ตอนที่ 15
รู้ความจริง NC20+
"พี่คิดถึงหนูมากเลยนะ... เด็กดื้อของพี่"
เสียงแหบพร่าครางแผ่วท่ามกลางแรงอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ เมฆกระแทกกระทั้นตัวตนเข้าหาเอพริลอย่างบ้าคลั่งราวกับคนขาดสติ ก่อนจะปลดปล่อยสายธารรักจนทะลักท้นออกมาจากกายสาว เพียงแค่ครั้งเดียวก็ทำเอาเอพริลเหนื่อยหอบจนตัวโยน ทว่าเธอยอมถวายตัวสู้สุดใจ ให้พี่เขยได้บรรเลงเพลงสวาทอย่างย่ามใจจนเกือบถึงรุ่งเช้า
ความอ่อนเพลียจากการกรำศึกหนักกับคู่พี่น้อง ทำให้เมฆเผลอหลับไปในห้องของเอพริลอย่างลืมตัว เมื่อได้สติสัมปชัญญะกลับคืนมาเขาก็รีบกุลีกุจอใส่เสื้อผ้าแล้วแอบย่องกลับห้องนอนตัวเองทันที
ทว่า... จังหวะที่เขาเปิดประตูเข้าไป กลับเป็นเวลาเดียวกับที่ไอรินตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกาย เตียงนอนที่ยังอุ่นอยู่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งลุกออกไปไม่นาน แต่มันกลับกระตุ้นความระแคะระคายจากเหตุการณ์เมื่อวานให้พุ่งพล่านขึ้นมาอีกรอบ
"ตื่นแล้วเหรอที่รัก... พอดีผมออกไปเดินดูชายหาดมาน่ะครับ"
บานประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของสามีที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มประดิษฐ์ เมฆพยายามอ้างเหตุผลเรื่อยเปื่อยเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยคาวราคะที่ยังติดตัว
ทว่าท่าทางที่ดูลุกลี้ลุกลนเล็กน้อยและดวงตาที่ล้าจากการอดนอนกลับปิดไอรินไม่มิด
หญิงสาวจ้องมองสามีด้วยสายตาเรียบนิ่ง เธอเห็นทุกความผิดปกติ เห็นรอยยับย่นบนเสื้อผ้าที่ไม่เหมือนคนเพิ่งออกไปเดินเล่น และเห็นเงาของความหลอกลวงที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของชายที่เธอรักที่สุด ความหวาดระแวงเริ่มหยั่งรากลึกลงในใจ แต่เธอกลับเลือกที่จะนิ่งและไม่พูดอะไรออกไปในตอนนี้
"ค่ะ ที่รักหิวไหม?"
ไอรินฝืนยิ้มตอบรับคำลวงนั้นอย่างขมขื่น เกมซ่อนหาในครั้งนี้เธอกำลังจะเปลี่ยนบทบาทจากคนถูกหลอก เป็นคนที่จะคอยจ้องมองดูความพินาศของคนทรยศอย่างใจเย็น
"ยังไม่ค่อยหิวเลยครับ..." เมฆเอ่ยตอบเลี่ยง ๆ สายตาหลบวูบขณะที่พยายามปั้นหน้านิ่ง
"เหรอคะ... งั้นเดี๋ยวรินไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะคะ"
ไอรินตัดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เธอไม่ได้เซ้าซี้หรือซักไซ้ให้เสียเวลา ทว่าวินาทีที่หันหลังเดินเข้าห้องน้ำ แผ่นหลังที่เคยดูอบอุ่นของสามีกลับกลายเป็นภาพที่ทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปท่องเที่ยวที่ควรจะเต็มไปด้วยความสุข แต่มันกลับกลายเป็นวันที่ยาวนานที่สุดในชีวิตของเธอ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทุกคนมารวมตัวกันตามจุดนัดหมายเพื่อเดินทางไปกินเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ก่อนกลับ
ตลอดการเดินทาง... เมฆและเอพริลกลับลอบส่งสายตาเชื่อมโยงหากันถี่ยิบราวกับคนตกอยู่ในภวังค์อย่างลืมระวังตัว หรือไม่ก็เพราะไอรินพึ่งจะมาสังเกตเห็น ที่จริงพวกเขาอาจจะเป็นแบบนี้มานานแล้ว
สายตาที่เมฆมองน้องสาวเธอ... มันไม่ใช่สายตาของพี่เขยที่เอ็นดูน้องเมีย แต่มันคือสายตาของ 'ชู้รัก' ที่เต็มไปด้วยความโหยหา และเอพริลเองก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เธอส่งยิ้มพรายที่แฝงความนัยกลับไปให้สามีพี่สาวอย่างย่ามใจ
เจอแบบนี้เป็นใครก็ต้องโกรธจนตัวสั่น ความไว้วางใจที่เคยสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตาเดียว ไอรินกำหมัดแน่นจนเล็บแทงเข้าไปในฝ่ามือ ลำคอแห้งผากด้วยความเจ็บปวดที่ถูกคนที่รักที่สุดสองคนร่วมมือกันแทงข้างหลัง
แต่เพราะเห็นแก่หน้าพ่อและแม่ที่นั่งยิ้มแย้มไม่รู้เรื่องราวอยู่ข้าง ๆ ไอรินจึงเลือกที่จะสงบคำและเก็บทุกความเจ็บแค้นไว้ในใจ เธอปั้นหน้ายิ้มแย้มร่วมเฟรมถ่ายรูปครอบครัวอย่างแนบเนียน ทว่าในใจกลับเต็บไปด้วยความว้าวุ่นและสับสน
กว่าขบวนเดินทางจะกลับถึงกรุงเทพฯ เวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่ความเงียบสงัดของยามดึก ทุกคนตัดสินใจนอนค้างที่บ้านพ่อแม่อีกสักคืนเพื่อพักผ่อนจากความเหนื่อยล้า เมฆล้มตัวลงนอนเคียงข้างไอรินบนเตียงที่แสนคุ้นเคย ทว่าอ้อมกอดที่เขามอบให้ภรรยานั้นกลับว่างเปล่า เพราะในห้วงความคิดกลับเต็มไปด้วยภาพเรือนร่างเย้ายวนและลีลาเร่าร้อนของเอพริลที่เพิ่งผ่านพ้นไปริมหาด
เพียงแค่นึกถึงเสียงครางกระเส่าและสัมผัสที่แสนช่ำชอง สัญชาตญาณดิบใต้กางเกงก็ตื่นตัวพลุ่งพล่านขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่
เมฆนอนรอเวลาอย่างใจเย็น... กระทั่งเสียงลมหายใจของไอรินสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าเธอหลับสนิท เขาจึงค่อย ๆ แกะแขนภรรยาออกแล้วย่องออกจากห้องนอนอย่างเงียบเชียบที่สุด
ทางสะดวก... ทุกคนในบ้านจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา เมฆจึงลอบเข้าห้องของเอพริลได้อย่างง่ายดาย
"นอนหรือยังครับ... ตัวแสบ"
เขาเปรยออกมาเบา ๆ พลางเปิดประตูเข้าไปในห้องที่มืดสนิท ร่างบางของเอพริลนอนขดตัวอยู่บนเตียง เธอคงเพลียมากจนหลับสนิทโดยไม่รู้ตัวเลยว่าเสือร้ายกำลังย่องเข้ามาหาถึงที่นอน เมฆทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงก่อนจะสะกิดปลุกคนตัวเล็กเบา ๆ
"เฮือก! อุ๊ย... ว้าย!"
เอพริลสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ อ้าปากเตรียมจะกรีดร้องตามสัญชาตญาณ
"ชู่ววว... พี่เองครับ!" เมฆรีบกระซิบเสียงต่ำพลางตะครุบปากเธอไว้ทันควัน หากเธอส่งเสียงออกไปเพียงนิดเดียว แผนการลับที่สร้างมาคงพังพินาศกันทั้งบ้าน
เมื่อเห็นว่าเป็นเมฆ เอพริลก็เปลี่ยนจากความตกใจเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอโผเข้าหาอ้อมกอดแกร่งอย่างโหยหา อีกฝ่ายไม่รอช้าก้มลงบดจูบที่แสนหื่นกระหาย ทั้งคู่พัวพันแลกลิ้นกันอย่างบ้าคลั่งราวกับคนขาดสติ
พายุราคะภายในห้องนอนของเอพริลยังคงโหมกระหน่ำอย่างย่ามใจ เสียงครางกระเส่าและเสียงเนื้อกระทบเนื้อแว่วดังออกมาเป็นระยะ
แม้คนทั้งคู่จะพยายามควบคุมให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มันกลับดังก้องกังวานสำหรับคนที่ยืนใจสลายอยู่หลังบานประตูที่แง้มไว้เพียงนิด
ไอรินสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง เมื่อคลำหาคนข้างกายแล้วพบเพียงความว่างเปล่าที่เริ่มเย็นชืด เธอจึงตัดสินใจเดินออกมาดูด้วยความเป็นห่วง คิดเพียงว่าสามีอาจจะไปเข้าห้องน้ำหรือลงไปดื่มน้ำที่ห้องครัว...
ทว่าก้าวย่างของเธอกลับต้องหยุดชะงักเมื่อเดินผ่านห้องนอนของน้องสาว
"อื้อ... พี่เมฆ... แรงอีกค่ะ"
เสียงที่คุ้นเคยทำเอาไอรินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป หัวใจหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เธอค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้บานประตูที่งับไม่สนิทเพราะความเร่าร้อนและความสะเพร่าของคนข้างใน เพียงช่องว่างเล็ก ๆ นั้นกลับเปิดเผยภาพนรกที่พรากเอาลมหายใจของเธอไปทันที
"ฮึก!"
ไอรินรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นจนเจ็บ เพราะกลัวว่าเสียงสะอื้นจะเล็ดลอดออกมาทำลายความเงียบสงัด น้ำตาอุ่นร้อนไหลพรากอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น อีกมือหนึ่งยกขึ้นเช็ดหางตาด้วยความสั่นเทา เธอไม่ได้ผลักประตูเข้าไปอาละวาด ไม่ได้กรีดร้องให้คนทั้งบ้านตื่นมาดูความโสมมนี้
เธอกลับเลือกที่จะหมุนตัวเดินกลับห้องนอนของตัวเองอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้... ก้าวแต่ละก้าวช่างหนักอึ้งเหมือนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า
เมื่อทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างที่เพิ่งมีความสุขด้วยกันมา ไอรินก็ได้แต่ขดตัวสั่นเทาและสะอื้นไห้อยู่ในความมืดมิด
ความรักที่แสนซื่อสัตย์ ศักดิ์ศรีที่ยอมแลกมา ทุกอย่างถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เธอรู้สึกเจ็บและจุกไปทั้งทรวงจนแทบจะหายใจไม่ออก...
ตลอดทั้งวันของเช้าวันใหม่ ไอรินตกอยู่ในสภาวะที่จิตใจหน่วงชาเหมือนมีหินหนัก ๆ มาถ่วงไว้ในอก ความเจ็บปวดที่ได้รับรู้เมื่อคืนมันเกินกว่าจะเยียวยา เธอเลือกที่จะเงียบและเย็นชาใส่ทุกคนรอบข้างจนบรรยากาศในบ้านตึงเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"ที่รักเป็นอะไรหรือเปล่าครับ... ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ?"
เมฆที่เดินเข้ามาถามไถ่ด้วยสีหน้าแสดงความห่วงใย ทว่าลึก ๆ ในใจของวัวสันหลังหวะ กลับสั่นระรัวด้วยความกลัวว่าความลับจะรั่วไหล
"รินมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยค่ะ..."
เธอตอบสั้น ๆ สายตาเรียบนิ่งจนเมฆเริ่มใจคอไม่ดี เขาคิดไปเองว่าต้องรีบเอาอกเอาใจภรรยาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ และจังหวะนั้นเองที่เอพริลเดินนวยนาดผ่านหน้าไปพอดี กลิ่นกายสาวและภาพจำจากเมื่อคืนกระตุ้นอารมณ์ใคร่ของเมฆให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาจึงตัดสินใจชวนไอรินขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อปลอบเธอให้หายหงุดหงิด
ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีห้องนอน ไอรินกลับชิงจังหวะที่เขากำลังจะงับประตูห้องเพื่อเริ่มบทรัก
"ไม่ต้องล็อกหรอกค่ะ... เปิดไว้อย่างนั้นแหละ"
คำสั่งที่เรียบเย็นทำเอาเมฆชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองใบหน้าสวยของภรรยาที่บัดนี้ยกยิ้มเยาะอยู่ที่มุมปาก มันเป็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน... รอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ไอรินตั้งใจเปิดประตูทิ้งไว้เพื่อส่ง 'เสียงสะท้อน' ของความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยวนี้กลับไปหาคนที่แอบฟังอยู่ข้างนอก
"เอ่อ มันจะดีเหรอครับที่รัก"
"ทำไมคะ ที่รักเกรงใจใครเหรอ?"
"เปล่าครับ"
เมฆแม้จะรู้สึกถึงความผิดปกติที่รุนแรง แต่เพราะชนักติดหลังที่มีอยู่เต็มบ่า เขาจึงไม่กล้าขัดใจภรรยาแม้แต่น้อย ประตูห้องถูกเปิดทิ้งไว้อย่างตั้งใจ ท้าทายสายตาและโสตประสาทของใครบางคนที่มักจะชอบแอบฟังอยู่เสมอ
คราวนี้... ไอรินจะเป็นฝ่ายคุมเกมและกรีดหัวใจของน้องสาวตัวเองให้ขาดวิ่นด้วยเสียงรักที่เธอจงใจจะเปล่งออกมาให้ดังก้องไปทั้งบ้าน
***