ตอนที่ 5
ภาพซ้อนทับ NC20+
"ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอ... ว่าอยากให้พี่ประทับตราไว้ทุกที่ เธอเป็นคนปลุกสันดานเถื่อนของพี่ออกมาเองนะครับ เพราะงั้นเธอต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด... ยัยตัวแสบ"
ชายหนุ่มโน้มกายลงหมายจะสานต่อบทเรียนรักที่ถูกทิ้งค้างไว้ ทว่า... ราวกับโชคชะตากลั่นแกล้ง เสียงมอเตอร์ประตูรั้วอัตโนมัติหน้าบ้านดังครืดคราดขึ้น ตามมาด้วยแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างโถงกลางบ้าน
"พี่เมฆ พ่อกับแม่กลับมาแล้ว!" เอพริลอุทานเสียงหลง เธอรีบดีดตัวออกจากโซฟาด้วยความตระหนก มือเรียวตะลีตะลานรวบสาบเสื้อนักศึกษาที่หลุดลุ่ยมาปิดบังร่างกายอันเปลือยเปล่าอย่างทุลักทุเล
เมฆขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน เขาขยับลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางขัดใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก่อนที่เอพริลจะทันได้พุ่งตัวหนีเข้าห้องนอน มือหนากลับคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นจนเธอต้องหันกลับมาสบตา
"อย่าคิดว่าพี่จะปล่อยเรื่องนี้ให้จบไปง่าย ๆ นะครับ..."
เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ยังคงหอบถี่ กระซิบคาดโทษด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยความรุ่มร้อนที่ยังไม่มอดดับ
"เตรียมตัวรับผิดชอบสิ่งที่เธอเริ่มไว้ให้ดี เพราะครั้งหน้า... พี่ไม่ยอมให้ใครมาขัดจังหวะแน่"
เอพริลสะบัดมือออกแล้ววิ่งเข้าห้องนอนไปทันที ทิ้งให้เมฆยืนอยู่ท่ามกลางความหงุดหงิดเพียงลำพัง เขาปั้นหน้าให้นิ่งขรึมที่สุดก่อนที่บานประตูใหญ่จะเปิดออก...
วันต่อมา...
บรรยากาศในบ้านหลังใหญ่ที่เคยเงียบงันกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อไอรินก้าวเท้าเข้ามาในบ้านพร้อมรอยยิ้มสดใส เธอเพิ่งกลับมาจากต่างจังหวัดและโหยหาอ้อมกอดของสามีเป็นที่สุด
ทว่า... สำหรับเมฆความโหยหาของเขามันกลับเป็นเพลิงปรารถนาที่คั่งค้างมาจากค่ำคืนที่ผ่านมา ร่างกำยำที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยไฟราคะที่ถูกขัดจังหวะ ไม่รอช้าที่จะพุ่งเข้าหาภรรยาสาวทันทีที่บานประตูเปิดออก
"พี่เมฆ! ว้าย..."
ไอรินอุทานเสียงหลงเมื่อถูกสามีรวบตัวเข้าไปกอดไว้แน่น ก่อนจะถูกประคองร่างให้เอนกายลงนอนราบกับโซฟาตัวเดิมกลางโถงบ้าน เมฆไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างดุดันและหนักหน่วงตามสัญชาตญาณดิบที่ยังไม่มอดดับ
ริมฝีปากร้อนผ่าวซุกไซ้ซอกคอขาวระหงของไอรินอย่างโหยหา มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างถือสิทธิ์ ไอรินหลับตาพริ้มพลางโอบรอบคอสามีไว้แน่นด้วยความรักและความคิดถึง
แต่ในหัวของเมฆกลับไม่ใช่เธอ...
ทุกครั้งที่เขาโน้มใบหน้าลงไปสัมผัสความนุ่มนวลของร่างกายภรรยา สมองกลับทรยศด้วยการฉายภาพ หญิงสาวในชุดนักศึกษาที่นอนทอดกายอยู่ใต้ร่างเขาเมื่อคืน รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความกระหาย และสัมผัสที่เร่าร้อนของเอพริล... กำลังตามมาหลอกหลอนเขาในร่างของไอริน
เมฆขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบฉายแววสัยสนด้วยความขัดแย้งในใจ เขายิ่งเร่งเร้าจังหวะรักให้ดุดันยิ่งขึ้นเพื่อหวังจะลบเลือนภาพของน้องเมียออกไปจากหัว
แต่ยิ่งทำ... ภาพของเอพริลที่ร้องประท้วงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
"อึก... พี่เมฆ... เบา ๆ หน่อยค่ะ รินจุก" ไอรินครางแผ่วพลางจิกไหล่กว้างไว้อย่างลืมตัว
เสียงครางของภรรยาทำเอาเมฆใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เพราะในนาทีนั้น... เขากลับจินตนาการไปว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของเอพริลที่กำลังถูกเขาโอบรัดและปรนเปรออย่างหนักหน่วง บทรักในค่ำคืนนี้ช่างหอมหวานและอันตรายเหลือเกิน... เมฆรู้ดีว่าตราบาปในใจครั้งนี้ได้สลักลึกเข้าไปในห้วงคำนึงของเขาเสียแล้ว
บรรยากาศในโถงบ้านหรูยังคงอบอวลไปด้วยร่องรอยของเพลิงราคะที่เพิ่งมอดดับลง ไอรินรีบจัดแต่งเสื้อผ้าด้วยใบหน้าแดงซ่าน ขณะที่เมฆนั่งพิงพนักโซฟาพลางหอบหายใจแผ่วเบา
ดวงตาคมกริบที่เคยพร่าเลือนด้วยอารมณ์รักเมื่อครู่ กลับต้องชะงักกึกเมื่อร่างบางของเอพริลก้าวเข้ามาในบ้านพอดิบพอดี
หญิงสาวร่างบางหยุดยืนนิ่ง สายตาของเธอทอดมองภาพความสนิทสนมตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา รอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ประดับบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นดูฝืนธรรมชาติจนคนมองรู้สึกอึดอัด ไอรินที่กลัวน้องสาวจะเตลิดเพราะมาเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น จึงรีบเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นก่อน
"เอพริล... วันนี้กลับมาไวจัง หิวไหม?" เสียงของพี่สาวตะกุกตะกักเล็กน้อยพลางจัดทรงผมให้เข้าที่
"ไม่ค่ะพี่ริน... หนูขอตัวเข้าห้องก่อนนะคะ"
เอพริลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงเรียบเฉยจนน่ากลัว เธอจงใจเมินเฉยต่อการคงอยู่ของเมฆอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงอากาศธาตุ แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านโซฟาไป มือเรียวกลับเผลอยกขึ้นลูบที่ลำคอระหงของตัวเองเบา ๆ ตรงจุดที่รอยรักสีกุหลาบยังคงซ่อนอยู่ใต้ปกเสื้อ
เมฆจ้องมองตามแผ่นหลังบางนั้นไม่วางตา หัวใจของเขาแปลบปร่าย่างประหลาดเมื่อเห็นท่าทีปั้นปึ่งของน้องเมีย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีรวนกับความปรารถนาที่ยังค้างคา เขาไม่รู้เลยว่าเอพริลเข้ามานานแค่ไหน และเธอเห็นบทรักที่เขาเพิ่งมอบให้พี่สาวของเธอไปมากน้อยเพียงใด
แต่สายตาแวบหนึ่งที่เธอทิ้งท้ายไว้ก่อนจะปิดประตูห้องนอน... มันช่างเต็มไปด้วยความตัดพ้อและท้าทาย จนคนมองอย่างเขาถึงกับต้องขบกรามแน่น
***