“ใครคือหลานเจ้าของมหาลัย”

1376 Words
เลิกเรียน… ช่วงเย็นคือช่วงเวลาที่ผู้คนแน่นที่สุดของตึกรวม โดยเฉพาะตรงหน้าร้านน้ำปั่น ที่ตอนนี้มีนักศึกษายืนต่อแถวกันยาวเหยียด เมลบียืนอยู่ในแถวนั้นด้วยสีหน้าหมดแรง ร้านนี้คือร้านประจำของเธอ แทบจะเรียกได้ว่ามาซื้อเกือบทุกวัน เพราะเมลบีเป็นคนที่ ขาดน้ำปั่นไม่ได้ วันไหนไม่ได้กิน เหมือนน้ำตาลในเลือดตก ใจหวิว สมองไม่ทำงาน และตอนนี้… อาการนั้นก็กำลังจะกำเริบเต็มที เธอยืนต่อแถวมาเกือบสิบห้านาทีแล้ว แต่แถวกลับแทบไม่ขยับไปไหนเลย คนข้างหน้าก็ยังเต็ม คนข้างหลังก็เริ่มมาต่อเพิ่ม “มึง…” น้ำตาลที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหมดความอดทน “กูว่าวันนี้เลิกกินร้านนี้แล้วไปร้านอื่นไหมวะ” เมลบีถอนหายใจยาว มองแถวยาวเหยียดตรงหน้าอย่างสิ้นหวัง “แม่งงงง คนเยอะฉิบหายเลยว่ะ” เธอหันไปบ่นต่อด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “อาจารย์ก็ปล่อยช้าอีก กว่าจะได้ออกมา คนก็กรูมาหมดแล้ว” “เอาน่า มึง~~ เอาไว้วันอื่นก็ได้” น้ำตาลถอนหายใจ พลางเอ่ยขึ้นอย่างยอมแพ้ “ถ้ามึงจะยืนต่อรออีก กูขอกลับก่อนดีกว่า เหนื่อยว่ะ” เมลบีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแรง ๆ เหมือนคนตัดใจ “อืม… ไม่ต่อแล้วก็ได้” น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นติดหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด เธอหันหลังให้แถวยาวเหยียดตรงหน้า ก่อนจะก้าวเดินออกมาทันที น้ำปั่นที่อยากกินนักหนา สุดท้ายก็ต้องพับเก็บความอยากเอาไว้ก่อน เมลบีเดินออกมาจากฝูงคนด้วยสีหน้าหมดแรง ทั้งหิว ทั้งเหนื่อย และหงุดหงิดกับทุกอย่างรอบตัวไปหมด ทว่า… จังหวะที่เมลบีกับน้ำตาลกำลังเดินพ้นออกมาจากตึกรวม ก็มีร่างของเด็กผู้หญิงคณะวิศวะคนหนึ่ง ดูจากหน้าแล้วน่าจะเป็นเด็กปีหนึ่ง วิ่งพรวดเข้ามา พร้อมเสียงเรียกที่ดังตามหลังมา “พี่คะ! พี่ รอก่อนค่ะ!” น้องคนนั้นวิ่งมาหยุดตรงหน้าทั้งสองคนพอดี ท่าทางหอบเล็กน้อย เหมือนรีบตามมาอย่างสุดแรง “มีอะไรหรือเปล่าน้อง” น้ำตาลเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อน เด็กวิศวะยังไม่ตอบทันที เธอสูดหายใจเข้าออกแรง ๆ อีกสองสามครั้ง ก่อนจะยื่นแก้วน้ำปั่นสองแก้วออกมาตรงหน้าเมลบีกับน้ำตาล “หลานเจ้าของมหาลัยฝากมาให้พี่สองคนค่ะ” น้องพูดเร็วขึ้นเหมือนกลัวพูดไม่ทัน “อันนี้เขาไม่รู้ว่าพี่ชอบอะไร เลยสั่งเป็นโกโก้ปั่นมาให้ค่ะ” พูดจบก็ส่งแก้วหนึ่งให้น้ำตาล ก่อนจะยกอีกแก้วขึ้นมา ยื่นให้เมลบี “ส่วนแก้วนี้… นมหมีปั่นคาราเมล เพิ่มหวานสิบเปอร์เซ็นต์ ของพี่ค่ะ” เมลบียื่นมือไปรับแก้วนั้นมาอย่างอัตโนมัติ แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความงง งงที่มีใครไม่รู้จักมาซื้อน้ำปั่นให้ และงงยิ่งกว่า… เพราะคนคนนั้นรู้ด้วยว่าเธอชอบกินอะไร ละเอียดเกินไปจนชวนขนลุก “เมื่อกี้น้องบอกว่าใครฝากมานะคะ” เมลบีถามอีกครั้ง ช้า ๆ “หลานเจ้าของมหาลัยค่ะ” น้ำตาลหันมามองหน้าเมลบีทันที คิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ “ใครวะ?” เมลบีส่ายหน้าไปมาอย่างคนไม่รู้เรื่อง ก็เพราะเธอ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันคือเรื่องอะไร “ยังไงก็… ขอบคุณนะ” เธอพูดออกไปตามมารยาท “ค่ะ งั้นหนูขอตัวนะคะ” เด็กวิศวะยิ้มบาง ๆ ก่อนจะขยับตัวเตรียมเดินแยกออกไปอีกทาง แต่แล้ว… เธอก็ชะงักเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ “เอ่อ… พี่คะ” น้องหันกลับมาเรียกอีกครั้ง “หนูลืมบอกไปเลย พอดีหลานเจ้าของมหาลัยเขาขอคอนแทกพี่ด้วยน่ะค่ะ” เมลบีชะงัก ก่อนจะชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแบบไม่อยากเชื่อหู “พี่เหรอ?” “ใช่ค่ะ” เมลบีหลุดหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าทันทีเหมือนตั้งสติได้ “เอ่อ… พี่คงให้ไม่ได้หรอก” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ชัดเจน “พี่ไม่รู้จักเขาอ่ะ ถ้าเขาอยากได้จริง ๆ ก็ให้เขามาขอพี่เองนะคะ” พูดจบ เมลบีก็ไม่รอให้บทสนทนายืดเยื้อ เธอคว้าแขนน้ำตาลไว้แน่น “ขอตัวนะคะ” น้ำตาลถูกลากออกมาแบบงง ๆ ยังไม่ทันได้ถามอะไรด้วยซ้ำ เท้าสองคู่รีบก้าวจ้ำ ๆ จนมาถึงบริเวณโรงจอดรถในที่สุด ทั้งเหนื่อย ทั้งหอบ เหมือนเพิ่งหนีอะไรสักอย่างมา “อีเหี้ย… เหนื่อยฉิบหายเลยว่ะ” น้ำตาลบ่นออกมา พลางยกแก้วน้ำปั่นขึ้นมาดูอย่างพอใจ ก่อนจะเจาะหลอดเตรียมดูด แต่ว่า… “มึง อย่าเพิ่ง!” เสียงของเมลบีรีบห้ามไว้ทันที น้ำตาลชะงัก หันมามองเพื่อนงง ๆ “ห๊ะ?” เมลบีชี้ไปที่แก้วในมือน้ำตาล สีหน้าจริงจังผิดปกติ “เอาลอดหว่างขาก่อน” “อะไรของมึงเนี่ย…” น้ำตาลทำหน้าเหวอ “เออน่าา~” เมลบีลากเสียงยาวเหมือนกล่อมเด็ก “เผื่อมันใส่ของแปลก ๆ หรือเล่นอะไรมา ลอด ๆ ไปเหอะ ไม่เสียหายอะไรหรอก” น้ำตาลยืนมองเพื่อนอยู่สองวินาที ก่อนจะถอนหายใจอย่างคนยอมแพ้ให้ความเพี้ยน “มึงนี่มัน…” พูดยังไม่ทันจบ ก็ย่อตัวลง ทำท่าลอดแก้วน้ำปั่นผ่านหว่างขาแบบขำ ๆ “โอเคยัง! ลอดละ!” เมลบียืนดูอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้าหงึก ๆ “เออ แค่ปลอดภัยไว้ก่อน” หลังจากนั้น น้ำตาลก็ยกแก้วโกโก้ปั่นขึ้นมาดูดอย่างสบายใจ สีหน้าผ่อนคลายลงทันที เหมือนความเหนื่อยกับความงงเมื่อครู่ถูกดูดหายไปพร้อมน้ำในแก้ว “เออ… ก็อร่อยดีว่ะ” น้ำตาลสรุปหน้าตาเฉย เมลบีเห็นแบบนั้นก็โล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง เธอก้มลงบ้าง ทำท่าลอดแก้วน้ำปั่นของตัวเองผ่านหว่างขาอย่างจริงจังไม่แพ้กัน ราวกับเป็นพิธีกรรมความปลอดภัยขั้นสุดท้าย พอลุกขึ้นมาได้ เธอก็เสียบหลอดแล้วดูดน้ำในมือทันที รสหวานของนมหมีคาราเมลไหลผ่านลิ้น หวานพอดี ถูกใจ… แบบที่เธอชอบจริง ๆ เมลบีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วบาง ๆ “แม่ง…” เธอพึมพำเสียงเบา ดวงตาจ้องไปที่แก้วน้ำในมือ “ใครวะเนี่ย…” น้ำตาลที่ยืนดูดโกโก้ปั่นอยู่ข้าง ๆ ชะงักตาม เธอค่อย ๆ หันมามองหน้าเมลบี สีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “หรือว่า…” น้ำตาลลดเสียงลง เหมือนกลัวคำพูดตัวเองจะดังเกินไป “สต๊อกเกอร์” คำคำนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบวูบไปชั่วครู่ “บ้าาา~~” เสียงของเมลบีกับน้ำตาลหลุดออกมาพร้อมกันแบบไม่ได้นัด เหมือนต่างคนต่างเพิ่งรู้ตัวว่าคิดไกลกันไปเอง เมลบีหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะโบกมือไล่ความคิดนั้น “ไม่หรอกมึง ใครจะมาตามกูวะ” เธอพูดเหมือนปลอบตัวเองมากกว่าปลอบเพื่อน ทั้งที่ในใจยังอดแปลกใจไม่ได้อยู่ดี น้ำตาลดูดโกโก้ปั่นอีกอึก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “เออ… ก็หวังว่าจะไม่มีอะนะ” แล้วก็เสริมต่อเสียงเรียบ แต่จริงจังขึ้นนิดหนึ่ง “แต่ยังไงก็ระวัง ๆ ไว้หน่อยแล้วกัน กูว่าไม่เสียหาย” เมลบีถอนหายใจยาว “เออ… เดี๋ยวนี้โลกมันแปลก คนก็แปลก” น้ำตาลเหลือบตามองหน้าเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ไม่มีใครแปลกเท่ามึงแล้วค่ะสาว” เมลบีหันขวับมองหน้าเพื่อนทันที “อ้าว! กูแปลกตรงไหนวะ” น้ำตาลไม่ต้องคิดนาน เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบแต่เจ็บ “ทุกตรง!” แล้วก็เสริมต่อทันทีเหมือนกลัวเพื่อนจะยังไม่เข้าใจ “ยังจะกล้าถามกูอีกนะ” เมลบีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่เชิงเต็มใจ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD