“ครูบัวล่ะ” เขาถามสาวใช้คนหนึ่งที่เจอ
“อยู่ในห้องค่ะนาย”
“ไปตามครูบัวมาที” เขาสั่ง
สาวใช้เหลือบตามองมธุรสอย่างเห็นใจแต่ก็ทำตามที่วรินทรว่าคือไปตามคุณครูคนใหม่มาที่ห้องรับแขก
ไม่นานนักเพียงอึดใจเดียว ร่างบางสีหน้าซูบเซียวของหญิงสาววัย 23 เดินเข้ามา เธอมองหน้ามธุรสและวรินทร บุณฑริกส่งยิ้มให้มธุรสทันทีแต่อีกฝ่ายก็รู้สึกว่าเป็นยิ้มที่ไม่สดใส
มธุรสยิ้มตอบทันที เธอแปลกใจเมื่อเห็นความไม่สดชื่นของบุณฑริก ดูเหมือนว่าคุณครูคนใหม่จะป่วยหรือเป็นอะไรสักอย่างที่ทำให้ดูเหมือนคนไม่แข็งแรง
“ครูบัวนี่มธุรสเลขาของพี่ เรียกพี่น้ำผึ้งก็ได้ครับถ้าบัวอยากได้อะไรจดมาให้พี่น้ำผึ้งเขาได้เลย” เขาแนะนำให้บุณฑริกรู้จักเลขา และหันมาคุยกับมธุรส
“น้ำผึ้งครับ นี่น้องบัวเขาเป็นเพื่อนกับญาติผมเองจบครูปฐมวัยมาเลยชวนมาสอนน้องท็อปที่นี่ ถ้ามีอะไรจะแนะนำน้องเขาก็ได้เต็มที่เลยนะ”
สรรพนามของวรินทรที่แทนตัวว่า 'พี่' กับบุณฑริกทำให้มธุรสนึกปวดใจ ปกติเขาไม่เคยนับญาติกับลูกจ้างยกเว้นวรรัตน์ที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง แต่ถึงกระนั้นในเวลางานวรรัตน์เองก็ยังเรียกวรินทรว่า 'นาย' เหมือนที่คนงานคนอื่นเรียก
“สวัสดีค่ะพี่น้ำผึ้ง” บุณฑริกยกมือไหว้ ทำให้มธุรสรับไหว้ทันที
“สวัสดีค่ะครู ไม่ทราบว่าครูอยากได้อะไรไหมคะเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้ พี่ว่าเราไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่าค่ะ”
ความเป็นเลขามืออาชีพทำให้เธอตัดความรู้สึกส่วนตัวออกไป
“สาวๆ คุยกันไปก่อนเลย ผมจะไปดูน้องท็อปก่อน”
วรินทรปลีกตัวออกมา เขาคิดว่าถ้าอยู่ตามลำพังสองสาวคงคุยกันได้สะดวกใจมากกว่า มธุรสมองตามหลังวรินทรไปก่อนจะหันมาทางคุณครูคนใหม่
“งั้นเราคุยกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ”
เธอเปิดกระเป๋าหยิบสมุดโน้ตที่มีติดตัวเสมอออกมา หญิงสาวนั่งลงกับชุดรับแขกบุณฑริกเองก็ทำตามเช่นกัน
“ค่ะพี่น้ำผึ้ง หมายถึงอุปกรณ์การเรียนการสอนใช่ไหมคะที่พี่ว่าจะไปซื้อให้” บุณฑริกถาม
“ทุกอย่างเลยค่ะ ของใช้ส่วนตัวของครูก็ได้นะคะ หรือว่าครูอยากไปเองไหมคะ” เธอมองหน้าอีกฝ่าย
หญิงสาวอ่อนวัยกว่าส่ายหน้าปฏิเสธ เธอไม่อยากออกไปไหนเลยอยากเก็บตัวเงียบๆ ไม่อยากออกไปพบใครเธอกลัวว่าจะพบคนที่ไม่อยากพบ
“ไม่ดีกว่าค่ะ ถ้าฝากซื้อของใช้ได้เดี๋ยวบัวจดให้นะคะ ไม่มากหรอกค่ะ”
เย็นนั้นมธุรสกลับมาที่บ้านพักของเธอที่มีลักษณะเหมือนรีสอร์ท เป็นบ้านเดี่ยวตั้งเรียงกันหลายหลัง พนักงานในสำนักงานจะได้อยู่บ้านพักโซนนี้ คืออยู่ด้านหลังตึกใหญ่ที่เป็นที่อยู่เจ้านาย
เธอเช็คของใช้ในบ้าน พรุ่งนี้จะไปซื้อของในเมืองให้บุณฑริกจึงถือโอกาสนี้ซื้อของใช้ของตัวเองด้วยเสียเลย
"น้ำดื่ม น้ำส้ม ข้าวสารใกล้หมดแล้ว" เธอพูดกับตัวเองและจดรายการลงกระดาษ
หญิงสาวเปิดตู้เย็นเห็นเบียร์แช่อยู่สองกระป๋อง เบียร์พวกนี้เป็นของวรินทรตามปกติแล้วเธอจะซื้อแช่ติดตู้เย็นไว้เสมอ เธอตัดสินใจไม่ซื้อเติมข้ามไปจดรายการอื่นๆ แทน
ค่ำวันนั้นเธอทำข้าวต้มหมูสับทานง่ายๆ จากข้าวสวยในตู้เย็นที่แช่ไว้วันก่อน หมูบดและต้นหอมผักชีนิดหน่อย เธอตักข้าวต้มใส่ถ้วยเล็กมาวางบนโต๊ะทำงาน หญิงสาวเปิดโน้ตบุ๊กตั้งใจท่องโลกโซเชียลแก้ความเบื่อหน่าย
ทันทีที่เธอเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เนตในคอมพิวเตอร์ก็มีเสียงแจ้งเตือนกังมาจากแอพพลิเคชั่นสนทนาหนึ่งทันที ซึ่งมธุรสใช้โปรแกรมนี้เพื่อหาเพื่อนคุยโดยที่ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวในยามว่างตามประสาคนที่อยู่ไกลบ้าน โดยที่เธอใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า "Honeyflower" หญิงสาวกดดูแจ้งเตือนพบว่าเป็นข้อความทักทายจากเพื่อนคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "Bigbear"
Bigbear : อากาศหนาวรึยังครับ รักษาสุขภาพด้วยน้า
Honey : เริ่มหนาวแล้วค่ะ พี่หมีล่ะคะ
Bigbear : ลำปางไม่หนาวเท่าลำพังครับ แย่จัง..
หญิงสาวหัวเราะ พี่หมีเคยบอกว่าเขาทำงานที่ลำปาง ก็คงยังไม่หนาวเร็วเท่าเธอที่อยู่แม่ฮ่องสอนแน่
Honey : รักษาสุขภาพค่ะ วันนี้วันหยุดไปไหนไหมคะ
Bigbear : ไม่ครับ แล้วน้องฮันนี่จะไปไหนรึเปล่าหน้านี้ดอกไม้สวยนะครับ
เหมือนจะชวนเที่ยว หญิงสาวอมยิ้มอย่างน้อยคนในโลกออนไลน์ก็ยังทำให้เธอยิ้มได้
Honey : น้องทำงานค่ะ มีงานนอกเวลาช่วงนี้คงไม่ได้ไปไหน
Bigbear : น่าเสียดายจัง พี่หมีอยากชวนน้องฮันนี่มาเที่ยวเหนือตอนนี้อากาศดีมาก แล้วที่กทม.เป็นไงบ้างครับ
หญิงสาวลงรายละเอียดในโปรไฟล์ว่าอยู่กทม. พี่หมีจึงคิดว่าเธออยู่ที่นั่นจริงๆ
Honey : อยากไปเหมือนกันค่ะพี่หมี สักวันคงจะได้ไปนะคะ
ทันใดนั้นมีข้อความจากอีกคนทักมา เธอดูที่มุมล่างขวาของหน้าจอเห็นว่าเป็นข้อความจากวรินทร
"ยังไม่นอนอีก พรุ่งนี้ผึ้งจะไปกี่โมงครับเดี๋ยวผมไปด้วย พาท็อปไปเดินเล่นด้วยกันนะ"
"กำลังจะนอนค่ะนาย ถ้าพรุ่งนี้นายจะไปซื้อของเองงั้นผึ้งไม่ไปได้ไหมคะ"
"เป็นอะไรล่ะผึ้ง สองสามวันนี้คุณดูแปลกๆ ไปนะ เดี๋ยวผมไปหาที่บ้านพัก"
วรินทรออกจากการสนทนาทันที เธอห้ามไม่ทันเมื่อเขาออฟไลน์ไปแล้ว หญิงสาวคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่ห้องพักในโรงแรม