ตอนที่ 19
ผัวใหม่
รูปร่างที่ได้สัดส่วนสะบึมเซ็กซี่ประกอบกับใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาแต่เย้ายวน ทำให้เอพริลกลายเป็นจุดสนใจของหนุ่ม ๆ ในคลาสได้อย่างง่ายดาย มีผู้คนมากหน้าหลายตาพยายามเข้าหาเธอด้วยวิธีต่าง ๆ ทว่าเอพริลกลับวางตัวนิ่งเฉย เธอไม่ได้เล่นด้วยกับใครทั้งนั้น เพราะสายตาที่หิวกระหายเหล่านั้นมันย้ำเตือนให้เธอนึกถึงความสัมพันธ์โสมมที่ผ่านมา เธอรู้ดีว่าพวกเขามุ่งหวังเพียงแค่ 'เรือนร่าง' ของเธอเหมือนที่พี่เขยเคยทำ
ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย หากแต่ในบางจังหวะที่อาจารย์กำลังบรรยาย หรือตอนที่ความเงียบเข้าปกคลุม ใบหน้าของเมฆและสัมผัสร้อนแรงของเขากลับผุดขึ้นมาในหัวจนเธอเสียสมาธิ
‘บ้าจริง! ทำไมต้องไปนึกถึงคนพรรค์นั้นด้วยนะ’
เอพริลสะบัดหัวไล่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตีรวนกันไปหมด คิดแล้วก็น่าโมโหตัวเองที่ตัดใจไม่ได้เด็ดขาดเสียที
ทว่า... คนเดียวที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลายได้ในตอนนี้คือ 'หนึ่ง'
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว หนึ่งมักจะคอยจองที่นั่ง เดินไปส่งที่หอพัก หรือพากันไปนั่งติวหนังสือที่ร้านกาแฟใกล้ ๆ เสมอ ความเอาใจใส่ที่สม่ำเสมอและให้เกียรติแบบคนวัยเดียวกัน ทำให้เอพริลเริ่มเปิดใจมากขึ้น
ในสายตาของคนนอกมองมา ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันเกินกว่าเพื่อนทั่วไป เป็นความสัมพันธ์ที่ละมุนละไมและ 'มากกว่าเพื่อน' ไปอีกขั้นหนึ่ง
"เอพริล... เหม่ออะไรเหรอ? ไอศกรีมละลายหมดแล้วนะ" หนึ่งเอ่ยทักพลางยิ้มตาปิด มือหนาเอื้อมมาสะกิดไหล่เธอเบา ๆ อย่างนุ่มนวล
"อ้อ... เปล่าจ้ะ แค่คิดเรื่องโจทย์ข้อนี้นิดหน่อยน่ะ" เอพริลโกหกคำโตพลางตักไอศกรีมเข้าปาก รสชาติหวานเย็นของมันช่วยปลอบประโลมใจได้บ้าง
หนึ่งจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาชื่นชม
"ถ้าเหนื่อยก็พักบ้างนะ เราอยู่ตรงนี้เสมอ... มีอะไรบอกเราได้ทุกเรื่องนะเอพริล"
คำพูดที่เรียบง่ายแต่จริงใจของหนึ่ง ทำให้เอพริลรู้สึกอุ่นวาบในใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
บางที... ความอ่อนโยนที่ไร้เงาของกามารมณ์แอบแฝงแบบนี้ อาจจะเป็น 'ยาถอนพิษ' ชั้นดีที่ช่วยล้างมลทินที่เมฆเคยฝากไว้ในใจเธอให้จางหายไปเสียที
ในขณะที่เอพริลกำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมีความสุขกับโลกใบใหม่ กลับเป็นฝ่ายเมฆเสียเองที่เริ่มตกอยู่ในนรกแห่งความสับสน แม้ภายนอกเขาจะยังคงเป็นชายหนุ่มผู้สุภาพ เข้มขรึม และวางตัวน่านับถือกับทุกคน ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยภาพความเร่าร้อนของน้องเมียที่เขาล่วงเกินไปไกลเกินกว่าจะถอนตัว
เมฆต้องยอมรับกับตัวเองอย่างจำนนว่า... เขาไม่ได้มองเอพริลเป็นเพียงทางผ่าน แต่มันคือ 'ความรัก' ที่แฝงไปด้วยตัณหาอันลึกซึ้ง
"ทำไมไม่ตอบไลน์นะ..."
เมฆพึมพำอย่างหัวเสีย พญาเทครัวจอมบงการกำลังฟุ้งซ่านอย่างหนักเมื่อเอพริลเริ่มห่างเหิน เขาหยิบมือถือขึ้นมาเช็กทุกห้านาที ทว่าข้อความที่ตอบกลับมามีเพียงประโยคสั้น ๆ ไร้เยื่อใยว่า 'เรียนอยู่ค่ะ' หรือ 'ไม่ว่าง' เท่านั้น ความเย็นชาที่ได้รับทำให้เขาหงุดหงิดพลุ่งพล่าน คิดถึงสัมผัสของเด็กน้อยจนปานจะขาดใจ
ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของเอพริลกับ 'หนึ่ง' หนุ่มฮอตประจำคอร์สติวก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ความสดใสและความเป็นสุภาพบุรุษวัยเดียวกันของหนึ่งทำให้เอพริลลืมเลือนความอึดอัดที่เมฆเคยฝากไว้ไปชั่วขณะ
"เอพริล... เย็นนี้ไปกินบิงซูกันนะ เราเลี้ยงเอง" หนึ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ทำให้สาว ๆ ทั้งสถาบันต้องอิจฉา
"ไปสิ... วันนี้ติวหนักจัง อยากกินอะไรหวาน ๆ พอดีเลย" เอพริลยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
เพื่อน ๆ รอบข้างต่างพันเชียร์ให้ทั้งคู่ตกลงปลงใจคบกันเป็นแฟนให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าเอพริลกลับยังคงไว้ตัว เธอตัดสินใจที่จะดูกันไปก่อนในฐานะ 'เพื่อนที่มากกว่าเพื่อน' เพราะลึก ๆ ในใจเธอยังมีรอยแผลที่เมฆทิ้งไว้เป็นตราบาป เธอไม่อยากลากหนึ่งเข้ามาเจอกับเรื่องสกปรกที่เธอยังสะสางไม่จบ
ในขณะที่เมฆกำลังฟุ้งซ่านและมั่นใจในอำนาจเหนือร่างกายของน้องเมียจนเกินเหตุ เอพริลกลับพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างโลกใบใหม่ที่มี 'หนึ่ง' เป็นจุดศูนย์กลาง
ทั้งคู่ออกไปเดินเล่นรับลมเย็นยามค่ำคืน ก่อนจะหยุดพักนั่งดูดาวบนม้านั่งไม้ตัวยาวไม่ห่างจากหอพักนัก บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบไม้ไหว เป็นฉากรักที่ใสซื่อตามประสาวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มเปิดใจให้กัน
พวกเขาแลกเปลี่ยนความฝัน ปัญหา และตัวตน ราวกับรู้จักกันมาแสนนาน หนึ่งเริ่มรุกคืบด้วยการกุมมือเรียวบางไว้แผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ลมหายใจอุ่น ๆ ของหนึ่งรดรินที่ปลายจมูก ภาพของเมฆกลับผุดขึ้นมากลางครรลองสายตา กลิ่นน้ำหอมประจำตัวและแววตาดุดันของพี่เขยทำให้เอพริลชะงักไปดื้อ ๆ ร่างกายของเธอแข็งทื่อด้วยความสับสน
หนึ่งที่เห็นหญิงสาวนิ่งไปก็ทึกทักเอาเองว่าเธอมีใจ เขาจึงรวบรวมความกล้าดึงร่างบางเข้ามาประคองจูบอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากของวัยรุ่นที่อ่อนโยนและนุ่มนวลนั้นกลับไม่ได้ทำให้เอพริลรู้สึกวาบหวามเหมือนตอนที่ถูกเมฆบดขยี้อย่างรุนแรง
มันช่างแตกต่าง... รสจูบของหนึ่งคือความหวังดี แต่รสจูบของเมฆคือ 'ยาเสพติด'
"ใจเย็นก่อนค่ะ... เรายังไม่ได้คบกันเลยนะ"
มือเรียวออกแรงผลักหน้าอกของหนึ่งให้ออกห่างอย่างสุภาพ เอพริลหอบหายใจเล็กน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกลับมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด
"งั้นก็มาคบกันสิ... เราอยากคบกับเธอจะแย่อยู่แล้วนะเอพริล" หนึ่งสารภาพความในใจออกมาตรง ๆ ตามประสาวันรุ่นที่ใจร้อนและเปิดเผย
"ยังก่อน... เราขอเวลาหน่อยนะหนึ่ง"
เอพริลบอกปัดพลางหลบสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เธอรู้ดีว่าตัวเองยังไม่สะอาดพอที่จะรับความรักที่บริสุทธิ์จากผู้ชายคนนี้ ตราบใดที่เงาของเมฆยังคงตามหลอกหลอนอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
"อืม... ไม่เป็นไร เราจะรอเธอละกัน" หนึ่งยิ้มตอบอย่างเข้าใจ แม้จะมีความผิดหวังฉายชัดในดวงตา
เอพริลนั่งมองดาวดวงเดิมด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง เธอเกลียดตัวเองที่สัมผัสของหนึ่งไม่ได้ทำให้ใจสั่นสะท้านเท่ากับเพียงแค่การสบตาของพี่เขยจอมบงการ... ตอนนี้ 'ความรักที่ถูกต้อง' กับ 'กามารมณ์ที่โหยหา' กำลังกัดกินใจเธอจนแทบเสียคน
คอร์สติวเข้มระยะสั้นจบลงพร้อมกับมิตรภาพใหม่ ๆ ที่เบ่งบานในใจเอพริล ถึงเวลาที่ทุกคนต้องเก็บกระเป๋าเพื่อกลับไปเผชิญความจริงในโลกของตัวเอง เอพริลยืนโบกมือลาบีมและกันต์อย่างอาลัย ก่อนจะเดินออกมาหยุดรอที่หน้าสถาบันเพื่อรอคอยการมารับของพี่สาวตามที่นัดกันไว้
“ใครมารับเหรอครับเอพริล?”
หนึ่งเดินเข้ามาประชิดพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล เขาจ้องมองใบหน้าหวานด้วยความเสียดายที่ช่วงเวลาติวหนังสือนั้นสั้นเกินไป แต่อย่างน้อยเขาก็อุ่นใจที่ได้แลกช่องทางติดต่อส่วนตัวกับเธอไว้แล้ว
“พี่สาวค่ะ... ขอบคุณมากนะที่คอยดูแลเราตลอดสองสัปดาห์นี้” เอพริลยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หนึ่งใจสั่นจนแทบอยากจะรั้งเธอไว้ไม่ให้กลับ
ทว่า... รถยนต์คันคุ้นตาที่แล่นมาจอดสนิท
ครืด...
กระจกฟิล์มมืดทึบเลื่อนลงช้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าเคร่งขรึมของเมฆที่จ้องเขม็งมายังทั้งคู่ สายตาคมกริบของเขาตวัดมอง 'หนึ่ง' ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหึงหวงที่พลุ่งพล่านจนปิดไม่มิด
เขาจำหน้าไอ้เด็กนี่ได้แม่นยำ... มันคือคนเดียวกับที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของเอพริลในวันที่เขามาส่งเธอวันนั้น!
"ขึ้นรถครับเอพริล..."
เมฆกดเสียงต่ำพร่า แววตาวาวโรจน์ราวกับเสือที่กำลังจ้องขย้ำศัตรูที่บังอาจมาริอาจล้ำเส้นอาณาเขตของเขา หนึ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไปทันที เขาขมวดคิ้วมองมาด้วยความสงสัย เพราะท่าทางหวงก้างที่อีกฝ่ายแสดงออกมามันดู 'เกินเบอร์' กว่าคนในครอบครัวปกติไปไกลโข
"พี่บอกให้ขึ้นรถ... อย่าให้พี่ต้องพูดซ้ำ!"
เมฆย้ำประโยคเดิมพลางเปิดประตูรถรอรับ ท่าทางคุกคามของเขาทำให้หนึ่งขยับตัวเข้ามาบังเอพริลไว้เล็กน้อยตามสัญชาตญาณลูกผู้ชาย
ยิ่งทำให้เพลิงหึงของพญาเทครัวลุกโชนขึ้นจนแทบระเบิดกลางที่สาธารณะ
ทันทีที่ก้าวขึ้นรถมานั่งประจำที่ เมฆก็เหยียบคันเร่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงข่มกรามแน่นจนเป็นสัน
“ไอ้เด็กนั่นใคร!” เขาตะคอกถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าด้วยแรงหึงหวง
“เพื่อนค่ะ...” เอพริลตอบสั้น ๆ เบือนหน้าหนีไปทางกระจกข้างอย่างไม่สบอารมณ์ เธอเหนื่อยเกินกว่าจะมานั่งอธิบายความสัมพันธ์ที่บริสุทธิ์ให้คนใจบอดฟัง
“เพื่อนหรือ ‘ผัวใหม่’ เอาดี ๆ มาเรียนไม่กี่วัน... คันจนต้องหาผัวใหม่แล้วเหรอ?”
คำพูดหยาบคายและดูแคลนศักดิ์ศรีหลุดออกมาจากปากชายหนุ่มผู้เคยสุขุมนุ่มนวล เอพริลหันกลับมามองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ความโมโหพุ่งขึ้นจนหน้าแดงก่ำ ในเมื่อเขาอยากจะคิดแบบนั้น เธอก็จะสนองให้
“ค่ะ! ผัวใหม่หนูเองค่ะ หนึ่งเขาดีกับหนูมาก ดีกว่าพี่ร้อยเท่าพันเท่า!” หญิงสาวลอยหน้าลอยตาตอบประชดประชันหวังจะให้เขาเจ็บปวดบ้าง
“ฮึ... ร่านไม่เปลี่ยนเลยนะ!” เมฆหัวเราะในลำคออย่างเหยียดหยาม “อ่อยพี่จนได้เป็นผัวคนหนึ่งแล้ว ห่างกันไม่กี่วันก็ทนไม่ไหว ต้องหาที่ระบายเพิ่มงั้นสิ?”
ความหึงหวงทำให้คนสุภาพกลายเป็นปีศาจร้าย เขาจงใจใช้คำพูดที่กรีดลึกลงไปในกลางใจของเด็กสาวอย่างเลือดเย็นที่สุด
“อึก... พี่เมฆ!!!! ไอ้คนเลว!”
เอพริลตะโกนก้องพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ คำว่า ‘ร่าน’ จากปากคนที่เธอเฝ้าคิดถึงตลอดสองสัปดาห์มันช่างรุนแรงเหมือนเอามีดมากรีดหัวใจ ทั้งที่ความจริงแล้ว... ตลอดเวลาที่อยู่หอพัก ในหัวของเธอมีแต่ภาพสัมผัสของเขา มีแต่เสียงของเขาจนแทบจะเปิดใจให้คนอื่นไม่ได้ แต่เขากลับตราหน้าเธอด้วยถ้อยคำที่แสนอัปยศ
เมฆไม่ได้สนใจหยดน้ำตานั้น เขาเลี้ยวรถเข้าสู่เส้นทางที่เปลี่ยวลงเรื่อย ๆ สายตาคมกริบเหลือบมองใบหน้าหวานที่กำลังสั่นระริกด้วยความโกรธแค้น ในเมื่อเธอกล้ายอมรับว่าไอ้เด็กนั่นเป็นผัวใหม่... เขาก็จะทำให้เธอรู้เองว่า ‘ผัวคนแรก’ อย่างเขา มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธอมากแค่ไหน
***