เพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุด โรงแรมเครือ Long Global Corp.
[เวลา: 02.00 น.]
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นพร้อมแสงสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนหรูหราอันมืดสลัว เผยให้เห็นร่างบอบบางที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่ตรงปลายเตียงขนาดคิงไซซ์
‘ลูกพีช’ ในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาด ยกมือขึ้นปิดหูแน่นด้วยความหวาดกลัว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนเจ็บเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น
‘แม่จ๋า... พีชกลัว พีชกลัวจังเลย’ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสสั่นระริกน้ำตาคลอเบ้า
อึก!...
เธอต้องหวาดผวาขึ้นไปอีกเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่ที่ไม่คุ้นเคยลอยวนอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับการปรากฏตัวของมาเฟียใหญ่วัยสี่สิบ ‘หลงเทียนอี้’ หรือที่รู้จักกันในนาม ‘อีริค หลง’ เจ้าพ่อเงามืดแห่งเอเชีย ผู้กุมอำนาจการเงินและเครือข่ายใต้ดินข้ามชาติ เขาเยือกเย็น โหดเหี้ยม ไม่เคยเชื่อในความรัก และไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหน
เสียงรองเท้ากระทบพื้น... ตึก... ตึก... ตึก... ทำเอาหัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้น
“จะนั่งสั่นอีกนานไหม?”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงฟ้าร้อง ลูกพีชสะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้นมองเจ้าของเสียง นัยน์ตาสีเทาเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งแฝงความดุดันน่าเกรงขามอยู่ภายใต้กรอบแว่น สันจมูกโด่งคมเป็นสันรับกับริมฝีปากบางเฉียบสีชมพูสุขภาพดีที่เหยียดตรงดูเย่อหยิ่งสมเป็นมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล
เขายืนตระหง่านอยู่กลางห้อง ก่อนจะถอดแว่นตาวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง เผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่มองมา... สายตาของสัตว์นักล่าที่กำลังจ้องมองเหยื่ออันโอชะ
“ทะ... ท่านคะ...” เสียงหวานสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
“ถอดออก”
ลูกพีชเบิกตากว้าง มือเล็กกำสาบเสื้อคลุมแน่นกว่าเดิม “ตะ... แต่ว่า...”
“ฉันเกลียดการพูดซ้ำ” เขาพูดเสียงเรียบพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้ “ฉันซื้อเธอมาแล้ว ชีวิตเธอ... เป็นของฉัน”
มือหนาเอื้อมมาเชยคางมนให้แหงนหน้าสบตา “สวย...” เขาพึมพำในลำคอ สายตาโลมเลียไปทั่วใบหน้าหวานหยดที่ตื่นตระหนก กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นเหมือนแป้งเด็กทำให้อารมณ์ดิบในกายแกร่งตื่นเพลิด “แววตาเหมือนลูกกวาง... น่าขยี้ให้แหลก”
“อื้อ!”
ไม่รอให้เธอตั้งตัว ริมฝีปากหยักได้รูปก็บดขยี้ลงมาอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน รสจูบแรกของลูกพีชเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและรสชาติของบุหรี่ ลิ้นร้อนสากระคายแทรกเข้ามาในโพรงปาก ควานหาความหวานอย่างเอาแต่ใจ ดูดดึงลิ้นเล็กที่พยายามหลบหนีจนเกิดเสียงน่าอาย
“อื้อออ... ฮึก” หญิงสาวทุบกำปั้นลงบนอกแกร่งเพื่อประท้วงเมื่อโดนช่วงชิงลมหายใจ แต่แรงอันน้อยนิดกลับไม่ทำให้ร่างสูงสะเทือนแม้แต่น้อย เขากลับยิ่งบดเบียดร่างกายเข้าหา ดันร่างบางให้นอนราบลงไปกับเตียงนุ่มแล้วทาบทับกักขังเธอไว้ใต้อาณัติ
ฟึ่บ!
“อึก!” ลูกพีชกรีดร้องไร้เสียงเมื่อชุดคลุมอาบน้ำถูกดึงออกไปกองอยู่ข้างเตียง เผยให้เห็นร่างเปลือยเปล่าที่สวยงามจนน่าใจหาย ผิวขาวดุจน้ำนมนวลเนียนละเอียดทุกสัดส่วน โดยเฉพาะช่วงขาเรียวสวยที่เกลี้ยงเกลา ช่างดูบริสุทธิ์และน่าทะนุถนอมไปเสียหมด
“อย่า... อย่ามองนะคะ...” สองมือน้อยพยายามปกปิดหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ แต่ถูกมือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียว
“ฉันเป็นเจ้าของเธอ จำไว้พิชาภา” เทียนอี้แสยะยิ้มร้าย ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาว ขบเม้มแรงๆ จนเกิดรอยแดงช้ำเป็นจ้ำ ลากลิ้นสากลงมาผ่านเนินอกสวย ก่อนจะครอบครองยอดอกสีหวานที่แข็งขืนสู้ปากอย่างหิวกระหาย ดูดดึงและตวัดลิ้นเลียจนเปียกชุ่ม
“อ๊า! เจ็บ... ท่านคะ หนูเจ็บ...”
“เจ็บสิดี จะได้จำ” เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบเสียงพร่า ดวงตาวาวโรจน์ด้วยไฟราคะ “จำไว้ว่าความเจ็บปวดนี้... ฉันเป็นคนมอบให้เธอ”
มาเฟียใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาจ้องมองร่างเปลือยตรงหน้าพลางถอดสูทและเสื้อเชิ้ตอย่างใจเย็น
“หึ...” หัวเราะในลำคออย่างพอใจที่เห็นดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา ก่อนจะถอดเข็มขัดราคาแพงเหวี่ยงทิ้งอย่างไม่ไยดี ตามด้วยกางเกงที่หลุดพ้นจากเรียวขายาว
เผยให้เห็นแก่นกายขนาดมหึมาที่ตื่นตัวแข็งขึงจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนสั่นระริกท้าทายสายตา ลำยาวใหญ่ขาวอมชมพูส่วนปลายหยักสีชมพูเข้มอมแดงก่ำดูน่าหลงใหลและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
หญิงสาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว ส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา “นะ..หนูกลัว... มันใหญ่เกินไป...” เธอพยายามถอยกรูดหนี
“กรี๊ด!” เสียงหวานร้องลั่นเมื่อถูกมือใหญ่ดึงข้อเท้ากระชากร่างมาอยู่ใต้ร่างเขาตามเดิม
“อย่า... อย่าทำหนู”
เทียนอี้ไม่ฟังคำทัดทาน จับเรียวขาขาวแยกออกกว้างแล้วแทรกตัวเข้าหา มือหนาจับส่วนที่แข็งขึงจ่อหัวบานเข้าหากลีบสวยที่ปิดสนิท ไม่มีการเล้าโลม ไม่มีการป้องกัน มีเพียงความต้องการดิบเถื่อนที่อยากจะปลดปล่อย
“กรี๊ดดดดด!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น เมื่อความแข็งขึงกระแทกเข้ามาในช่องทางคับแคบทีเดียวจนสุดโคน เยื่อความบริสุทธิ์ฉีกขาดสะบั้น เลือดสีสดไหลซึมออกมาเปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอน ลูกพีชตัวเกร็งกระตุกน้ำตาไหลอาบแก้ม ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนแทบขาดใจ เธอจิกเล็บลงบนไหล่กว้างจนเลือดซิบ
“ฮึก... เจ็บ... เอาออกไป... ได้โปรด...”
“อ๊าส์... อย่าเกร็ง” เทียนอี้คำรามต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเพราะความคับแน่นที่ตอดรัดตัวตนจนแทบคลั่ง
ทว่าไม่ใช่แค่เธอที่เจ็บ... เขาเองก็ปวดหนึบไม่แพ้กัน
“ซี้ด... แน่นฉิบหาย...” เขาสบถเสียงพร่า ก้มลงจูบซับน้ำตาแบบขอไปที แต่ช่วงล่างกลับเริ่มขยับเข้าออกเนิบนาบและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ “อย่าเกร็ง... ผ่อนคลายซะ ถ้าไม่อยากเจ็บกว่านี้”
บทรักดำเนินไปอย่างดุเดือดท่ามกลางเสียงสายฝน เสียงเนื้อกระทบเนื้อประสานกับเสียงครางต่ำของมังกรหนุ่มและเสียงสะอื้นของเหยื่อตัวน้อย เทียนอี้จับร่างเย้ายวนพลิกคว่ำพลิกหงาย ตักตวงความสุขสมจากเรือนร่างสาวอย่างตะกละตะกลาม ทุกครั้งที่ถูกกระแทกกระทั้นเข้าใส่ ลูกพีชทำได้เพียงกัดริมฝีปากแน่น ปล่อยให้เขากระทำย่ำยีจนกว่าจะพอใจ
เพราะเธอเป็นแค่สินค้า... สินค้าค้าที่เขาซื้อมาแลกกับลมหายใจของพ่อ
“เรียกชื่อฉัน...” เขาออกคำสั่งขณะเร่งจังหวะเอวสอบถาโถมเข้าใส่อย่างไม่ปรานี
“ฮึก... คะ...คุณท่าน...”
“ไม่ใช่... เทียนอี้ อ๊าส์ เรียกชื่อฉัน พิชาภา” มือใหญ่จับเอวบางไว้แน่น กระแทกเน้นย้ำจุดอ่อนไหวจนร่างเล็กสั่นคลอน
“คะ...คุณ... เทียนอี้... อื้อออ! คุณเทียนอี้! อ๊ะ”
เสียงครางหวานนั้นเหมือนเชื้อเพลิงชั้นดี มาเฟียใหญ่คำรามลั่นก่อนจะโถมกายเข้าใส่เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนปลดปล่อยสายธารอุ่นร้อนเข้าไปในกายสาวทุกหยาดหยดจนมันเอ่อล้นออกมา เขาทิ้งตัวทาบทับร่างเล็กที่นอนหอบหายใจรวยรินอย่างหมดแรง
ใบหน้าหล่อคมซุกลงกับซอกคอหอมกรุ่นที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยรักสีกุหลาบ กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นแป้งเด็ก... มันช่างปลุกเร้าอารมณ์เขาได้เป็นอย่างดี
ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงยอมผละออก ลุกขึ้นยืนมองผลงานของตัวเองด้วยสายตาพึงพอใจ ลูกพีชนอนขดตัวอยู่บนเตียงในสภาพยับเยินเหมือนตุ๊กตาผ้าที่ถูกฉีกทึ้ง ตามตัวมีแต่รอยรักและรอยกัด ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้
เทียนอี้หยิบเช็คเงินสดที่เตรียมไว้ โยนมันลงบนตัวเธอราวกับเศษกระดาษ
“ค่าตัวเธอสำหรับคืนนี้... ทำดีมากพิชาภา”
“อึก...” หญิงสาวได้แต่ร้องไห้สั่นเทา มือบางดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายที่บอบช้ำ
“อย่าลืมกินยา... ฉันไม่ต้องการให้มีมารหัวขนเกิดขึ้นมา... ถ้าเธอท้อง เธอตาย!”
เขาพูดเสียงเย็นชาขณะเดินเข้าห้องน้ำไปโดยไม่หันกลับมามองร่างที่นอนสะอื้นอยู่บนเตียง ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัว แข่งกับเสียงสายฝนด้านนอก และนี่คือจุดเริ่มต้นของนรกขุมนี้...
เพราะสำหรับ ‘หลงเทียนอี้’ ผู้หญิงมีไว้ใช้... ไม่ได้มีไว้รัก