ตอนที่ 6
ย้ำสิทธิ์ NC20+
ภายใต้ความมืดสลัวของห้องนอนใหญ่ ไอรินนอนหลับปุ๋ยไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง ลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอของภรรยาควรจะทำให้เมฆสงบใจได้ ทว่าความจริงกลับตรงกันข้าม ชายหนุ่มนอนหงายก่ายหน้าผาก ดวงตาคมกริบจ้องมองเพดานห้องด้วยความรู้สึกที่ว้าวุ่นใจจนเกินจะหลับลง
ภาพใบหน้าจิ้มลิ้มที่เมินใส่เขาเมื่อตอนเย็น รอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่แฝงไปด้วยความตัดพ้อ และท่าทีที่ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตน... ทั้งหมดนั้นมันกำลังปั่นประสาทเขาอย่างบ้าคลั่ง
‘ยัยเด็กแสบ... กล้าเมินกันงั้นเหรอ’
เขาสลัดภาพความเร่าร้อนบนโซฟาเมื่อคืนออกจากหัวไม่ได้ ยิ่งพยายามลืม กลิ่นหอมจาง ๆ จากกายสาวของเอพริลกลับยิ่งแจ่มชัด เมฆขยับตัวไปมาด้วยความหงุดหงิด เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสูญเสียการควบคุมที่เคยมีมาตลอด 32 ปี เพียงเพราะการท้าทายของเด็กสาววัย 21
เมื่อเขามั่นใจว่าภรรยาสาวหลับสนิทจนไม่รู้สึกตัว เมฆก็ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นจากเตียงอย่างแผ่วเบา เขาคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับกึ่งเปลือยก่อนจะก้าวออกจากห้องนอนใหญ่ ก้าวฝีเท้าที่เงียบกริบพาเขาเดินลงมายังชั้นล่าง เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือบานประตูห้องนอนที่อยู่ตรงข้ามกับโซฟาตัวนั้น
เขาไม่ได้ต้องการจะทำเรื่องผิดบาป... อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่เขาสลัดปลอบใจตัวเอง แต่ลึก ๆ แล้วเขารู้ดีว่าเขาทนไม่ได้ที่ถูกเอพริลเมินใส่ราวกับว่าสัมผัสที่เขาประทับตราไว้บนตัวเธอมันไม่มีความหมาย
เมฆไม้แม้แต่จะเคาะประตู เขาถือวิสาสะหมุนลูกบิดเปิดเข้าไปทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต เขาตั้งใจจะเข้ามา เคลียร์ให้รู้เรื่องว่าเธอกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่
ความเงียบในห้องนอนของน้องเมียถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าของชายหนุ่ม เมฆจดจ้องแผ่นหลังบางของคนที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม สายตาคมกริบมองปราดเดียวก็รู้ว่าเธอกำลังแกล้งทำเป็นหลับเพื่อปั่นประสาทเขา
"เอพริล... พี่รู้นะว่าเธอยังไม่หลับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยอำนาจทำให้คนบนเตียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงใสจะเอ่ยตอบกลับมาโดยที่ยังไม่ยอมหันหน้ามามอง
"พี่มาทำไมคะ? ไม่ใช่ว่านอนกอดเมียสบายใจอยู่หรือไง"
คำประชดประชันที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความน้อยใจนั้น ทำให้เมฆเผลอยกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก เขาขยับก้าวเข้าไปใกล้เตียงไม้หลังงามมากขึ้น
"ทำไมทำเสียงแบบนั้นล่ะ? เธอไม่ใช่หรือไงที่อยากให้พี่มา"
สิ้นประโยค ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนั่งลงบนขอบเตียงอย่างถือสิทธิ์ แรงกดทับทำเอาที่นอนหนานุ่มยุบฮวบลงตามน้ำหนักตัวของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ เอพริลสะดุ้งน้อย ๆ แต่ยังคงรักษากิริยาแข็งขืนไว้
"หนูเปล่าสักหน่อย... ใครเขาจะรอพี่"
"เปล่า... แต่ไม่ล็อกห้องงั้นเหรอ?" เมฆโน้มใบหน้าลงไปกระซิบชิดแผ่นหลังบางจนคนงามสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ถ้าเธอไม่รอพี่ แล้วเธอเปิดประตูทิ้งไว้รอใครกันล่ะ เอพริล?"
คำถามต้อนเข้ามุมนั้นทำให้หญิงสาวถึงกับพูดไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องไปชั่วขณะ เอพริลเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความรู้สึกที่พ่ายแพ้ต่อความรอบจัดของพี่เขยที่มองเกมของเธอออกทะลุปรุโปร่ง
เธอลืมไปเสียสนิทว่าผู้ชายอายุ 32 อย่างเมฆ ผ่านโลกมามากกว่าเธอหลายเท่านัก การที่เธอแสร้งทำเป็นเมิน หรือแม้แต่การแกล้งลืมล็อกห้องนอน... มันเป็นแผนการตื้น ๆ ที่เขามองออกตั้งแต่วินาทีแรกที่เดินเข้ามา
"แล้วทำไมคะ? ถ้าพี่ไม่อยากมา ก็กลับห้องตัวเองไปสิ!"
ในเมื่อเถียงสู้ความรอบจัดของเขาไม่ได้ เอพริลก็เลือกที่จะแผลงฤทธิ์โวยวายกลับทันควัน หญิงสาวพลิกกายหันกลับมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มเป็นครั้งแรกในค่ำคืนนี้ ทว่าพอได้สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่จ้องลึกเข้ามาคล้ายจะมองให้ทะลุถึงก้นบึ้งหัวใจ เจ้าของห้องนอนก็ถึงกับลอบกลืนน้ำลายด้วยความประหม่าที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"นี่เธอกำลังงอนพี่ เรื่องพี่รินงั้นเหรอ?" เมฆแกล้งถามเย้า เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความกวนอารมณ์ที่ทำให้คนฟังหน้าร้อนผ่าว
"ทำไมต้องงอนคะ! พี่เป็นผัวเมียกัน จะรักกันท่าไหน หรือจะเอากันตรงไหนของบ้าน หนูมีสิทธิ์อะไรไปงอนมิทราบ!"
คำพูดประชดประชันที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง ทำเอาเมฆถึงกับต้องยกมือขึ้นลูบคางช้า ๆ สายตาหรี่ลงอย่างใช้ความคิด... เธอเห็นจริง ๆ ด้วยสินะ ฉากเริงรักที่โถงกลางบ้านเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา
แต่สิ่งที่เอพริลไม่มีวันรู้เลยก็คือ ในทุกจังหวะที่เขาโยกคลึงอยู่บนร่างกายของไอริน ในหัวของเขากลับมีแต่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังดื้อรั้นอยู่ตรงหน้านี้เท่านั้น สัมผัสที่เขามอบให้ภรรยา แท้จริงแล้วมันคือความอัดอั้นที่เขาอยากจะระบายลงบนตัวน้องเมียต่างหาก
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" เมฆขยับกายเข้าไปใกล้จนเงาของเขาโถมทับร่างบางบนเตียง "ถ้าไม่มีสิทธิ์... แล้วไอ้รอยที่คอเธอนั่นล่ะ ใครเป็นคนทำ? หรือเธออยากจะให้พี่ย้ำสิทธิ์ตรงนี้อีกรอบ จะได้เลิกพูดจาประชดประชันพี่เสียที"
"พี่เมฆ! อย่ามาทำรุ่มร่ามนะ เตียงนี้ไม่ใช่เตียงของพี่นะ"
"งั้นเหรอ... พี่ว่าเตียงนี้ก็นุ่มดีนะ ดูเหมือนจะนุ่มยิ่งกว่าเตียงหลังไหน ๆ ในบ้านด้วย"
เมฆโน้มใบหน้าลงไปจนจมูกโด่งแทบจะชนกับพวงแก้มใส ความใกล้ชิดที่แสนอันตรายทำให้เอพริลตัวแข็งทื่อ เพลิงราคะที่เคยคั่งค้างมาจากเมื่อวานกำลังจะถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง... และคราวนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีเสียงประตูรั้วบ้านมาขัดจังหวะเสียด้วย
"แล้วก็เลิกพูดจาประชดประชันพี่เสียที"
ขาดคำชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมามอบจูบที่ดุดันและหนักหน่วงยิ่งกว่าค่ำคืนที่ผ่านมา เรียวลิ้นร้อนระอุรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้ากับลิ้นเล็กอย่างช่ำชอง
"อื้อ"
มือหนาที่แสนร้อนผ่าวเริ่มลูบไล้ไปตามผิวกายเนียนละเอียดอย่างรุกราน ราวกับจะทวงคืนทุกสัมผัสที่เขาต้องอดกลั้นไว้ตอนอยู่กับภรรยา เอพริลเบี่ยงหน้าหลบพยายามขืนตัวไว้ แต่มวลอารมณ์ดิบที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มกลับทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้าน
"พี่เมฆ... หยุดเถอะค่ะ อื้อ..."
"หยุดงั้นเหรอ? แล้วที่แกล้งเมินพี่ทั้งวัน ที่แกล้งไม่ล็อกประตูห้องเนี่ย... เธอต้องการอะไรกันแน่" เมฆพรมจูบไปตามลำคอระหง ขบเม้มย้ำรอยเดิมที่เริ่มจางให้กลับมาเป็นสีแดงก่ำอีกครั้ง จนเอพริลเผลอส่งเสียงครางแผ่วออกมาอย่างเสียไม่ได้
เขายันกายขึ้นสบตาเธอในระยะประชิด นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความปรารถนาที่ปิดไม่มิด
"เธอรู้ไหมเอพริล... ตอนที่พี่อยู่กับไอริน ทุกครั้งที่พี่กอดเขา ในหัวพี่มันมีแต่หน้าเธอคนเดียว พี่แทบจะบ้าตายอยู่แล้วที่ต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
คำพูดนั้นทำเอาดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างรุนแรง ความน้อยใจที่มีมาตลอดวันมลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความรัญจวนใจที่เอ่อล้นขึ้นมาแทนที่
"พี่... เมฆ" เธอพูดเสียงสั่น พลางยกมือขึ้นลูบสันกรามคมเข้มของเขาอย่างลืมตัว
เขา... เขาคิดถึงเธออย่างนั้นเหรอ?
"พี่ขอโทษ แต่พี่อยากทำแบบนี้กับเธอมากจริง ๆ"
เมื่อความลับถูกเปิดเผย เอพริลก็ไม่เหลือเหตุผลที่จะขัดขืนอีกต่อไป เธอโอบรอบคอแกร่งแล้วรั้งเขาลงมาหา รสจูบครั้งนี้เปลี่ยนจากความดุดันกลายเป็นความโหยหาที่แสนหวานและลึกซึ้ง เมฆเกาะเกี่ยวอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ขวางกั้นออกไปอย่างช่ำชอง
เอพริลหลับตาพริ้มพลางโอบรอบคอแกร่งไว้แน่น เรียวขาขาวเนียนตวัดโอบเอวสอบของชายหนุ่มไว้อย่างลืมตัว
***