว์ไม่พอ ไปเปลี่ยนชุดที่บางกว่านี้ ชุดที่ฉันจะเห็นผิวเธอเวลาโดนแสง”
“แต่พีชอาย...”
“หึ...จำไว้ฉันซื้อให้เธอใส่ให้ฉันดูคนเดียว ถ้าวันไหนเธอใส่ให้คนอื่นเห็น ฉันจะควักลูกตามันออกมาซะ ไปได้แล้ว”
‘คำก็สั่งสองคำก็สั่งคนเผด็จการ! บ้าอำนาจ!’
ลูกพีชทำแก้มป่องมองเขาด้วยความไม่พอใจอย่างลืมตัว
“อย่ามาทำหน้าแบบนั้นใส่ฉันนะพิชาภา!” เสียงดุแกมบังคับทำให้หญิงสาวสะดุ้ง ลนลานรีบวิ่งกลับเข้าห้องลองชุดทันที ทิ้งให้มาเฟียใหญ่แอบยกยิ้มมุมปาก... นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครกล้าพยศใส่เขาแบบนี้
[เพนต์เฮาส์ เวลา 21.00 น.]
ลูกพีชยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมา ในมือมีชุดชั้นในซีทรูสีดำสนิทที่เป็นผ้าลูกไม้บางเฉียบ บางจนแทบไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรเลย
“เสร็จหรือยัง?” เสียงเข้มจากด้านนอกทำให้สะดุ้ง
“คะ... ค่ะ กำลังออกไปค่ะ”
เธอเดินออกมาด้วยความประหม่า ชุดชั้นในซีทรูตัวจิ๋วรัดรึงไปบนร่างขาวนวล ผิวเนียนละเอียดส่งกลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่น ผ้าลูกไม้บางกริบพาดผ่านหน้าอกอวบอิ่มที่แทบจะปิดไม่มิด และที่สำคัญที่สุด... ‘ยอดอกสีชมพู’ นั้นชูชันทะลุเนื้อผ้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เทียนอี้ที่นั่งอยู่ปลายเตียงในชุดคลุมอาบน้ำสีเข้มหยุดชะงัก สายตาคมกริบจ้องมองภาพตรงหน้าไม่วางตา “มาหาฉัน... ลูกพีช”
ลูกพีชก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ เทียนอี้เอื้อมมือมารวบเอวคอดกิ่วแล้วดึงร่างเล็กเข้าไปอยู่ระหว่างขาแกร่ง “สวย... สวยกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก”
ฝ่ามือหนาที่ร้อนระอุสอดเข้าไปใต้ผ้าลูกไม้ สัมผัสถึงความนุ่มฟูของหน้าอกที่ล้นมือ เขาเริ่มนวดเฟ้นอย่างหนักมือ บีบเคล้นจนเนื้อสาวปลิ้นตามร่องนิ้ว
“อื้อ... คุณเทียนอี้... อย่าบีบแรงนักสิคะ พีชเจ็บ”
“เจ็บแต่เธอก็ชอบไม่ใช่เหรอ? ดูสิ... ห***มเธอมันแข็งสู้มือฉันขนาดนี้”
เขาก้มลงซุกไซ้หน้าอกอวบอิ่ม ลากลิ้นสากผ่านผ้าลูกไม้ซีทรู ความร้อนจากปลายลิ้นทำเอาหญิงสาวสะดุ้งตัวโยน เทียนอี้ไม่รอช้าอ้าปากครอบงำยอดอกสีหวานผ่านเนื้อผ้าบางกริบแล้วออกแรงดูดเม้มอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง ‘จ๊วบ’ ดังสนั่นห้อง
“อ๊า! คุณเทียนอี้... มะ... มัน... พีชเสียว...”
ลิ้นร้อนตวัดระรัวลงบนยอดอกที่แข็งเป็นไตชุ่มไปด้วยน้ำลายของเขา เขาดูดดึงมันจนเนื้อเป่งตึงแดงก่ำสู้ฟัน ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนต่ำลงไปตามหน้าท้องเนียน ก่อนจะสอดล้วงเข้าไปใต้ขอบกางเกงชั้นในลูกไม้ตัวจิ๋ว นิ้วแกร่งกรีดกรายลงบน ‘กลีบกุหลาบอวบอูม’ ที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความใคร่
“อื้อออ! อย่า... ตรงนั้น...”
“ปากบอกอย่า... แต่ข้างล่างเธอแฉะจนนิ้วฉันเปียกไปหมดแล้วนะลูกพีช” เขาคำรามเสียงพร่า พลางบดบี้นิ้วลงบนจุดกระสันเบาๆ สลับกับเน้นย้ำรุนแรง จนร่างเล็กบิดเร้าแอ่นสะโพกเข้าหาปลายนิ้วเขาอย่างลืมตัว
เขาก้มลงจัดการกับหน้าอกอีกข้างอย่างตะกละตะกลาม ทั้งดูดทั้งกัดจนหน้าอกขาวเนียนสั่นกระเพื่อมตามแรงอารมณ์ เสียงครางหวานระงมปนเสียงหายใจหอบกระเส่าทำให้มาเฟียใหญ่แทบคลั่ง
เทียนอี้ยืดตัวขึ้นมองใบหน้าหวานที่เปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสียวซ่าน ก่อนจะก้มลงจูบซับที่หน้าผากอย่างรวดเร็วแต่ดุดัน
“จำไว้... ชุดพวกนี้มีไว้ให้ฉันถอดเท่านั้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าชิดใบหู ลูกพีชหอบหายใจรวยริน ร่างกายสั่นระริกจากการถูกปรนเปรออย่างหนักหน่วงจนแทบสิ้นสติ มาเฟียใหญ่โน้มตัวลงมาทับซ้อน แผ่นอกกว้างที่ร้อนระอุบดเบียดเข้าหาความนุ่มหยุ่นที่บอบช้ำ สายตาคมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต
“ไหนบอกฉันสิ... เธอเป็นของใคร?” มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างเบามือ ดูเผินๆ เหมือนจะอ่อนโยน ทว่าปลายนิ้วกลับจิกทึ้งลงบนหนังศีรษะเล็กน้อยเพื่อบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส
“พีช...” เสียงหวานสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“พูดมาลูกพีช... แล้วฉันจะ ‘ใจดี’ กับเธอ”
คำว่าใจดีของเขามาพร้อมกับการกระทำที่ตรงกันข้าม เทียนอี้ก้มลงครอบงำยอดอกสีหวานที่บวมแดงอีกครั้ง
เขาออกแรงดูดดึงจนเกิดเสียงชื้นแฉะที่น่าอาย ลิ้นร้อนสากตวัดไล้เลียยอดปทุมถันที่แข็งเป็นไตระรัวเร็ว จนร่างเล็กสะดุ้งสุดตัว แอ่นอกเข้าหาปากร้อนอย่างลืมอาย
ขณะที่มือหนาที่เคยลูบหัวกลับเลื่อนต่ำลงไปเบื้องล่าง สอดแทรกนิ้วเรียวยาวผ่านน้ำหวานที่ไหลอาบเคลือบกลีบกุหลาบอวบอูม
“อื้อออ! คุณเทียนอี้... ตรงนั้น... พีช... อ๊ะ!” นิ้วแกร่งเริ่มกรีดกรายและบดขยี้ลงบนจุดกระสันอย่างจงใจความเสียวซ่านแล่นริ้วจนสมองขาวโพลน ลูกพีชจิกเล็บลงบนบ่าหนาจนเลือดซิบ เขาสอดแทรกนิ้วเข้าหาความคับแน่นที่รัดรึงนิ้วถี่รัว ก่อนจะถอนออกมาแล้วบดบี้แรงๆ ซ้ำไปซ้ำมา จนหญิงสาวส่งเสียงครางกระเส่าไม่เป็นภาษา
“พีช... พีชเป็นของคุณเทียนอี้ค่ะ... อ๊าส์ เป็นของคุณคนเดียว”
“หึ... ดีมากเด็กน้อย” เขาเหยียดยิ้มร้ายที่ดูเหมือนจะเอ็นดูแต่กลับแฝงไปด้วยความอำมหิต “จำไว้ว่าเธอเป็นของฉัน... ตราบใดที่ฉันยังไม่เบื่อ สินค้าอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เป็นของใคร!”
สิ้นคำพูด เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่นุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อนั้นทำให้น้องพีชเผลอเคลิ้มไปชั่วขณะ
ก่อนกระแทกจูบลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนอีกครั้ง ย้ำเตือนให้รู้ว่า... ในกรงทองแห่งนี้ เขาคือเจ้าชีวิตที่จะพาเธอขึ้นสวรรค์และลงนรกในเวลาเดียวกัน...