ตอนที่ 20
รัก NC20+
“เออ! เลว... มึงทำให้กูเลวเองนะเอพริล!”
เมฆคำรามลั่นอย่างขาดสติ สรรพนามที่เปลี่ยนไปตามแรงอารมณ์ดิบเถื่อนทำเอาบรรยากาศในรถยะเยือก
“กูอยู่ของกูดี ๆ มึงก็เข้ามาทำให้กูรักกูหลง มึงเป็นเมียกูนะเอพริล! แล้วมึงกล้าไปอ้าขาให้คนอื่นเอาได้ยังไงวะ!”
เพียะ!
ฝ่ามือเล็กฟาดลงบนใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรงจนหน้าของเมฆสะบัดไปตามแรงตบ ร่างเล็กสั่นเทิ้มไปทั้งตัว น้ำตาไหลอาบแก้มจนมองแทบไม่เห็นทาง เมฆเบิกตากว้างด้วยความช็อก
ชีวิตนี้เขาไม่เคยรู้สึกโกรธจนหน้ามืดขนาดนี้มาก่อน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาชาหนึบไปทั้งหน้าไม่ใช่แรงตบ... แต่เป็นความจริงที่ว่าเขาเพิ่งพ่นคำพูดสารเลวที่สุดใส่ผู้หญิงที่เขารัก
“เอพริล... พี่...”
รอยแดงบนแก้มค่อย ๆ ปรากฏชัดพร้อมกับสติที่ดึงเขากลับมาจากความหึงหวง เมฆมองมือที่สั่นระริกของคนตรงหน้าแล้วใจหายวาบ
“ฮึก... หุบปากไปเลย! ไม่อยากฟัง... ไม่ต้องมาพูดกับหนู!”
เสียงสะอื้นไห้ของเอพริลบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ เขานั่งมองเด็กน้อยที่พยายามกอดตัวเองไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกที่ปีกหัก น้ำตาใส ๆ ไหลรินออกมาจากดวงตาคู่นั้นไม่ขาดสายราวกับเขื่อนพัง
เขามองเธอด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจนพูดไม่ออก
ทำไมเขาถึงพูดจาร้ายกาจขนาดนั้นออกมา ทั้งที่ตลอดสองสัปดาห์ที่ห่างกัน เธออุตส่าห์ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเอง คิดถึงแต่ใบหน้าของเขาจนไม่ยอมเปิดใจให้ใคร
แต่เขากลับตอบแทนความถวิลหานั้นด้วยการตราหน้าว่าเธอ 'ร่าน' เพียงเพราะความขี้ระแวงที่ไร้เหตุผลของตัวเอง
มือหนาค่อย ๆ เอื้อมเข้าไปหาคนตัวเล็กที่กำลังสะอื้นไห้อย่างใจเย็นหวังจะปลอบประโลม
เพียะ!!!
เอพริลปัดมือนั้นออกทันควัน แววตาที่จ้องมองกลับมาเต็มไปด้วยความตัดพ้อและรังเกียจในสัมผัสของเขา
"เด็กดี... พี่ขอโทษ"
เมฆเอ่ยเสียงแผ่ว สีหน้าแสดงความรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัด เขาพยายามเอื้อมมือไปหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาฉวยจังหวะที่เธอเผลอใช้ปลายนิ้วโป้งปาดน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ฮึก... ฮึก... ไม่ต้องมายุ่งกับหนู!" หญิงสาวสะอื้นไม่หยุด เธอพยายามสะบัดตัวหนีทุกครั้งที่กายหนาขยับเข้าใกล้ ราวกับสัมผัสของเขาคือสิ่งน่าขยะแขยง
"เฮ้อ..."
เมฆถอนหายใจออกมาแรง ๆ ด้วยความเหนื่อยหน่าย
เขาเริ่มเบื่อ... เบื่อทั้งตัวเองที่หึงหวงหน้ามืดตามัวจนพูดจาสารเลวออกไป และเบื่อเหตุการณ์งี่เง่าบ้าบอนี่ที่ดูเหมือนจะจบไม่ลงเสียที ความสำนึกผิดเริ่มจางหายกลายเป็นความหงุดหงิดที่ตีตื้นขึ้นมาแทนที่
ชายหนุ่มผู้สุขุมเข้มขรึมอย่างเขา ไม่เคยต้องมานั่งรับมือกับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของเด็กสาวที่อายุห่างกันเป็นสิบปีแบบนี้มาก่อน เดิมทีเป็นเธอเองไม่ใช่หรือที่เดินเข้ามาอ่อยเขาถึงที่... เป็นเธอเองที่ทำให้เขาตบะแตกจนถลำลึก แต่พอเขารักมาก หวงมาก และพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตเธอทุกอย่าง เด็กดื้อตรงหน้ากลับยิ่งพยศและปั่นหัวเขาจนแทบเสียคน
ความเงียบงันที่แสนกดดันปกคลุมไปตลอดทาง เมฆขับรถมุ่งหน้าออกไปทางชานเมืองจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงแรมม่านรูดเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ชายหนุ่มก้าวลงจากรถไปจัดการเช็กอินอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เอพริลนั่งสะอื้นไห้อยู่เพียงลำพังในรถ หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวเมื่อตระหนักได้ว่าสถานที่แห่งนี้คืออะไร
ปัง!
ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรง รู้ตัวอีกทีเอพริลก็โดนมือหนากระชากแขนลากลงจากรถซะแล้ว เมฆไม่พูดพลามทำเพลง เขาตะบองร่างบางพาเดินเข้าไปในห้องพัก ไวกว่าความคิดของหญิงสาว คนตัวใหญ่เจนสนามก็ผลักเธอลงบนเตียงกว้างอย่างแรง โดยที่ยังไม่ทันได้ปิดประตูห้องให้สนิทด้วยซ้ำ
“หยุดนะพี่เมฆ! จะทำอะไร!” เอพริลตะคอกถามเสียงสั่นเครือ พยายามถดตัวหนีไปชิดหัวเตียง
“คุยไม่รู้เรื่อง... โดนเอาสักทีคงได้คุยกันรู้เรื่อง!”
เมฆกดเสียงต่ำพร่า แววตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังหิวโซ เขาเหนื่อยที่จะต้องมานั่งง้อ นั่งอธิบายเรื่องไม่เป็นเรื่องพวกนี้แล้ว ในเมื่อเธอเป็นคนเริ่มปั่นหัวเขาเองแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับมาร้องไห้ต่อต้านราวกับเขาเป็นคนเลวร้าย
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที เสื้อผ้าของเอพริลก็หลุดลุ่ยจนร่างบางเปลือยเปล่าต่อหน้าเมฆ ชายหนุ่มจ้องมองเรือนร่างสมส่วนนั้นด้วยสายตาที่ยากจะอธิบาย มันผสมปนเปไปด้วยความใคร่ ความโกรธ และความหลงใหลจนแทบคลั่ง เอพริลกำลังจะทำให้เขากลายเป็นบ้า!
พรึบ!
ร่างใหญ่กระโจนขึ้นคร่อมตัวหญิงสาวทันที พันธนาการเธอไว้ใต้ร่างแกร่ง เมฆไม่รอช้า เริ่มใช้ริมฝีปากร้อนระอุครอบครองจุกนมสีชมพูระเรื่อของเธออย่างจาบจ้วง อีกมือหนึ่งก็ตะปบบีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มอย่างรุนแรงตามแรงโมโหที่อัดอั้นมาตลอดทาง
“อื๊อ... ยะ... หยุดนะ!” หญิงสาวร้องห้ามเสียงกระเส่า ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านที่ตีรวนกับความหวาดกลัว
ขนาดตอนที่เธอส่งเสียงร้องห้ามดังลั่นรถ เขายังไม่ยอมหยุด นับประสาอะไรกับเสียงครางกระเส่าเบา ๆ แบบนี้... สำหรับเมฆแล้ว มันฟังดูเหมือนเสียงออดอ้อนอ้อนวอนให้เขาลงโทษเธอให้หนักกว่าเดิมเสียมากกว่า
“ทำไมดื้อนักฮะ? รู้ไหมว่าพี่หึง! รู้ไหมว่าพี่หวง! รู้ไหมว่าพี่รักเธอแค่ไหน!”
เมฆเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาที่เคยดุดันกลับสั่นไหวด้วยความอัดอั้นขณะเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่อยู่ใต้ร่าง เอพริลชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบกับคำว่า 'รัก' ที่หลุดออกมาจากปากเขาในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง
เธอทำได้เพียงเบือนหน้าหนีสายตาคมกริบคู่นั้นด้วยความสับสน...
ทว่าในนาทีนี้ ไม่มีคำพูดใดจะหยุดยั้งเพลิงโทสะและแรงหึงของชายร่างโตได้อีกต่อไป
เมฆพลิกกายสาวน้อยจากท่านอนหงายให้คว่ำหน้าลงกับเตียงนุ่มทันที ก่อนจะง้างฝ่ามือใหญ่ฟาดลงบนบั้นท้ายกลมมนขาวนวลอย่างแรงตามแรงอารมณ์
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
"อื้อ!... พี่เมฆ หนูเจ็บ!" เอพริลร้องลั่นพร้อมดิ้นพล่านเมื่อสัมผัสได้ถึงความแสบร้อนที่ลามไปทั่วผิวเนื้อ แต่แทนที่เขาจะปรานี เมฆกลับยิ่งเพิ่มแรงฟาดให้หนักขึ้นไปอีกเพื่อสั่งสอนคนรั้น
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
"โอ๊ย!... ไอ้คนนิสัยไม่ดี ป่าเถื่อนที่สุด!"
ปากก็ก่นด่าทว่าร่างกายกลับทรยศ... ภายใต้ความเจ็บปวดที่ได้รับ กลับก่อเกิดกระแสไฟความเสียวกระสันแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังอย่างประหลาด เสียงห้ามปรามเริ่มแผ่วเบาลงเมื่อใจดวงน้อยเริ่มพองโต
การได้รู้ว่าเขาคลุ้มคลั่งขนาดนี้เพราะ 'รัก' เธอ ทำให้เอพริลรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกจนเผลอแอ่นกายรับสัมผัสจากเขา
“ดื้อนักใช่ไหม... หื้ม?”
เมฆคำรามในลำคอ มือใหญ่รวบเอวคอดไว้มั่นก่อนจะโก่งบั้นท้ายงอนงามขึ้นมาให้ได้องศา เขาควักเอาลำแท่งร้อนที่ขยายตัวจนปวดหนึบตั้งแต่เห็นร่างเปลือยเปล่าของเธอออกมา จ่อประชิดที่ปากทางถ้ำที่เริ่มฉ่ำเยิ้ม ก่อนจะขยับสะโพกกระแทกสวนเข้าไปในร่องรักที่แสนโหยหาในคราเดียว
“โอ๊ย! หนูจุกนะ... ทำเบา ๆ ไม่เป็นหรือไง!”
เอพริลครางประท้วงเสียงหลงเมื่อความใหญ่โตกระแทกพรวดเข้ามาจนสุดลำโคนโดยไม่มีการเบิกทาง
เธอไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าร่างกายตัวเองผลิตน้ำหวานใส ๆ ออกมาต้อนรับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้เพียงแต่ว่าตอนนี้ภายในมันตอดรัดสัมผัสเร่าร้อนนั้นจนผนังนุ่มสั่นระริก
“ฮึ... ร่านชะมัด แฉะขนาดนี้ยังจะมาสั่งให้เบาอีกเหรอ?” เมฆกระตุกยิ้มเหี้ยมพลางเร่งจังหวะสะโพก
“ปากเหรอนั่น! อ๊า... เบา ๆ บอกว่าจุกไงคะ!”
“รู้ซะบ้างว่าเกมนี้ใครคุม... ยังจะมาปากดีใส่พี่อีกเหรอ?”
เมฆสบถอย่างผู้ชนะ เขาขย่มกายเข้าหาอย่างบ้าคลั่ง ความแน่นกระชับของเด็กสาวตรงหน้าไม่ว่าจะเอากี่ครั้งมันก็มันถึงใจจนเขาลืมเมียที่บ้านไปเสียสิ้น ทว่าในจังหวะที่อารมณ์กำลังเดือดพล่าน เอพริลที่กำลังเคลิบเคลิ้มกลับหลุดปากพูดสิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุน
“ถนอมกันหน่อยสิ... พี่รุนแรงแบบนี้ถ้ามันเยินขึ้นมา แล้วคนอื่นจะใช้ต่อยังไงล่ะคะ?”
เอพริลพูดประชดออกไปโดยไม่ทันคิดถึงหายนะที่กำลังจะตามมา ร่างใหญ่ที่กำลังโยกคลึงอยู่บนตัวเธอชะงักกึกทันที บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาจนน่าขนลุก เมฆหยุดจังหวะทั้งหมดแล้วก้มลงจ้องหน้าเธอด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ราวกับปีศาจ
“คนอื่น... ใช้ต่องั้นเหรอ? ฮึ!”
เสียงหัวเราะในลำคอของเมฆฟังดูน่าสยดสยองยิ่งกว่าเสียงตะคอก เขาถอนแกนกายออกมาจนเกือบหลุด ก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปใหม่เต็มแรงจนเอพริลตัวโยนไปข้างหน้า มือหนาเอื้อมไปจิกเส้นผมของหญิงสาวรวบตึงให้แหงนหน้าขึ้นรับโทษโทสะ
“อยากให้ใครใช้ต่อฮะ! ไอ้เด็กนั่นเหรอ? หรือใครหน้าไหน!”
เมฆบดจูบลงมาอย่างรุนแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดจาง ๆ แรงกระแทกจากเบื้องหลังทวีความป่าเถื่อนขึ้นเป็นเท่าตัว คราวนี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความต้องการที่จะ 'ทำลาย' ให้เยินคามือสมใจเธอ เพื่อให้แน่ใจว่าชีวิตนี้จะไม่มีผู้ชายหน้าไหนกล้ามาใช้ของต่อจากเขาอีกต่อไป
***