(เรื่องบังเอิญหรือเปล่า)
เสียงจากปลายสายพูดขึ้น หลังจากที่พะแพงวิดีโอคอลกลุ่มเล่าเรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นในบ้านตัวเองให้เพื่อนอีกสองคนฟัง
ทั้งเรื่องความเจ็บป่วยของบิดา เรื่องแหวนของมารดา และเรื่องที่มารดาบอกว่าเธอเปิดประตูให้ท่านเข้ามา
"อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นโรส" เธอพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าตัดกังวลไม่ออก "แม่นอะไรขนาดนั้น"
(งั้นวันนี้แกก็ไปหาหมอดูคนนั้นอีกรอบสิ)
ครั้งนี้เป็นใบเตยที่แสดงความคิดเห็นขึ้นมาบ้าง คิ้วเรียวขมวดยุ่งอย่างวิตก หากไปหาหมอดูคนนั้นอีก เท่ากับว่าเธอต้องไปลำพัง เนื่องจากเพื่อนอีกสองคนไม่มีเรียนวันนี้
"แพงกลัวอะ รอไปพร้อมเตยได้ไหม"
วันพรุ่งนี้ยังคิดว่าทัน สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ก่อนจะถึงหยุดยาว หากมาถามหมอดูหลังจากนั้น เธอก็รอไม่ไหว
(วันนี้วันสุดท้ายแล้วแพง พรุ่งนี้ตลาดหลังมอปิด เปิดอีกทีก็หลังหยุดยาวนู่น)
คำพูดของใบเตยตัดความหวังสุดท้ายเธอจนสิ้น ใบหน้าจิ้มลิ้มจำต้องพยักหน้ารับเพื่อน ก่อนจะหยิบเข็มขัดนักศึกษามาใส่เป็นชิ้นสุดท้าย
"งั้นแพงไปเรียนก่อนนะ" โบกมือร่ำลากันผ่านหน้าจอ แล้วหยิบไอแพดสีโรสโกลด์ใส่ในกระเป๋าสะพายลงไปชั้นล่าง
"อ้าว! น้องแพง หม่าม้าก็ว่าหายไปไหน" ภารดีทักทายลูกสาวหลังจากที่เห็นว่าลงมาจากชั้นบน "ลืมของเหรอคะ ถึงขึ้นไปเอา"
“คะ? หม่าม้า...หมายถึงอะไรคะ" เธอนั่งลงที่โต๊ะอาหาร และวางสัมภาระไว้บนเก้าอี้ด้านข้าง
"น้องแพงลงมารอบหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอลูก" มารดาถามบุตรสาวเมื่อเห็นท่าทีมึนงงของลูก "หม่าม้าหันมอจากครัวเมื่อกี้เห็นคนใส่ชุด นักศึกษาแบบนี้เลย แถมดื่มนมไปครึ่งแก้ว" คนเป็นแม่พูพร้อมกับหรี่ตาใส่ เพราะคิดว่าลูกสาวกลั่นแกล้งให้ตกใจเล่น
ดวงตากลมโตมองตามสายตามารดา ก็เห็นว่าแก้วนมบนโต๊ะพร่องลงไปครึ่งแก้วจริง
แต่เธอไม่ได้ดื่ม!
และเพิ่งลงมา!!
พะแพงรู้สึกว่าไรขนอ่อนที่ท้ายทอยลุกชันขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ แต่หากบอกผู้เป็นแม่ไปตามจริง อาจทำให้ท่านกังวลได้
"อ๋อออ~ ใช่ค่ะ น้องแพงลืมไอแพดเลยขึ้นไปหยิบ นึกว่าอะไร"
"อะไรกันลูกคนนี้ ขี้หลงขี้ลืม" ลอบหัวเราะอย่างเอ็นดูลูก "กินข้าวค่ะ เดี๋ยวสาย"
ข้าวต้มทะเลทรงเครื่องตรงหน้าถูกนำมาวางบนโต๊ะโดยฝีมือป้าชื่น แม่บ้านใหญ่ประจำคฤหาสน์
"โหหห~ น่าทานมากเลยค่ะป้าชื่น" ร่างบางส่งยิ้มหวานให้แม่บ้าน ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้ "ช่วยเปลี่ยนแก้วให้แพงได้ไหมคะ จู่ๆ ก็อยากดื่มน้ำส้มคั้นฝีมือป้าชื่นอะ ว้านหวาน~"
คำออดอ้อนของเธอได้ผล มือท้วมยื่นมารับแก้วนมสดพลางยิ้มภูมิใจที่ถูกชม
"ได้เลยค่ะคุณหนู เดี๋ยวป้าจะเอาจากเหยือกแช่เย็นมาให้เลยค่ะ" ร่างท้วมสมบูรณ์กุลีกุจอหายเข้าไปในครัว ก่อนจะกลับมาพร้อมน้ำส้มสีสันสดใสในมือ
"เร็วมาก ขอบคุณนะคะ"
หญิงสาวลงมือรับประทานอาหารเช้าพร้อมมารดา จากนั้นจึงขอตัวไปขึ้นรถที่มีพ่อบ้านยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้ว
เชษฐ์หลานชายของป้าชื่นทำหน้าเป็นพลขับรับส่งพะแพงไปเรียนแทบจะทุกครั้ง เนื่องจากคนตัวเล็กเพิ่งได้ใบขับขี่มาไม่นาน และไม่มีความมั่นใจพอที่จะขับออกถนนใหญ่คนเดียวไปที่ไกลๆ
•❣•┈┈┈•❣•
พะแพงมีนัดหมายพบอาจารย์ที่ปรึกษาที่ควบคุมการฝึกงานช่วงสิบเอ็ดโมง ระหว่างนั้นจึงนั่นทำงานวิชาเสรีผ่านแท็บเล็ตไปพลางๆ
"น้องแพง" เสียงเรียกของใครบางคนดึงความสนใจจากหน้าจอให้หันไปมอง
ก่อนจะพบว่าคือแทนคุณ พี่รหัสของพริมโรสเพื่อนของตนเอง
"พี่แทนสวัสดีค่ะ" เอ่ยทักทายตามด้วยคลี่ยิ้มกว้าง
รุ่นพี่หนุ่มถือวิสาสะนั่งม้าหินอ่อนโต๊ะเดียวกัน จากนั้นจึงยื่นถุงใส่เครื่องดื่มกระป๋องให้เธอ
"แดงโซดากระป๋องเย็นๆ จะได้คลายร้อน"
"ฮิๆ รู้ได้ไงว่าแพงกำลังคอแห้ง แล้วนี่ซื้อมาทำไมต้องสองกระป๋องคะ เห็นแพงเป็นคนตะกละเหรอ" ออกปากแซวรุ่นพี่อย่างเป็นกันเอง ระหว่างที่ใช้นิ้วดันเปิดฝากระป๋องโซดาไปด้วย
"อีกกระป๋องก็ให้เพื่อนแพงไง"
"วันนี้แพงเฉิดฉายค่ะ อีกสองคนไม่มีเรียน" พะแพงลอบหัวเราะแล้วยกเครื่องดื่มขึ้นจิบอย่างทะเล้น
"พี่หมายถึงคนที่นั่งกับแพงเมื่อกี้"แทนคุณหัวเราะคืนบ้าง ส่ายหน้าให้เธออย่างเอ็นดู "ตอนพี่เดินผ่านเห็นเพื่อนแพงอีกคนนั่งด้วยกันนี่"
คนตัวเล็กหน้าเจื่อนลงทันทีที่ได้ยินประโยคดังกล่าว ค่อยๆ วางเครื่องดื่มลงอย่างหมดอาลัยตายอยาก
มีคนเห็นอีกแล้ว...
"อะ อ๋อ ได้ค่ะ เดี๋ยวแพงฝากไปให้เขา...เอ่อ พี่แทนคะ แพงต้องไปพบอาจารย์แล้ว ไว้คุยกันนะคะ"
คนตัวเล็กผลุนผลันออกจากบริเวณดังกล่าวทันทีที่ร่ำลารุ่นพี่จบ เครื่องดื่มที่เธอเปิดดื่มถูกทิ้งลงในถังขยะทันที ส่วนอีกกระป๋องนั้น คนตัวเล็กก็วางมันลงที่หน้าศาลของคณะ
"อยากกิน ก็แกะกินเองให้ได้ก็แล้วกัน!" กระแทกเสียงใส่จบก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังตึกที่นัดหมายกับอาจารย์เอาไว้ โดยไม่เหลียวกลับไปมองที่ศาลอีกเลย
•❣•┈┈┈•❣•
คนตัวเล็กอดทนรอกระทั่งถึงเวลาเย็น อ่านหนังสือในห้องสมุดฆ่าเวลา จากนั้นจึงนั่งรถรางไฟฟ้าของมหาวิทยาลัยมาลงที่ประตูฝั่งด้านหลัง
วันนี้บรรยากาศไม่ได้คึกคักเท่าเมื่อวาน อาจจะเป็นเพราะใกล้หยุดยาวในอีกไม่กี่วัน ทำให้นักศึกษาที่อยู่หอในและรอบนอกจำนวนหนึ่งเดินทางกลับบ้าน
เดินผ่านร้านหมูกระทะเต็นท์แดงมาถึงจุดที่หมอดูตั้งโต๊ะเมื่อวาน แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
"พี่คะ ร้านดูดวงตรงนี้ไม่มาเหรอคะ" เธอเดินไปถามร้านข้าวไข่เจียวข้างๆ อย่างสุภาพ
แม่ค้าเหลือบมองพื้นที่ว่างติดกันชั่วครู่ จากนั้นจึงหันไปสนใจกระทะตนเองต่อพลางตอบคำถามของนักศึกษาสาวไปด้วย
"ไม่รู้นะหนู อาจจะไม่มาก็ได้ ปกติเวลานี้ก็เปิดร้านแล้ว"
"ขอบคุณค่ะ"
ใบหน้าหวานหม่นลงอย่างผิดหวัง กระชับกระเป๋าสะพายที่ไหล่เตรียมหันหลังกลับ วันนี้ไม่ใช่วันของเธอสินะ...
"บ้านเขาอยู่ในซอยนี้อะ ลองเดินถามดูสิ น่าจะรู้จักกันหมดนะ"
เสียงรั้งของป้าร้านไข่เจียวทำให้เธอหันมองตามเรียวนิ้วที่ชี้ไปยังซอยอีกฟากของถนน รีบกล่าวขอบคุณแล้วลงไปยืนข้างล่างฟุตบาทข้ามไปอีกฝั่งอย่างระวัง
พะแพงเดินเข้ามาในซอย ถามทางวินมอเตอร์ไซค์ปากซอยก็รู้ว่า บ้านของหมอดูคนนั้นอยู่ข้างคาร์แคร์ไม่ไกลจากปากซอยนัก จึงเดินต่อเข้าไปด้วยขาของตนเอง
ปี๊น!!!!
เสียงแตรรถจากฝั่งซ้ายทำให้เธอหันไปมองตามเสียง ก่อนจะพบว่ามีรถยนต์คันหนึ่งกำลังวิ่งออกมาจากร้านล้างรถ พร้อมกับบีบแตรเตือนเสียงดังไปทั่วบริเวณ
ขาเรียวเล็กราวกับถูกแช่แข็ง พะแพงยืนนิ่งอย่างไม่สามารถขยับตัวหลบได้ จึงได้แต่ยกมือขึ้นปิดหน้าหลับตาด้วยความกลัว
ชะ ช่วยด้วย...หม่าม้าขา
พลั่ก!!
"โอ๊ย!!!"
"เฮ้ย!!"
โชคยังดีที่รถคันนั้นสามารถเบรกได้ทัน แต่ด้านหน้าของรถก็ยังชนกับสะโพกผายจนทำให้คนตัวเล็กล้มลงไปกับพื้น แรงชนไม่ได้เจ็บเท่ากับแรงกระแทกกับพื้นซีเมนต์
ฝ่ามือเล็กถลอกเป็นรอยแดง และรู้สึกว่าสะโพกคงช้ำในอีกไม่กี่วัน
"เป็นยังไงบ้าง" ใครบ้างคนวิ่งออกมาจากร้านล้างรถ ก่อนที่จะจับร่างกายบอบบางเพื่อสำรวจจุดแตกหัก "ไม่เจ็บที่อื่นใช่ไหม"
"มะ ไม่ค่ะ แพงเจ็บแค่มือกับสะโพก" เธอเอ่ยกับพลเมืองดีโดยที่ยังไม่ทันไม่มองหน้า พะวงอยู่กับการเอาเศษหินออกมาฝ่ามือตนเองอย่างละเมียด
เจ็บจนแทบร้องไห้!
"เฮ้ย! น้อง! เดินไม่ดูทางเลย ถ้าพี่ชนแรงขึ้นมา พี่ซวยนะ" เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าวเปิดประตูลงจากรถ พร้อมกับออกปากต่อว่าหญิงสาวทันที
"ขอโทษค่ะ แพงไม่เห็นไฟหน้ารถ"
"อ้าว! พูดงี้จะบอกว่าพี่ผิดเหรอ"
"มะ ไม่..."
"เออดิ! เป็นเหี้ยอะไรขับรถไม่เปิดไฟหน้า โชว์รูมที่ไปซื้อรถมามันขายไฟแยกกับรถเหรอ"
หญิงสาวที่กำลังจะเอ่ยปากขอโทษอีกครั้ง ถึงกับอึ้งและอ้าปากเหวอกับสิ่งที่ได้ยิน เธอหันขวับไปมองตามต้นเสียงพลเมืองดีที่เขามาช่วยเธอในครั้งแรกอย่างอึ้งๆ
แสงจากคาร์แคร์ทำให้เกิดภาพย้อนแสงมองไม่ชัดนัก เห็นเพียงว่าเจ้าตัวใส่ต่างหูโซ่คล้องแบบสองรูในข้างเดียวเท่านั้น
โคตรแบด...ปากก็แซ่บ!
"ไอ้เวรนี่..." คนขับเข่นเขี้ยวใส่อย่างเดือดดาล
"เปิดกล้องคาร์แคร์ดูไหมล่ะ" น้ำเสียงท้าทายจากคนตัวสูงยังคงออกมาอย่างต่อเนื่อง
จนคนเจ็บอย่างเธอกลัวว่าจะบานปลายจึงออกปากห้ามทัพ
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ช่างมันเถอะ ไม่ได้เจ็บมาก"
เป็นฝ่ายเขาที่หันขวับมามองเธอด้วยความไม่พอใจแทนซะงั้น
ทำเขาเป็นหมาเลยโกรธงั้นหรือ?
แต่เมื่อพินิจใบหน้านั้นดีๆ สาวเจ้าก็ถึงกับเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอเอียงคอมองใบหน้าหล่อเหลาดีๆ อีกครั้งก่อนจะยกมือทาบปิดปาก
"พี่พัตเตอร์!!??"
•❣•୨୧┈┈┈୨୧•❣•