คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนานาชาติ
เสียงพูดคุยเจื้อยแจ้วของนักศึกษาในโรงอาหารดูจะน่ารำคาญกว่าปกติสำหรับ ‘ลูกพีช’ ที่เดินลากขาเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอตัดสินใจสวมเสื้อคอเต่าแขนยาวสีครีมแม้ว่าอากาศข้างนอกจะเริ่มอบอ้าว เพื่อปกปิดรอยสีกุหลาบเข้มที่กระจายตัวอยู่ทั่วลำคอและเนินอก รวมถึงรอยบีบเคล้นที่ฝังลึกอยู่ในผิวเนื้อจากการกระทำอันป่าเถื่อนของมาเฟียใหญ่ ซึ่งตอนนี้บินกลับสิงคโปร์ไปแล้ว ทำให้เธอพอจะมีเวลาพักหายใจหายคอบ้าง
“นั่นไง! ยัยตัวดีโผล่หัวมาแล้ว!”
เสียงแหลมใสของ ‘เจมี่’ เพื่อนสาว LGBTQ+ ประจำกลุ่มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา โดยมี ‘น้ำชา’ เพื่อนสนิทมาดเท่เดินตามมาด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“พีช! แกหายไปไหนมาสามวันโทรไปก็ไม่รับรู้ไหมพวกฉันเป็นห่วงจะแย่!” น้ำชาคว้าไหล่เพื่อนสาวไว้ แต่เพียงแค่สัมผัสเบาๆ คนตัวเล็กก็เผลอสะดุ้งสุดตัวจนหน้าเหยเก
“โอ๊ย...”
“เฮ้ย! เป็นอะไรพีช?” น้ำชาชะงัก รีบปล่อยมือทันที “ฉันจับแรงไปเหรอ?”
“ปะ... เปล่า พอดีพีช... พีชแค่เพลียๆ น่ะ ช่วงนี้เฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลติดกันหลายคืนเลย” หญิงสาวฝืนยิ้ม พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ พอดีโทรศัพท์พีชตกหน้าจอแตกน่ะ เพิ่งเอาไปซ่อมมา”
“เหรออออออ... แต่ฉันว่าไม่ใช่แค่เพลียนะ” เจมี่หรี่ตาจับผิด เดินวนรอบตัวลูกพีชเหมือนเรดาร์ตรวจจับ “ทำไมแกเดินเหมือนคนขาเจ็บ? แถมใส่คอเต่ามาเรียนเนี่ยนะ? วันนี้ข้างนอกเกือบ 35 องศานะแม่!”
“พีช... พีชหนาวน่ะ ข้างในห้องเรียนแอร์มันเย็น”
“หนาวหรือซ่อนรอยอะไร?” เจมี่ยิ้มกริ่มเตรียมจะเอื้อมมือมาเลิกคอเสื้อเพื่อน
“หยุดเลยอีเจมี่! พีชบอกว่าเฝ้าพ่อก็คือเฝ้าพ่อสิ แกจะไปแกล้งเพื่อนทำไม” น้ำชาดุตัดบท ทำให้ลูกพีชลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
“อุ๊ย! มากันครบเลยนะจ๊ะสาวๆ” เสียงหวานหยดที่แฝงไปด้วยความมั่นใจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ ‘ลินดา’ สาวสวยไฮโซประจำกลุ่ม เธอวางกระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่ล่าสุดลงบนโต๊ะด้วยท่าทางสง่า สายตาคมกริบจ้องมองมาที่ลูกพีชอย่างพิจารณา
“กรี๊ดชะนี กระเป๋าใหม่เหรอ? สวยจัง รุ่นนี้มัน Limited ไม่ใช่เหรอแก?” เจมี่รีบหันไปสนใจกระเป๋าใบหรูทันที
“อ๋อ... พอดี ‘ผู้ใหญ่’ ที่บ้านซื้อให้รางวัลที่ตั้งใจเรียนน่ะ” ลินดายิ้มมุมปาก พลางปัดปอยผมสีน้ำตาลทอง “ว่าแต่พีช... หายไปหลายวัน ดูซีดลงนะจ๊ะ แถมยังใส่เสื้อผ้าปิดมิดชิดเชียว ไปทำอะไรมาเหรอ?”
“เฝ้าพ่อที่โรงพยาบาลน่ะลินดา” ลูกพีชตอบสั้นๆ พลางหลบสายตา
“อ๋อ... เฝ้าพ่อเหรอ? แปลกจังนะ เมื่อคืนเราไปปาร์ตี้แถวทองหล่อ เห็นรถ Rolls-Royce ของเจ้าพ่ออสังหาฯ คนหนึ่งขับผ่านไปทาง Penthouse หรูแถวนั้น แล้วตาฝาดเห็นผู้หญิงที่นั่งข้างในหน้าเหมือนพีชมากเลย”
ลูกพีชหัวใจกระตุกวูบ มือเล็กกำสายกระเป๋าเป้แน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ “ลินดาตาฝาดแล้วละ พีชจะไปอยู่ในรถแบบนั้นได้ยังไง”
“นั่นสิ อีลินดา แกนี่ยังไง เพื่อนมันจนจะตายจะไปนั่งรถหรูขนาดนั้นได้ไง” เจมี่ส่ายหน้าพลางสมทบ “แต่จะว่าไปนะพีช... กลิ่นน้ำหอมแกแปลกไปนะ ปกติแกชอบใช้แต่แป้งเด็กไม่ใช่เหรอ? แต่วันนี้... กลิ่นมันเหมือนน้ำหอมผู้ชายยี่ห้อแพงๆ ที่พวก CEO เขาใช้กันเลยอ่ะ”
“...” ลูกพีชตัวแข็งทื่อ กลิ่นบุหรี่และน้ำหอมของเทียนอี้... ต่อให้อาบน้ำขัดตัวกี่รอบ มันกลับฝังลึกอยู่ในโสตประสาทและผิวเนื้อของเธอไม่จางหาย
“น้ำหอมน้ำชาหรือเปล่า?” เธอรีบโบ้ยไปทางเพื่อนสนิท “เมื่อกี้พีชเดินเบียดกับน้ำชาน่ะ”
“เออ... น้ำหอมฉันเองแหละ ไปหาอะไรกินกันเถอะฉันหิว” น้ำชาตัดบทแล้วกอดคอลูกพีชเดินนำออกไปทันที
15.00 น. ลานจอดรถหลังตึกคณะ
ลูกพีชเดินออกมาจากตึกด้วยความอ่อนแรง แดดช่วงบ่ายทำให้เธอเริ่มหน้ามืด ความระบมที่ช่วงล่างย้ำเตือนทุกก้าวย่างว่าร่างกายรับภาระหนักเกินไป เธอพยายามจะก้าวไปให้ถึงป้ายรถเมล์ แต่ทัศนียภาพรอบตัวกลับเริ่มหมุนคว้าง
“พีช!”
หมับ!
อ้อมแขนแกร่งคว้าตัวเธอไว้ได้ทันก่อนที่ร่างบางจะร่วงลงไปกองกับพื้น
“พี่เควิน...”
หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่ว มองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของรุ่นพี่หนุ่มต่างมหาวิทยาลัย
เขาคือคนที่เธอให้ความเคารพและสนิทใจด้วย เพราะพี่เควินเป็นเพื่อนรักกลุ่มเดียวกับพี่ชายน้ำชา ทำให้เธอกับเขาพลอยรู้จักและสนิทสนมกันไปด้วยโดยปริยาย
“เป็นอะไรเรา? ทำไมหน้าซีดขนาดนี้?” เควินถามเสียงนุ่ม มือหนาประคองแผ่นหลังไว้ด้วยความสุภาพ “แล้วทำไมใส่เสื้อผ้าหนาขนาดนี้ พีชไม่สบายเหรอ?”
“พีช... พีชหน้ามืดนิดหน่อยค่ะพี่เควิน สงสัยพักผ่อนน้อย”
“ไม่ได้การแล้ว ไปนั่งพักในรถพี่ก่อน เดี๋ยวพี่ไปส่งที่บ้าน”
เควินไม่ฟังคำประท้วงช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอกท่ามกลางสายตาของนักศึกษาคนอื่นๆ ลูกพีชตกใจจนเผลอคว้าลำคอหนาไว้มั่น “พี่เควิน! พีชเดินเองได้ค่ะ คนมองหมดแล้ว”
“เดินเองจนจะล้มเนี่ยนะ? อยู่นิ่งๆ เถอะน่า พีชตัวแค่นี้ พี่อุ้มไหวสบายมาก” เควินยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่อบอุ่นและสว่างไสว แตกต่างจากรอยยิ้มร้ายของเทียนอี้อย่างสิ้นเชิง
พอมาถึงรถ รุ่นพี่หนุ่มปรับเบาะให้นอนพักพลางส่งขวดน้ำเย็นให้ “กินน้ำก่อนนะ แล้วนี่... รอยอะไรที่คอน่ะ?”
เควินทักขึ้นเมื่อเห็นรอยแดงช้ำที่โผล่พ้นขอบเสื้อคอเต่าออกมาจากการที่เธอดิ้นตอนเขาอุ้ม ลูกพีชรีบตะปบมือปิดคอตัวเองทันที
“ระ... รอยยุงกัดค่ะ พีชไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล ยุงมันเยอะมาก”
“ยุงตัวใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?” เควินขมวดคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่อยากจะเซ้าซี้
“ช่วงนี้ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ บอกพี่ได้นะพีช พี่อยู่ข้างพีชเสมอ... รู้ใช่ไหม?”
“ขอบคุณค่ะพี่เควิน... พี่ดีกับพีชจริงๆ” ลูกพีชพูดจากใจจริง ความอ่อนโยนของเควินเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นคน ไม่ใช่แค่ที่ระบายอารมณ์ของใคร
เควินลูบหัวเล็กเบาๆ “เราก็เหมือนน้องสาวพี่คนหนึ่ง... นอนพักเถอะ เดี๋ยวถึงบ้านแล้วพี่ปลุก”
[เวลา 17.00 น. ณ บ้านเช่าของลูกพีช]
เควินมาส่งลูกพีชถึงหน้าบ้านหลังจากพาน้องไปทานของอร่อย เขาอาสาจะเดินเข้าไปส่งข้างในแต่ลูกพีชปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เจอแม่เลี้ยงปากร้าย
“ขอบคุณมากนะคะ”
“ครับ พักผ่อนเยอะๆ นะ พรุ่งนี้ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องไปเรียน ยังไงน้ำชาก็จดชีสให้”
“รับทราบค่ะ” หญิงสาวยิ้มสดใส
“ไอ้ตัวเล็กของพี่ เข้าบ้านได้แล้วครับ” มือใหญ่ขยี้ศีรษะเล็กอย่างมันเขี้ยวแล้วเดินไปขึ้นรถ
“ขยับรถดีๆ นะคะ”
“โอเค” เควินโบกมือลาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะขับรถออกไป
ลูกพีชถอนหายใจยาว เดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้า แต่เพียงแค่ก้าวเท้าเข้าประตู เสียงโวยวายที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นทันที
“อีนางตัวดี! กลับมาแล้วเหรอ!” วิภาเดินปรี่เข้ามาหา หน้าตาสดใสผิดปกติ “แหม... มีผัวรวยขนาดนี้! ทำไมปล่อยให้แม่กับน้องลำบาก”
“พี่เควินไม่ใช่ผัวพีช!” ลูกพีชตอบเสียงเรียบ
“ไม่ใช่ก็ทำให้ใช่สิ! ท่าทางรวยขนาดนั้น มึงอย่ามาโง่ รีบจับทำผัว กูกับน้องก็จะสบาย” วิภาจิกแขนลูกเลี้ยง “แล้วนี่มีเงินไหม เอามาให้ยืมก่อนสิ เจ้ามือหวยมันตามทวงถึงนี่แล้ว!”
“ไม่มี!”
ลูกพีชสะบัดตัวหนี เดินขึ้นห้องนอนตัวเองแล้วล็อกประตูทันที เธอทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นกอดเข่าร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ความกดดันรอบด้านมันหนักอึ้งจนแทบรับไม่ไหว
ติ๊ง!
เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์เครื่องใหม่ที่เจ้มอลลี่จัดหาให้ดังขึ้น แล้วหยิบขึ้นมาดูด้วยความหวาดระแวง...
‘เบอร์ต่างประเทศ’
หัวใจดวงน้อยแทบจะหยุดเต้น ข้อความเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยไอสังหารที่สัมผัสได้แม้ผ่านหน้าจอ
‘เธอต้องย้ายมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ พรุ่งนี้คนของฉันจะไปรับ นี่คือคำสั่ง!’