บทที่ 2 : ทางตันของชีวิต

812 Words
[1 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น] กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นเหมือนนาฬิกานับถอยหลังชีวิตที่ ‘ลูกพีช’ ไม่อยากรับรู้ ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาที่ยับย่นยืนเกาะขอบประตูห้องไอซียู มองดูร่างผู้เป็นพ่อที่มีสายระโยงระยางเต็มตัวด้วยหัวใจที่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก “ญาติคนไข้ครับ...” เสียงแพทย์เจ้าของไข้ทำให้ลูกพีชได้สติ เธอรีบปาดน้ำตาที่นองหน้าออกลวกๆ แล้วหันไปยกมือไหว้ “คะ... คุณหมอ คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ” นายแพทย์หนุ่มถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่เหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจ “อาการของคุณธนินทรุดหนักกว่าที่เราคาดไว้ครับ ไตข้างขวาเริ่มวายเฉียบพลัน เราจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตและใช้ยาตัวใหม่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประคองอาการ... ซึ่งค่าใช้จ่าย...” “เท่าไหร่คะ” ลูกพีชถามเสียงสั่น “เบื้องต้นสำหรับการผ่าตัดและค่ายา... ประมาณแปดแสนบาทครับ และต้องชำระก่อนภายในสามวัน ไม่อย่างนั้นทางโรงพยาบาลคง...” แปดแสนบาท! ตัวเลขนั้นทำให้โลกทั้งใบของลูกพีชหมุนคว้าง ขาเรียวสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ เมื่อก่อนเงินจำนวนนี้สำหรับครอบครัวเธอเป็นเพียงเศษเงิน แต่ตอนนี้... บ้านล้มละลายเพราะแม่เลี้ยง ‘ร่วมหัว’ กับชู้โกงเงินบริษัท มันจึงกลายเป็นเงินจำนวนมหาศาลที่เธอไม่รู้จะไปหามาจากไหน “พะ... พีชจะรีบหามาให้ค่ะ คุณหมอช่วยยื้อคุณพ่อไว้ก่อนนะคะ ฮึก... อย่าเพิ่งถอดเครื่องช่วยหายใจนะคะ” เธอละล่ำละลักบอกทั้งน้ำตาก่อนจะเดินโซซัดโซเซออกจากโรงพยาบาลด้วยสภาพใจสลาย [บ้านเช่าแถบชานเมือง] ทันทีที่เปิดประตูบ้านเช่าหลังเล็กที่จำใจย้ายมาอยู่หลังหมดตัว เสียงโวยวายก็ดังลั่นบ้าน “นังลูกพีช! มึงกลับมาก็ดีแล้ว มีเงินติดตัวมาบ้างไหม!?” ‘วิภา’ แม่เลี้ยงตัวแสบพุ่งเข้ามาค้นกระเป๋าสะพาย โดยมี ‘ลูกแพร’ ลูกสาวตัวดีนั่งทาเล็บเท้าอยู่บนโซฟาอย่างไม่ทุกข์ร้อน “ปล่อยนะ! นั่นเงินค่ารถพีช!” “ค่ารถบ้าบออะไร! กูจะเอาไปจ่ายค่าหวย เจ้ามือมันมาทวงหน้าบ้านแล้วเนี่ย!” วิภาตวาดเสียงแหลม แย่งเงินร้อยสุดท้ายไปจากมือลูกเลี้ยงหน้าตาเฉย “อาเอาเงินไปหมด แล้วพีชจะเอาอะไรกิน! แล้วค่ารักษาพ่อล่ะ พ่อต้องผ่าตัดนะ!” ลูกพีชตะโกนกลับอย่างเหลืออด “โอ๊ย! อีแก่ใกล้ตายนั่นจะรักษาไปทำไม เปลืองเงิน!” ลูกแพรเงยหน้าขึ้นมาพูดจาเสียดแทง “ตายๆ ไปซะก็จบ จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระพวกกู” “นั่นพ่อของพีชนะ! แล้วที่บ้านเราหมดตัวก็เพราะอากับชู้ไม่ใช่เหรอ!” เพียะ! ฝ่ามือหนักๆ ของวิภาฟาดลงบนแก้มเนียนของลูกพีชจนหน้าหัน เลือดสีสดไหลซึมที่มุมปาก “หุบปากเน่าๆ ของมึงเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่มีปัญญาหาเงินก็ไปขายตัวสิ! หน้าตาอย่างมึงน่าจะขายได้ราคาดีนี่” แม่เลี้ยงแสยะยิ้มเหยียดหยามก่อนจะเดินสะบัดก้นออกจากบ้าน ทิ้งให้ลูกพีชนั่งทรุดอยู่กับพื้นสองมือกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ ความเจ็บที่แก้มเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจ พ่อกำลังจะตาย... เงินไม่มีสักบาท... ศักดิ์ศรีที่เคยมีถูกเหยียบย่ำจนจมดิน ลูกพีชกอดเข่าร้องไห้อย่างไม่อาย “แม่จ๋า... พีชจะทำยังไงดี ฮึก... พีชไม่เหลือใครแล้ว” ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือหน้าจอแตกดังขึ้น เป็นยอดเงินคงเหลือ 0.00 บาท และข้อความถัดมาคือคำขู่จากเจ้าหนี้โหดที่ตามราวีเธอไม่เลิก ทางตัน... มันคือทางตันจริงๆ ดวงตากลมโตที่บวมช้ำเหลือบไปเห็นนามบัตรสีดำทองใบหนึ่งที่ตกอยู่ใต้โต๊ะเครื่องแป้ง นามบัตรที่ได้รับจากผู้หญิงทรงอิทธิพลคนหนึ่งเมื่อเดือนก่อน ตอนที่ไปทำงานเสิร์ฟแล้วโดนลูกค้าลวนลาม ‘Molly Club - VVIP Only’ ‘สนใจงานรายได้ดี ดูแลระดับ VVIP ติดต่อเจ้มอลลี่’ ในตอนนั้นเธอปฏิเสธเสียงแข็งเพราะไม่อยากเอาตัวเข้าแลก แต่ตอนนี้... ภาพพ่อที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในห้องไอซียูฉายชัดขึ้นมาในสมอง แปดแสนบาทภายในสามวัน... ไม่มีงานสุจริตที่ไหนจะหาเงินได้เร็วขนาดนั้น ลูกพีชสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แววตาที่เคยอ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว มือบางกำนามบัตรใบนั้นแน่นจนยับย่น “ขอโทษนะคะพ่อ... พีชไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ” เธอตัดสินใจลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าแล้วเดินฝ่าความมืดออกไป...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD