ชายหนุ่มอุ้มลูกชายเดินเข้าโรงแรมพบกับมธุรสและวรรัตน์ที่กำลังเดินออกมาพอดี
“อ้าวพี่โต ทานข้าวเสร็จแล้วเหรอคะ” วรรัตน์ถาม เธอถึงกับมองนาฬิกา เวลาเพิ่งผ่านมาชม.เดียวหลังจากที่เขามาส่งมธุรสที่นี่
“ยังไม่ได้กินหรอกมีเรื่องเสียก่อน แล้วไวน์กับผึ้งจะไปไหนกัน” เขาตอบคำถามและถามกลับ
มธุรสเพิ่งสังเกตเห็นว่าเด็กชายที่ซบหน้าบนบ่าวรินทรสะอื้นน้อยๆ เธอเดินอ้อมไปด้านหลังชายหนุ่มเพื่อมองหน้าเด็กชายวริษฐ์
“น้องท็อปเป็นอะไรคะ มาหาอาผึ้งไหม” เธออ้าแขนรับร่างเด็กชายที่โผมาหาเธอทันทีที่ได้ยินเสียงเรียก น้องท็อปกอดคอเธอแน่นขึ้น พูดเสียงอู้อี้เหมือนจะฟ้อง
“น้า...น้ารินดุท็อป ท็อปไม่ชอบเลย”
วรรัตน์ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินดังนั้น หากนรินทร์ภัทรเป็นน้า เธอก็เป็นอาและไม่ชอบใจอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าหลานชายโดนฝ่ายนั้นดุมา
“อะไรกันคะ ไปแปบเดียวมีอะไรให้ดุ”
น้ำเสียงวรรัตน์ห้วนโดยไม่รู้ตัว เธอไม่ชอบครอบครัวของอดีตพี่สะใภ้มานานแล้ว ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรที่ทำให้วรินทรไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้นไม่เลิกราเสียที
หนึ่งชั่วโมงต่อมาวรินทรนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับครอบครัวของอาที่วันนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เขามองลูกชายที่นั่งเล่นอีกมุมกับมธุรสและมีลูกของพี่ชายวรรัตน์อีกคนนั่งเล่นด้วยกัน
“เป็นครูบาอาจารย์แน่เหรอยัยนั่น” วรรัตน์อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์นรินทร์ภัทรหลังจากที่วรินทรเล่าเรื่องให้ฟัง
“อาจารย์บางคนก็ไม่ได้เข้าถึงความเป็นครูหรอกลูก” นางวารีออกความเห็น นรินทร์ภัทรเป็นอาจารย์ในวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในตัวจ.แม่ฮ่องสอน นางไม่เห็นด้วยกับการที่นางจรรยาแทรกแซงเรื่องการแต่งงานใหม่ของวรินทร
ขากลับชายหนุ่มปูเบาะที่เบาะหลังให้ลูกชายนอน ส่วนมธุรสกับเขานั่งด้วยกันที่ด้านหน้า เขาขอให้เธอกลับมาพร้อมกันเพราะความเหนื่อยใจกับสิ่งที่เจอในวันนี้
มธุรสได้ยินสิ่งที่เขาเล่าเกี่ยวกับเรื่องที่นางจรรยาอยากให้เขาแต่งงานใหม่แต่เธอไม่กล้าถามว่าเขาคิดอย่างไร ขากลับต่างคนต่างอยู่กับความคิดของตัวเองจนรถมาถึงหน้าบ้าน
“ขอบคุณนะครับผึ้ง”
“ค่ะ” เธอรับคำและเปิดประตูรถลงไป วรินทรอุ้มลูกชายกลับเข้าบ้านส่วนมธุรสแยกของที่ซื้อมาให้สาวใช้จัดการนำไปให้บุณฑริกและเก็บเข้าที่
หญิงสาวกลับเข้าบ้านพักในเวลาสามทุ่ม อาบน้ำแต่งตัวแล้วจึงมานั่งที่โต๊ะทำงานเปิดโน้ตบุ๊คดู เธอล็อกอินเข้าโปรแกรมสนทนาเดิมจากนั้นไม่ถึงสองนาทีก็มีข้อความมาจากพี่หมีใหญ่
Bigbear : สวัสดีครับน้องฮันนี่
Honey : สวัสดีค่ะ
Bigbear : วันนี้วันหยุดได้พักหายเหนื่อยดีขึ้นบ้างไหม
Honey : ไม่ได้พักเลยค่ะพี่หมี เหนื่อยกว่าวันทำงานอีกเดินจนขาลาก
Bigbear : งั้นนอนพักเร็วหน่อยดีกว่าไหมครับ เช้าตื่นมาจะได้สดใส
มธุรสอ่านข้อความนั้นแล้วยิ้ม เธอไม่รู้ว่าพี่หมีใหญ่เป็นใคร แต่การคุยกับเขาทำให้เธอรู้สึกดี หญิงสาวคุยกับเขาต่ออีกครู่หนึ่งแล้วจึงออกจากการสนทนา
เธอนอนไม่หลับคิดถึงแต่คำพูดของวรินทรเมื่อเย็นที่เขาพูดกับนางวารี
“ผมยังไม่พร้อมแต่งงานหรอกครับอา อยากดูแลน้องท็อปไปก่อน”
หญิงสาวยอมรับว่าถึงจะเคยคุยกันแล้วว่าเธอจะไม่เรียกร้องอะไรจากความสัมพันธ์นี้ แต่ในใจลึกๆ ยังแอบหวังว่าจะมีสักวันที่วรินทรรักเธอและความรักนั้นมากพอที่จะทำให้เขาวางเธอในฐานะภรรยา
‘ต้องยอมแพ้แล้วไหมว่าสิ่งที่เธอหวังมันไม่มีจริง’ เธออยากจะออกไปจากตรงนี้ แต่รู้ตัวว่าใจยังไม่เข้มแข็งพอ
‘ขอเวลาอีกนิดนะ ขอเวลาทำใจอีกนิดเดียว’ เธอบอกตัวเอง
สองเดือนต่อมาเหตุการณ์เป็นปกติและความสัมพันธ์ของเธอกับวรินทรยังคงเป็นเช่นเดิม แต่วันนี้มีเสียงซุบซิบไปทั่วไร่ คนงานทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวเมื่อเธอและวรรัตน์ไปที่โรงครัวเพื่อทานมื้อกลางวัน
ไร่ของวรินทรจะมีโรงครัวทำอาหารกลางวันเลี้ยงทุกคนในไร่ พนักงานในสำนักงานรวมถึงคนทำงานในบ้านและแม้แต่ชายหนุ่มเจ้าของไร่เองก็มาทานที่นี่ถ้าไม่ได้ออกไปข้างนอก
“วันนี้ไม่มีใครมาเหรอ” วรรัตน์ถามแม่ครัว เธอหมายถึงวรินทรและบุณฑริกที่ไม่เห็นมาทานมื้อเที่ยง
“วันนี้คงไม่มีใครมาหรอกค่ะทั้งครูบัวทั้งพ่อเลี้ยง” แม่ครัวตอบ
“อ้าว ทำไมล่ะ” มธุรสที่ยืนใกล้กันถามบ้าง
“คุณไวน์กับคุณน้ำผึ้งไม่รู้จริงๆ เหรอคะ นังคนที่ทำงานบนตึกมันพูดกันให้แซ่ด” แม่ครัวคนเดิมตอบ
“พูดอะไร รู้อะไร” วรรัตน์เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล
“ก็แหม... คุณครูเธอโอ๊กอ๊ากไม่หยุด นังพวกนั้นนินทากันมานานแล้วว่าเธอน่าจะท้องนะคะ”
“ท้อง.. ครูบัวท้องเหรอคะ ท้องกับใคร” มธุรสแทบไม่มีเสียงพูด
“ก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าท้องกับใคร แต่นายกุลีกุจอพาไปหมอในเมือง พากันไปมาสองครั้งแล้วนะคะ วันนี้ก็ออกไปกันแต่เช้า”
มธุรสเซมือไม้อ่อนจนทำจานข้าวตกพื้น เสียงจานกระทบพื้นแตกเสียงดังแต่ไม่ได้กระทบโสตประสาทของเธอ
“ว๊าย.... คุณผึ้ง ยืนเฉยๆ ก่อนค่ะเดี๋ยวเหยียบเศษกระเบื้องนะคะ” คนงานรีบเข้ามาเก็บกวาด ส่วนวรรัตน์วางจานข้าวและรีบมาจับต้นแขนเพื่อนสนิท
“ไหวไหมผึ้ง มานั่งก่อน” เธอหูอื้อตาลาย ในหัวได้ยินแต่คำว่าบุณฑริกท้อง
“ฉันว่าแกถามพี่โตก่อนนะ อย่าเพิ่งคิดไปเอง” วรรัตน์ปลอบเพื่อนสาว แต่ตัวเธอเองก็ไม่สามารถคิดในแง่ดีได้เช่นกัน บุณฑริกอยู่บ้านเดียวกับวรินทร เธอไม่เคยสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่นในไร่เลยนอกจากเจ้าของไร่
และที่มากกว่านั้น คือตัววรินทรเองไม่เคยดูแลลูกจ้างคนไหนที่ดีถึงขนาดพาไปตรวจท้องบ่อยๆ แบบที่เขาทำอยู่
คืนนั้นเป็นวันศุกร์แต่ชายหนุ่มไม่ได้มาหามธุรสที่บ้านพัก หรือถ้าจะพูดให้ถูกคือเขาไม่ได้มาหาเธอในระยะหลังเกือบเดือนแล้ว หลังจากที่ครั้งสุดท้ายเขาไม่ได้ป้องกันและบอกให้เธอดูแลตัวเอง
“เมื่อคืนนายไม่ได้ป้องกันนะคะ วันเสี่ยงของผึ้งด้วย” เธอต่อมาเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและนึกขึ้นได้
“ผมขอโทษ ลืมซื้อมา เมาด้วยไม่ได้คิดอะไรเลยมาหาคุณ ผึ้งกินยาคุมฉุกเฉินได้ไหมสัญญาว่าจะไม่เป็นแบบนี้อีก ผมขอโทษจริงๆ นะ”
เช้าวันนั้นเขาพาเธอเข้าเมืองไปร้านขายยา และไปส่งเธอที่โรงแรมวรวาริน มธุรสบอกเขาไว้ว่าจะกลับเองเพราะเธอมีนัดทานอาหารเย็นกับครอบครัวของวรรัตน์ที่นั่น
“งั้นผึ้งกลับดีๆ นะ พรุ่งนี้ผมต้องไปกรุงเทพฯ คงต้องกลับไปคุยกับลูกก่อนว่าจะไม่อยู่หลายวัน” เขาบอกเธอแบบนั้นแต่เธอมารู้ในวันหลังว่าหลังจากที่มาส่งเธอ เขาไปรับบุณฑริกมาหาหมอในตัวเมือง วันนั้นเธอคิดว่าคุณครูสาวคงจะป่วยอะไรสักอย่างจึงไม่ได้คิดมาก
แต่หลังจากที่วรินทรไปกรุงเทพฯ กลับมาเขาไม่เคยมาหาเธออีก คนทั้งสองพบกันแค่ในสำนักงานเท่านั้น
“ช่วงนี้ผมงานยุ่ง เรื่องทำเมล็ดกาแฟส่งออกต้องไปคุยงาน ผึ้งเข้าใจใช่ไหมครับ”
“เข้าใจค่ะ อย่าหักโหมมากนะคะ” เธอรู้สึกผิดที่เป็นเลขาแต่กลับช่วยแบ่งเบางานเขาได้น้อยมาก เคยขอตามไปช่วยเวลาที่เขาไปกรุงเทพฯ ก็ได้รับการปฏิเสธมาตลอด
“ผมไปหลายที่ ผู้ชายไปมันคล่องตัวกว่า ผึ้งอยู่ช่วยงานผมที่นี่ดีแล้ว”
วันนี้เธอรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร และรู้ชัดเจนว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเธอ