ตอนที่ 3
รอยที่พี่ทำไว้ NC18+
เอพริลเดินก้าวเข้ามาในอาณาเขตของบ้านด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เธอเพิ่งกลับจากมหาวิทยาลัยพร้อมกับความพยายามที่จะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด แต่สายตาเจ้ากรรมกลับทรยศหักหลังด้วยการกวาดหาใครบางคนทันทีที่ก้าวพ้นประตู
และเธอก็พบเขา...
เมฆในลุคสบาย ๆ ของวันหยุด ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้สนามท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้งเป็นสาย แสงแดดยามบ่ายจัดจ้านขับเน้นลอนกล้ามเนื้อแขนที่โผล่พ้นเสื้อยืดแขนสั้นให้ดูดุดันยิ่งขึ้น เขาดูเหมือนราชสีห์ที่กำลังพักผ่อน แต่บรรยากาศรอบตัวกลับแผ่ซ่านความอึดอัดออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เมฆทำเพียงเหลือบมองร่างบางที่เดินผ่านหน้าไปเพียงชั่ววินาที ก่อนจะเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็วราวกับเห็นสิ่งของที่ไม่อยากจดจำ ความเฉยชาที่ดูตั้งใจจนเกินเหตุนั้นทำให้เอพริลรู้สึกหน้าร้อนผ่าวด้วยความโกรธปนน้อยใจ
"เออ... เดี๋ยวกูออกไปดื่มกับพวกมึง ทุ่มหนึ่งใช่มั้ย"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยกระซิบพร่าข้างหูเธอเมื่อคืน บัดนี้กลับเอ่ยคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงราบเรียบกระด้าง เขาจงใจเมินเฉยต่อการคงอยู่ของเธออย่างสมบูรณ์แบบ เอพริลขมวดคิ้วมุ่นพลางกลอกตาใส่แผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความหมั่นไส้
มือเรียวเผลอยกขึ้นลูบไล้ที่ซอกคอระหงของตัวเองเบา ๆ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับรอยแดงจ้ำที่ยังคงทิ้งร่องรอยแห่งความเอาแต่ใจของเขาไว้ชัดเจน
เพียงแค่สัมผัสโดน... ร่างกายกลับทรยศความนึกคิดด้วยการส่งกระแสความวูบวาบแล่นผ่านไปทั่วกายสาว รอยประทับที่เขาทิ้งไว้นั้นไม่ได้เป็นเพียงรอยตำหนิ แต่มันเป็นเหมือนแรงเร้าที่คอยย้ำเตือนถึงวินาทีที่เธอถูกเขาโอบรัดและปรนเปรออย่างหนักหน่วง
หญิงสาวเม้มปากแน่นพลางมองตามแผ่นหลังของพี่เขยที่ยังคงทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว เธอรู้ดีว่าคืนนี้คือคืนสุดท้ายที่พี่สาวจะไม่อยู่บ้าน... และการที่เขาบอกว่าจะออกไปดื่มตอนทุ่มหนึ่ง เท่ากับว่าเขาต้องการหลบหน้าเธอแบบพันเปอร์เซ็นต์
โอกาสที่ฟ้าประทานมาให้ช่างเป็นใจเหลือเกิน เมื่อพ่อและแม่มีธุระต้องค้างคืนที่บ้านญาติ ทิ้งให้คฤหาสน์หลังใหญ่ตกอยู่ในความครอบครองของคนสองคนที่มีความลับร่วมกัน บัดนี้เอพริลไม่ใช่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาอีกต่อไป ความเมินเฉยของเมฆเมื่อครู่เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟทำให้สัญชาตญาณความไม่ยอมคนของเธอทำงาน
ร่างบางในชุดนักศึกษาพอดีตัวทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาวที่เพิ่งผ่านสมรภูมิรักเมื่อคืนมาหมาด ๆ เธอจงใจขยับเรียวขาขาวเนียนให้กระโปรงทรงสอบรั้งขึ้นจนเห็นโคนขาอ่อนประเจิดประเจ้อ มือเรียวแสร้งทำเป็นปัดป่ายหน้าจอสมาร์ตโฟน แต่สายตากลับลอบมองไปยังประตูบานใหญ่ที่พี่เขยกำลังจะเดินเข้ามา
และเหยื่อก็ติดกับ...
เมฆเดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางนิ่งขรึม แต่ทันทีที่สายตาคมกริบปะทะเข้ากับภาพของน้องเมียที่นอนทอดกายยั่วยวนอยู่บนโซฟา เขาก็ถึงกับชะงักกึก
อึก...
เสียงกลืนน้ำลายลงคอดังอึกใหญ่ท่ามกลางความเงียบ เมฆรีบเบือนหน้าหนีทันที แม้วันนี้สติจะครบถ้วนไร้ฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่ภาพความขาวโพลนตรงหน้าก็ทำเอาตบะแทบแตก
“พี่เมฆคะ... มาพอดีเลย ช่วยดูหน่อยสิคะ ไม่รู้ว่าตัวอะไรกัดคอหนู ดูซิ... แดงไปหมดเลย”
เสียงใสเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่จงใจยั่วเย้า เอพริลหยัดกายลุกขึ้นนั่งพลางใช้ปลายนิ้วเรียวปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาออกทีละเม็ดอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งสาบเสื้อแยกออกเผยให้เห็นบราเซียลูกไม้ตัวสวยที่โอบอุ้มความอวบอิ่มไว้เพียงครึ่ง
รอยแดงจ้ำสีกุหลาบที่เขาเป็นคนฝากไว้เมื่อคืน ปรากฏเด่นชัดตั้งแต่ช่วงลำคอระหงลามลงไปจนถึงเนินอกนวลเนียน และบางรอยก็แอบซ่อนอยู่แถวหน้าท้องแบนราบที่โผล่พ้น
กึด...
เมฆขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนออกมาอย่างชัดเจน เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ดิบที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในกาย ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผลงานของตัวเองที่ปรากฏอยู่บนร่างกายของหญิงสาววัยสะพรั่งตรงหน้า
"เอพริล... ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน แต่ฝ่ามือกลับกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน... ยิ่งเธอรุกคืบ ความอดทนของเขาก็ยิ่งริบหรี่ลงทุกที
“ไม่ค่ะ... จนกว่าพี่จะดูรอยนี้ให้หนู”
เสียงใสเอ่ยย้ำด้วยความเอาแต่ใจ เอพริลหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาในสภาพที่สาบเสื้อนักศึกษายังคงแยกออกกว้าง เผยให้เห็นรอยตีตราสีกุหลาบที่เด่นชัดบนผิวเนื้อนวลเนียน เธอขยับก้าวเข้าหาชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เรื่อย ๆ สายตาจับจ้องไปที่ใบหน้าคมสันของเขยที่ตอนนี้ดูเคร่งเครียดจนถึงขีดสุด
“ไม่รู้ว่าใครมันเป็นคนทำรอยพวกนี้ไว้... แล้วคิดจะรับผิดชอบบ้างไหมนะ?”
ประโยคคำถามที่แฝงไปด้วยความนัยทำให้คนตัวโตต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เขาสัมผัสได้ถึงรังสีความปั่นป่วนที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวตรงหน้า ยิ่งเขาถอย เธอก็ยิ่งรุกคืบ จนกระทั่งแผ่นหลังกว้างชนเข้ากับกำแพงเย็นเฉียบ ไร้ซึ่งทางหนีใด ๆ อีกต่อไป
เอพริลขยับเข้าไปจนชิด ทรวงอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นบราเซียลูกไม้แทบจะเบียดกับแผงอกแกร่งของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวผสมกับกลิ่นแป้งเด็กจาง ๆ ลอยเข้าจมูกชายหนุ่มจนสติเริ่มจะเตลิดเปิดเปิง เธอช้อนสายตาที่ฉายแววท้าทายขึ้นมองเขาพลางกระซิบเสียงหวาน
“พี่ดูให้เต็มตาสิคะ... กลัวอะไร?”
มือเรียวเล็กเอื้อมไปจับมือหนาของเมฆที่กำแน่นจนสั่นสะท้าน เธอค่อย ๆ ลากมือของเขามาสัมผัสที่ซอกคอระหง ตรงจุดที่เป็นรอยแดงเข้มที่สุด
ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบที่เคยพยายามเบือนหนี บัดนี้กลับจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของน้องเมียตัวแสบ ความอดทนที่เขาสร้างมาตลอดทั้งวันพังทลายลงเหมือนเขื่อนแตก ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของกันและกัน
“เอพริล... อย่าหาว่าพี่ไม่เตือน” เขาคำรามเสียงพร่าในลำคอ แรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้มือที่เคยสั่นเทากลับมาบีบเคล้นเอวคอดกิ่วของเธอไว้อย่างแรง
ในนาทีนั้น... สำนึกผิดชอบชั่วดีได้พังลง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่กำลังจะแผดเผาคนทั้งคู่ให้เป็นจุณ
***